โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ด่วน! ศาลรธน. ตัดสินแล้ว ภูมิธรรม-ทวี ปมถูกร้องแทรกคดีฮั้วสว.

มุมข่าว

เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
ด่วน! ศาลรธน. ตัดสินแล้ว ภูมิธรรม-ทวี ปมถูกร้องแทรกคดีฮั้วสว.

วันที่ 21 มกราคม 2569 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประชุมและอ่านคำวินิจฉัย ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กรณีประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา ขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 42 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ จากข้อกล่าวหาใช้ตำแหน่งแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

คดีดังกล่าว สว.ผู้ร้องระบุว่า ระหว่างดำรงตำแหน่ง นายภูมิธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) และ พ.ต.อ.ทวี ในฐานะรองประธาน กคพ. และผู้กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ใช้อำนาจผ่านกรมสอบสวนคดีพิเศษ แทรกแซงการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการตรวจสอบการเลือก สว. เข้าข่ายกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำฝ่ายนิติบัญญัติ อันขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและหลักนิติธรรม

กลุ่ม สว.ผู้ร้องเห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) จึงขอให้ศาลวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) ทั้งนี้ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จังหวัดบุรีรัมย์ เดินทางมารับฟังคำวินิจฉัยด้วยตนเอง ขณะที่ผู้ถูกร้องทั้งสองมอบหมายผู้แทนเข้าฟัง

ต่อมาเวลา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย โดยเห็นว่า คำร้องดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ เมื่อมีสมาชิกวุฒิสภาเสนอชื่อผู้ร้องจำนวน 92 คน ซึ่งมากกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ศาลจึงมีอำนาจรับไว้พิจารณา โดยพิจารณาหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และต้องไม่มีพฤติการณ์ขัดต่อความคาดหวังของสังคมอย่างชัดเจน

ศาลเห็นว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหาว่า ผู้ถูกร้องทั้งสองขาดความซื่อสัตย์สุจริต หรือฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่บัญญัติไว้ รวมถึงไม่เข้าข่ายการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) จึงวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) และ (5) อย่างไรก็ตาม ศาลระบุเพิ่มเติมว่า ความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองสิ้นสุดลงไปก่อนแล้ว ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 17/2568 และรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 170 โดยศาลใช้เวลาอ่านคำวินิจฉัยรวม 1 ชั่วโมง 30 นาที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...