ย้อนโลกดึกดำบรรพ์ อัศจรรย์ ประตูสู่ห้วยขาแข้ง
ย้อนโลกดึกดำบรรพ์ อัศจรรย์ประตูสู่ห้วยขาแข้ง
บางหลักฐานบอกเรื่องราวในอดีต ขณะที่บางอย่างมีชีวิตยาวนานหลายพันปี
ความอัศจรรย์ดังกล่าวรวมอยู่ที่นี่
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน และ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ จังหวัดอุทัยธานี
หลายคนรู้จักห้วยขาแข้ง แต่ยังไม่ทราบว่า อาณาเขตติดต่อเสมือนประตูสู่มรดกโลกแห่งนี้ มีสิ่งที่น่าสนใจซ่อนตัวอยู่ เราทำไปทำความรู้จักพื้นที่แห่งนี้ไปพร้อมกัน
พงษ์ศิษฏ์ ศรีคุณเมือง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน เล่าเรื่อง ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์บนเขาปลาร้า ความโดดเด่นในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน ว่าเป็นภาพเขียนสีโบราณที่มีอายุประมาณ 3,000-5,000 ปี ก่อนประวัติศาสตร์ ก็จะอยู่ที่ด้านบนเขาลูกนี้ ชื่อว่า เขาปลาร้า ระยะทางที่จะเดินขึ้นชม ประมาณ 1,400 เมตร ใช้เวลาถ้าฟิตมาหน่อยก็ไปกลับประมาณสัก 3 ชั่วโมง
“ที่มาของชื่อเขาปลาร้า ก็คือมันจะมีหมู่บ้านเขาปลาร้า ที่เป็นหมู่บ้านที่ทำปลาร้านะครับ ก็จะเอาปลา ขึ้นมาทำปลาร้า แล้วก็จะมีกลิ่นก็ส่งกลิ่นไป ก็เลยเป็นที่มาของพื้นที่บริเวณนี้”พงษ์ศิษฏ์ บอก
พงษ์ศิษฏ์ ศรีคุณเมือง
ลักษณะของเขาปลาร้าเป็นภูเขาหินปูนที่มีความสูงชัน ถึงบริเวณยอดเขา จึงพบภาพเขียนสีบนผนังถ้ำปรากฏอยู่เหนือระดับความสูงของพื้นถ้ำราว 5-7 เมตร เป็นแนวยาวประมาณ 9 เมตร มีรูปคนและสัตว์หลากชนิด
ตามประวัติเล่าว่า ในอดีตมีชาวบ้านที่มาหาของป่าพบเห็นและคิดว่าเป็นฝีมือของนักล่าสัตว์จึงบอกต่อกันมา สุดท้ายเมื่อนักโบราณคดีรู้เข้าจึงเดินทางมาสำรวจ พบว่ามีอายุประมาณ 3,000-5,000 ปี นับเป็นหลักฐานทางโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากทีเดียว
ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน มีอีกจุดหมายที่พาเราย้อนเวลากลับไปไกลกว่านั้น ที่นี่คือ หุบป่าตาด ร่องรอยของโถงถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่คาดว่าเพดานถ้ำถล่มลงมา นานวันจึงกลายเป็นแหล่งอาศัยของป่าโบราณ ด้วยรูปร่างก้านแขนงของพืชพรรณเติบโตเฉพาะในป่าแบบนี้ ยิ่งพาเราไปสู่บรรยากาศราวกับย้อนกลับไปในยุคจูราสสิค
ถ้ามาช่วงปลายฝนต้นหนาวจะได้เจอกิ้งกือมังกรสีชมพู สิ่งมีชีวิตหายาก สีสันสะดุดตา รูปร่างประหนึ่งมังกรน้อย เป็นพระเอกของหุบป่าตาดแห่งนี้เลย
คำเตือนที่เราตระหนักเสมอคือ เมื่อเราพบเห็นสิ่งมีชีวิตอย่าไปรบกวนเขา เพราะ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเดินทางในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแตกต่างจากการท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไป ที่นี่จึงมีกฎระเบียบที่เข้มงวดที่ทุกคนต้องรักษากฏระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสภาพธรรมชาติและสัตว์ป่ามากที่สุดนั่นเอง
ไม่เพียงร่องรอยสัตว์บนผนังถ้ำ ที่บอกบ่งบอกถึงวิถีธรรมชาติในอดีตเท่านั้น แต่ความอุดมสมบูรณ์ยังส่งผ่านมาถึงปัจจุบัน ดังภาพที่เราได้พบเห็นในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา-ห้วยระบำ ซึ่งอยู่ถัดจากเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำประทุนนี่เอง
ปฐมพงศ์ บุญเดช หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา ห้วยระบำ บอกว่า พื้นที่บริเวณนี้ เป็นพื้นที่ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มีสัตว์ป่าอยู่จำนวนมาก สัตว์ป่าที่เราพบเห็นเป็นประจำ มี ช้างป่า มี วัวแดง สัตว์โคร่ง ที่ แล้วก็มี ควายป่า มาบ้างบางครั้ง นะครับ แล้วก็ในส่วน สัตว์ขนาดเล็กอื่น ๆ ก็อย่างเช่น หมูป่า นกยูง นกน้ำ อีกหลาย ๆ ชนิด แล้วก็จึงทำให้มีความสำคัญในระบบนิเวศ เป็นพื้นที่ ที่มีการอยู่ด้วยกันอย่างมีส่วนร่วม ระหว่างชุมชน แล้วก็สัตว์ป่า
ปฐมพงศ์ บุญเดช
“ตรงนี้เราเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเที่ยวได้ ครับ ตอนนี้ มีกิจกรรมในการท่องเที่ยวในพื้นที่เนี่ย มีอยู่ทั้งหมด 2 กิจกรรมหลัก นะครับ กิจกรรมแรกก็คือการ ล่องเรือ นะครับ ก็เป็นช่วงเช้า ก็ มาก่อนช่วงพระอาทิตย์ขึ้น แล้วก็ ช่วงเย็น ในช่วงพระอาทิตย์ตก นะครับ ก็เป็นช่วงที่สัตว์ป่าเนี่ย ออกมาริมน้ำเป็นประจำ นะครับ เราก็จะมีโอกาสได้พบปะกับอย่างเช่น ช้าง วัวแดง นกยูง นะครับ นกน้ำ นานาชนิด นะครับ อยากเชิญชวนทุกคนมาเยี่ยมชม เพราะว่า ที่นี่ น่าจะเป็นถือว่าเป็น ซาฟารีเปิด แห่งแรกของเมืองไทย เลยก็ว่าได้ ครับ”
ไม่แน่ว่า สัตว์ป่าที่เราเห็นตรงหน้านี้อาจสืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษที่ปรากฏบนผนังถ้ำที่ผ่านมานานหลายพันปี
และ เช่นเดียวกัน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเเห่งนี้ยังคงมุ่งมั่นในภารกิจเพื่อปกป้องรักษาทุกชีวิตให้ดำรงเผ่าพันธุ์ถึงคนรุ่นหลังสืบไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้อนโลกดึกดำบรรพ์ อัศจรรย์ ประตูสู่ห้วยขาแข้ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th