’10 คำถามดีเบต’ เมื่อโลกเปลี่ยนสนามอำนาจ แต่ผู้นำไทยยังพูดนโยบายแบบศตวรรษที่แล้ว
21 ม.ค.2569 - ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า
เมื่อโลกเปลี่ยนสนามอำนาจ แต่ผู้นำไทยยังพูดนโยบายแบบศตวรรษที่แล้ว
10 คำถามดีเบต: ประเทศไทยในยุค The Age of Variable Geometry
ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่การที่ผู้นำพรรคการเมืองพูดนโยบายคล้ายกัน แต่คือ แทบไม่มีใครพูดถึงโลกที่กำลังเปลี่ยนสนามอำนาจอย่างสิ้นเชิง
โลกกำลังก้าวเข้าสู่ The Age of Variable Geometry—โลกที่อำนาจไม่เป็นเส้นตรง ไม่ยึดกติกาเดียว และไม่ทำงานผ่านรูปแบบคงที่อีกต่อไป
การไม่พูดถึงโลกใบนี้ ไม่ใช่แค่ปัญหาการสื่อสาร แต่คือ“ปัญหาเชิงความอยู่รอดของประเทศ”
~ โลกไม่รอให้ไทย “เรียนรู้ไปพร้อมกัน”
การแข่งขันของโลกวันนี้ ไม่ได้วัดกันแค่ GDP หรือโครงการพัฒนา แต่วัดกันที่
ใครเข้าใจอำนาจรูปแบบใหม่ก่อน
ใครรู้ว่าอะไรถูก weaponize แล้ว และ
ใครรู้ว่า “สนามจริง” อยู่ตรงไหน
แต่สิ่งที่ได้ยินจากเวทีหาเสียง ยังวนอยู่กับประชานิยมเวอร์ชันต่าง ๆ และการบริหารรัฐแบบโลกเดิม
ทั้งหมดอาจจำเป็น แต่ไม่เพียงพอในโลกที่อำนาจเปลี่ยนรูปแล้ว
~ The Age of Variable Geometry: โลกที่ไม่มีสมการตายตัว
โลกวันนี้ไม่ใช่โลกของ rule-based order ที่เสถียร ไม่ใช่โลกของมิตร–ศัตรูถาวร และไม่ใช่โลกที่กฎหมายใช้กับทุกคนเท่ากัน
แต่เป็นโลกของการใช้กฎหมายเป็นอาวุธ การแทรกแซงโดยไม่ต้องใช้ทหาร สงครามที่ไม่ต้องประกาศ และ law of the jungle แบบลูกผสม
คำถามจึงไม่ใช่ว่า “โลกเปลี่ยนหรือไม่” แต่คือ “ผู้นำไทยเข้าใจหรือยัง”
~ เมื่ออำนาจไม่ได้อยู่ที่รัฐ แต่รัฐยังคิดว่าคุมเกมอยู่
วันนี้ ประเทศมหาอำนาจสามารถจับผู้นำประเทศอื่น ตัดประเทศออกจากระบบการเงินโลก และแทรกแซงรัฐอื่นโดยไม่ต้องยึดดินแดน แม้แต่พันธมิตรในค่ายเดียวกัน ยังขัดแย้งกันเองอย่างเปิดเผย
ทั้งหมดสะท้อนความจริงเดียวกัน—อำนาจไม่เคลื่อนเป็นเส้นตรง และไม่เคารพรูปทรงเดิม
แต่ผู้นำไทยจำนวนมาก ยังคิดและพูดราวกับโลกยังเป็น Fixed Geometry
นี่ไม่ใช่ความไร้เดียงสา แต่คือ “ความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์”
~ ไทยกำลังเสี่ยงเป็น “พื้นที่” ไม่ใช่ “ผู้เล่น”
ในโลก Variable Geometry ประเทศขนาดกลางไม่จำเป็นต้องถูกโจมตีตรง ๆ แค่ถูกดึงเข้า proxy conflict ถูกใช้เป็นทางผ่านเงิน เทคโนโลยี และอาชญากรรม หรือถูกบ่อนเซาะความชอบธรรมจากภายใน
บริบทไทย–กัมพูชา ความเปราะบางทางการเมือง และเครือข่าย scammer–corruption ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่คือ “ช่องโหว่เชิงอำนาจ”
~ State Capture แบบใหม่ รัฐยังอยู่ แต่ตัดสินใจเองไม่ได้
อันตรายที่สุดสำหรับไทยไม่ใช่อาวุธยุทโธปกรณ์ แต่คือรัฐที่ยังอยู่ครบ แต่ถูกครอบงำด้วยเงิน เครือข่าย และเทคโนโลยี
โดยไม่รู้ตัว
นี่คือ state capture ยุคใหม่ ไม่ล้มรัฐ แต่ทำให้รัฐไร้อธิปไตยเชิงการตัดสินใจ
~ 10 คำถามดีเบต “ประเทศไทยในยุค The Age of Variable Geometry”
1) โลกวันนี้ไม่ใช่ Fixed Geometry อีกต่อไป เป็นโลกที่กติกาไม่ใช้กับทุกประเทศเท่ากัน และอำนาจเคลื่อนย้ายตามสถานการณ์
ท่านจะนิยาม “ความมั่นคงของชาติ” ใหม่อย่างไร ?
