ไขคำตอบ “ฝุ่นอ้วน” ท้องฟ้าขมุกขมัว ทั้งที่อากาศระบายดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ม.ค.69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ว่า ภาพรวมเช้าวันนี้ สถานการณ์ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยไม่พบพื้นที่สีแดง แต่ยังมีพื้นที่สีส้มในบางจุด อย่างไรก็ตาม หลายพื้นที่ยังคงพบสภาพอากาศขมุกขมัว หรือฝุ่นดูหนาตาขึ้น
นายชัชชาติ ระบุว่า แม้อัตราการระบายอากาศจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 12–13 มกราคมที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด เนื่องจากยังมีฝุ่นจากการเผาชีวมวลในพื้นที่เกษตรของจังหวัดใกล้เคียง เช่น นครนายก และปราจีนบุรี ถูกลมพัดพาเข้าสู่พื้นที่กทม. ส่งผลให้มีฝุ่นสะสมเข้ามาอย่างต่อเนื่องและระบายออกไม่ทัน
ส่วนที่ช่วงเช้าวันนี้พื้นที่ กทม.ฝุ่นดูหนาตานั้น นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. อธิบายว่า เป็นผลมาจากมีความชื้นสูงประมาณ 95% เนื่องจากมีลมใต้พัดพาความชื้นเข้ามา เมื่อฝุ่น PM2.5 ที่มีขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็นไปเจอและเกาะตัวกับความชื้นและไอน้ำ ทำให้มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเรียกว่า“ฝุ่นอ้วน” ทำให้เรามองเห็นเป็นสภาพเหมือนหมอก ทั้งนี้ เมื่อแสงแดดออก ความร้อนช่วยให้หมอกจางลง ประกอบกับมีการระบายอากาศที่ดีขึ้น สถานการณ์ก็จะดีขึ้นตามลำดับ
ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ณ เวลา 15.00 น. พบว่า ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 51.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ 61 มคก./ลบ.ม. โดย 5 อันดับแรกที่มีค่าฝุ่นสูง ได้แก่
1 เขตจตุจักร 72.9 มคก./ลบ.ม.
2 เขตลาดกระบัง 72.9 มคก./ลบ.ม.
3 เขตคลองสามวา 67.3 มคก./ลบ.ม.
4 เขตปทุมวัน 65 มคก./ลบ.ม.
5 เขตบึงกุ่ม 64.1 มคก./ลบ.ม.
ที่มา : เพจเฟซบุ๊ก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์