เท้ง โชว์วิชั่น ผลิกโฉมประเทศ 4 ด้าน กาง 9 แนวคิด รื้อการเมืองเก่า-ฟื้นศก. ใช้เทคฯลดทุจริต-แก้ชายแดน
‘เท้ง’ โชว์วิชั่นผลิกโฉมประเทศ 4 ด้าน กาง 9 แนวคิด รื้อการเมืองเก่า-ฟื้นเศรษฐกิจ ชูใช้เทคโนโลยี ลดการทุจริต-แก้ปัญหาชายแดน ดันกระจายอำนาจ เลือกตั้งผู้ว่าฯทั่วประเทศ ลั่น เลือกแบบเดิมก็ได้แบบเดิม ถ้าอยากเปลี่ยน ต้องกา ปชน. เตือนผู้มีอำนาจ อย่าขวางการเปลี่ยนแปลง ยัน ไม่ได้เข้ามาล้มล้าง แต่มาเปลี่ยนแปลง เผย มีแผนรับมือนิติสงครามแล้ว เชื่อ ไม่มีรัฐประหาร
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 มกราคม ที่พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน เครือมติชน จัดงาน MATICHON Thailand Election 2026 The Real Politics ทางแพร่งประเทศไทย เปิดเวทีสาธารณะประชันนโยบายวิสัยทัศน์ ในเวทีที่ 3: วิสัยทัศน์แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้ร่วมได้แก่นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนขอถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้อยากเห็นประเทศไทยเป็นแบบไหน ประเทศไทยที่เต็มไปด้วยเรื่องสีเทา เศรษฐกิจโตรั้งท้าย สังคมแตกสลาย คนรุ่นใหญ่หมดหวัง คนรุ่นใหม่หมดแรง ความจนถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ทุกสถาบันของรัฐมีความเสื่อมถอย มีเฉพาะคนมีสี มีเส้น มีส่วย ที่สามารถอยู่รอดได้ ความภูมิใจในชาติแทบไม่หลงเหลือ หรืออยากเห็นประเทศไทยที่มีความโปร่งใส เศรษฐกิจก้าวไกลทันโลก ช่องว่างคนรวยกับคนจนหดแคบลง คนเก่งอยู่ง่าย คนเทาอยู่ยาก สถาบันรัฐมีความน่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับจากสายตาของนานาประเทศ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกคนสามารถเลือกได้เองว่าอยากเห็นประเทศเป็นแบบไหน เชื่อว่าทุกคนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง แต่หากทุกคนไม่ร่วมกันเปลี่ยนแปลงตอนนี้ เราจะหลงเหลือประเทศนี้ไว้แบบไหนให้ลูกหลาน
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าหากทุกคนเลือกการเมืองแบบเดิม ก็จะได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิม จึงขอเชิญชวนให้มาตั้งรัฐบาลประชาชนร่วมกัน ที่จะทลายกรอบการเมืองเดิมๆ ที่นำมาซึ่งโครงสร้างการบริหารแบบเก่า รัฐมนตรีมาจากการแบ่งมุ้งแบ่งโควตา ไม่ทำงานตามภารกิจของประเทศ เราจะเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ มีทีมบริหารที่ประกอบไปด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถตรงสาย มีเจตจำนงทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงเป็นตัวตั้ง
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราตั้งใจเข้ามาเปลี่ยนประเทศ 4 ด้าน ได้แก่ 1.เศรษฐกิจ พลิกวิกฤติเป็นโอกาส รับมือสังคมสูงวัยและปัญหาชายแดน 2.คุณภาพชีวิต ทำให้ทุกคนในประเทศเกิดมาดี โตดี และจากไปอย่างมีศักดิ์ศรี 3.การปฏิรูปรัฐ เปลี่ยนจากรัฐกระดาษเป็น “รัฐ Platform” 4.ด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ ทำให้กองทัพอยู่ใต้รัฐบาลพลเรือน
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ปัญหาของประเทศที่ผ่านมา เพราะเราขาดผู้นำที่ไม่มีเจตจำนงทางการเมืองเพื่อมารับใช้ประชาชน ขาดทีมบริหารที่มุ่งการแก้ปัญหาให้ประชาชน มากกว่าการแบ่งต่อรองผลประโยชน์
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนยังมี 200 นโยบาย ภายใต้กรอบ 9 วิธีคิด ได้แก่