2) ในโลกที่กฎหมายและระบบการเงินถูก Weaponize —มหาอำนาจที่สามารถจับกุมผู้นำประเทศอื่น ตัดออกจากระบบโลก หรือแทรกแซงโดยไม่ต้องทำสงคราม
ไทยควรวางตำแหน่งตนเองอย่างไร และจะป้องกันตนเองจากอำนาจแบบนี้อย่างไร โดยไม่เลือกข้างผิดสนาม
3) หากสงครามยุคใหม่เกิดในสนาม “การรับรู้” ไม่ใช่สนามรบ
รัฐบาลของท่านมี Doctrine ด้าน Cognitive Security หรือไม่ อย่างไร ?
4) โลกกำลังเข้าสู่ยุค Post-truth และ Narrative Warfare
รัฐบาลของท่านจะปกป้องสังคมไทย จากการถูกบ่อนเซาะความจริง โดยไม่กลายเป็นรัฐควบคุมข้อมูลหรือรัฐเซ็นเซอร์ ได้อย่างไร ?
5) ประเทศไทยกำลังเสี่ยงเป็นพื้นที่ Proxy Conflict ทั้งจากความเปราะบางทางการเมือง อาชญากรรมข้ามชาติ และเครือข่าย Scammer–Corruption
ท่านมองความเสี่ยงนี้เป็นปัญหาอาชญากรรม หรือเป็นภัยเชิงยุทธศาสตร์ระดับรัฐ และจะจัดการอย่างไรโดยไม่ทำให้รัฐถูก Capture จากภายใน
6) ในโลก Plurilateral World ที่พันธมิตรเปลี่ยนตามประเด็น ไม่ใช่ค่ายถาวร
ท่านจะทำให้การทูตไทย ยืดหยุ่นโดยไม่ไร้หลัก และเป็นกลางโดยไม่ไร้จุดยืน ได้อย่างไร ?
7) หากแพลตฟอร์ม เทคโนโลยี และเงินข้ามชาติ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของสังคมไทยมากกว่ารัฐ
ท่านจะรักษาอธิปไตยทางการตัดสินใจ (Cognitive Sovereignty) ของประเทศไว้ได้อย่างไร โดยไม่ปิดประเทศและไม่ไล่เทคโนโลยีออกไป
ในโลกที่ State Capture ไม่ต้องใช้รัฐประหาร แต่เกิดผ่านเงิน เทคโนโลยี และเครือข่ายอิทธิพล
ท่านมีกลไกป้องกัน State Capture แบบใหม่หรือไม่ หรือยังใช้เครื่องมือศตวรรษที่แล้ว
9) นโยบายเศรษฐกิจของท่าน ถูกออกแบบมาเพื่อโลกที่แข่งขันด้วยประสิทธิภาพ หรือโลกที่เศรษฐกิจถูก Weaponize เป็นเครื่องมืออำนาจ
ท่านจะสร้างความมั่นใจอย่างไรว่า ไทยจะไม่กลายเป็นแค่ข้อต่อเล็กๆใน Supply Chain ของผู้อื่น
10) หากโลกกำลังเข้าสู่ The Age of Variable Geometry อย่างเต็มรูปแบบ
ท่านคิดว่าผู้นำประเทศควรถูกประเมินจากอะไร
– ความสามารถในการใช้นโยบายประชานิยม
– ความสามารถในการบริหาร หรือ
– ความสามารถในการ “ไม่พาประเทศเดินผิดสนามอำนาจ”
และท่านมั่นใจได้อย่างไรว่า ท่านคือคนที่เข้าใจสนามนี้จริง
~ บทสรุป
ใน The Age of Variable Geometry การไม่พูดถึงอำนาจรูปแบบใหม่ คือการเลือกให้ประเทศเดินเข้าความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเลือกนายกรัฐมนตรี แต่คือการเลือกใครที่เข้าใจโลกพอที่จะไม่พาประเทศไปผิดสนาม
และถ้าไม่มีใครพูดเรื่องนี้เลย นั่นอาจเป็นคำตอบที่น่ากลัวที่สุดแล้ว