1.การพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เปลี่ยนปัญหาในประเทศเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนแบบแลนด์บริดจ์ หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นเมกะโปรเจกต์สีส้ม ด้วยวงเงิน 6.3 แสนล้านบาท ภายใต้กรอบ 8 ปี เงินลงทุน 1 บาท ต้องได้ 3 ต่อ คือ ลดต้นทุนให้ประชาชน สร้างแต้มต่อให้ธุรกิจ และสร้างอุตสาหกรรมให้เกิดขึ้น
2.เปลี่ยนการใช้งบประมาณแบบเลี้ยงไข้ ไปเป็นเงินรักษาโรค อุดหนุนให้ตรงเป้า ใครอยากโต ต้องได้รับแรงหนุนจากรัฐ มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เช่น การส่งเสริมพ่อค้าแม่ขายในตลาดสด ด้วยนโยบายหวยใบเสร็จ การส่งเสริมเกษตรกร ด้วย 12 คูปองเกษตรทันโลก จูงใจให้เลิกการเผา ปรับปรุงคุณภาพดิน และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต แก้หนี้เกษตรกรด้วยการลดหนี้ 20% หากมีการเปลี่ยนโครงสร้างการผลิต
3.เปลี่ยนจากรัฐที่เกรงใจทุนใหญ่ เป็นเกรงใจคนส่วนใหญ่ ด้วยการปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ใช้เทคโนโลยีเข้ามากำกับดูแล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคน จัดการสินค้าผิดกฎหมายและไร้มาตรฐานจากต่างประเทศ ประกันภัยไรเดอร์และผู้ใช้บริการ
4.เปลี่ยนภาระในอดีตเป็นพลังแห่งอนาคต เปลี่ยนภาระเป็นงานคุณภาพ ด้วยนโยบายดูแลผู้สูงอายุ และการให้เงินจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ได้รับการอบรมจากรัฐ มีสิทธิ์ได้รายได้ถึง 15,000 บาทต่อเดือน รวมถึงการอุดหนุนค่าเช่าบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อย สามารถเปลี่ยนค่าผ่อนได้
5.เปลี่ยนสินทรัพย์ที่หลับใหลในชนบท ให้เป็นรายได้ของรัฐ และเป็นของประชาชนทั่วประเทศ เช่น การจัดเก็บภาษีที่ดินรวมแปลง การแปลงที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนด
6.เปลี่ยนรัฐให้เป็นโครงการ ผ่านแนวคิด “รัฐ Platform” ให้งบประมาณกับเอกชนในการแก้ปัญหา และให้ประชาชนเป็นผู้เลือก
7.เปลี่ยนแนวคิดจากรัฐรวมศูนย์ ให้เป็นท้องถิ่นที่จัดการตัวเองได้ ทำลายคอขวดระบบการบริหารราชการแผ่นดินที่รวมศูนย์ในกรุงเทพฯ เพื่อให้รัฐเกิดความคล่องตัว ด้วยการผลักดันการกระจายอำนาจ ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ
8.เปลี่ยนจากการหาคนดี เป็นการสร้างระบบที่ดี ให้คนโกงไม่ได้ ผ่าน 3 เสาหลักคือ รัฐโปร่งใส ใช้เทคโนโลยีลดการทุจริต และปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองคนที่เปิดโปงการทุจริต
9.เปลี่ยนนิยามความมั่นคงแบบเดิม ให้สอดรับกับภัยคุกคามสมัยใหม่ เปลี่ยนให้กองทัพมีทหารมืออาชีพที่สมัครใจ ปราบปรามภัยไซเบอร์ ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาแนวชายแดน เช่น การตรวจสอบเส้นเงินทุนเทาและสแกมเมอร์ ใช้ระบบ Smart Tower ปกป้องอธิปไตยของไทย ใช้เซ็นเซอร์หรือโดรนตรวจจับการลักลอบข้ามชายแดน ใช้การทูตให้เป็นประโยชน์
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หลายพรรคมีนโยบายที่คล้ายกัน แต่รากเหง้าที่ฝังลึกที่สุด จนทำให้หลายปัญหาในประเทศไม่ได้รับการแก้ไข เกิดจากการเมืองแบบเดิมๆ ที่ขาดเจตจำนง ดังนั้น หากใครรู้สึกว่าอยากอยู่ในประเทศที่ภาคภูมิใจ เหมือนที่เราเคยถูกเปรียบเทียบว่าเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย ไปไหนก็ไม่อายใคร ก็ขอเชิญชวนมาร่วมกันสร้างรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน ยืนยันว่าพรรคประชาชนมีความพร้อม เราทลายกรอบความเชื่อแบบเดิมๆ มาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่
“8 กุมภาพันธ์นี้ อำนาจอยู่ในมือทุกคน เลือกแบบเดิม ได้รัฐบาลแบบเดิม เลือกแบบใหม่ กาให้กับพรรคประชาชน ตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน” นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย
เมื่อพิธีกรถามว่าหากพรรคประชาชนชนะการเลือกตั้ง แต่ถูกขัดขวางไม่ให้เป็นรัฐบาล จะสื่อสารอย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า กลไกของรัฐธรรมนูญ 2560 ได้เสื่อมคลายลงแล้ว เนื่องจาก สว. ไม่สามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่จะตั้งรัฐบาลที่มาจากการตัดสินของประชาชน แต่หากผู้มีอำนาจยังไม่ยอม เราต้องใช้พลังของตั๋วใบที่ 1 เป็นพลังที่อยู่ข้างเรา กล่าวคือ หากพรรคประชาชนได้รับเสียงสนับสนุนมากเพียงพอ เราก็ถือว่าผ่านเงื่อนไขแรกแล้ว ส่วนเงื่อนไขอื่นๆ ตนยังไม่เชื่อว่าผู้มีอำนาจจะกล้าทำการปฏิวัติรัฐประหาร แต่คงมีกระบวนการนิติสงครามอื่นๆ ซึ่งเราได้บริหารความเสี่ยงไว้หมดแล้ว หากคุณไม่อยากให้เกิดการนองเลือด หรือให้สังคมเกิดความโกรธแค้น ก็ขอให้ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ยืนยันว่า เราไม่ได้เข้ามาล้มล้า
เมื่อพิธีกรถามว่า พร้อมจะพูดคุยกับผู้มีอำนาจที่ถือตั๋วใบที่ 2 ใช่หรือไม่ และจะทำอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะเข้าไปพูดคุยด้วยความจริงใจ และพร้อมทำความเข้าใจกับเขา ยกเว้นว่าถ้าเอาผลประโยชน์ของคนส่วนน้อยมาอยู่เหนือคนส่วนใหญ่ เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง
เมื่อพิธีกรถามว่า เงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลยังเหมือนเดิมหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยังคงเหมือนเดิม ไม่สามารถร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรมได้ และจะไม่มี สส. ของพรรคประชาชน ไปโหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย และหากพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราจะทำหน้าที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่หากพรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากใครยอมรับข้อเสนอของพรรคประชาชนได้ คือคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีต้องไม่มีประวัติสีเทา และเราจะไม่มีโควตาให้เปล่า และต้องทำงานสอดรับกับนโยบายของพรรคประชาชนด้วย
เมื่อพิธีกรถามว่า หากในช่วงโค้งสุดท้าย มีการเปิดเผยว่าผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน มีความเกี่ยวข้องกับสีเทาอีก จะรับมือหรือแสดงความรับผิดชอบอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้ามีเทาเราจัดการ ทุกองค์กรล้วนมีทั้งคนดีและไม่ดี แต่ที่ผ่านมา ตนและผู้บริหารพรรค ไม่เคยเอาเรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบ เราพร้อมปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกผู้สมัคร และยืนยันว่าหากเราได้เข้าไปเป็นรัฐบาล และเจอคนมีประวัติสีเทา ก็จะจัดการออกทันที ไม่รอกระบวนการกฎหมายให้ถึงที่สุด
เมื่อพิธีกรถามว่า มีอะไรจะฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกพรรคพูดว่าไม่เอาสีเทา ไม่เอาการทุจริต แต่นายอนุทินเป็นนายกฯ มีอำนาจในการสั่งปลดรัฐมนตรีหรือข้าราชการ จึงอยากทราบว่า นิยามคำว่าสีเทาของนายอนุทินเหมือนกับตนหรือไม่ อยากให้พูดชัดเจนว่า ถ้าไม่เอาสีเทา แล้วเงื่อนไขของนายอนุทินคืออะไร
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เท้ง โชว์วิชั่น ผลิกโฉมประเทศ 4 ด้าน กาง 9 แนวคิด รื้อการเมืองเก่า-ฟื้นศก. ใช้เทคฯลดทุจริต-แก้ชายแดน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th