Silver เงินเย็น "Gold ของคนจน" ไม่ใช่แค่ "พระรอง" ทางเลือกปลอดภัย
"ทองคำ" สินทรัพย์ปลอดภัย ที่ทุกเส้นต่างวิ่งเข้าหา แม้หลายคนจะติดดอย แต่อีกหลายๆคนคงปริ่มเปรมกับทรัพย์สินที่อยู่ในการครอบครอง หลังทองมีการราคาปรับAll-Time High อย่างต่อเนื่องทั้งเดือนม.ค. พุ่งพรวดเป็นสายฟ้าแลบ ทะลุ 80,000 บาททองคำ และยังดัน Spot Gold ทยานสูงกว่า 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โลหะอีกตัวที่น่าจับตา และร้อนแรงอย่างเงียบเชียบ คือ Silver หรือ โลหะเงิน ที่มีมูลค่าไม่แพ้ทองคำ ผ่านเพียงเดือนเดียว ราคาพุ่งแล้ว 55% ขึ้นไปทำนิวไฮที่ 121.64 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ โดยราคาเม็ดเงิน 1 กิโลกรัม (รวมVAT 7%) พบว่า เงิน 1 5 กรัม ขายออก 2,040 บาท /50 กรัม ขายออก 6,380 บาท /150 กรัม ขายออก 18,310 บาท และ 1 กิโลกรัม ขายอออก 116,737 บาท
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าปี 2569 ผ่านมาเพียง 1 เดือน ราคาโลหะเงิน (Silver) พุ่งขึ้นมาแล้วประมาณ 55% จากราคาเปิดตลาดเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2569 ที่ระดับ 71.58 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ราคาปรับตัวอย่างต่อเนื่อง จนขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่ระดับ 121.64 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์
อานิสงส์ กำแพงภาษี-การเมืองโลก ส่ง Silver พุ่งแรง
โดยปัจจัยที่สนับสนุนให้ Silver ราคาพุ่งอย่างร้อนแรง ประกอบด้วย กำแพงภาษีและการเมืองโลก ความไม่แน่นอน สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีใหม่ และวิกฤตความเชื่อมั่นในธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สร้างความกังวลเรื่องสงครามการค้าโลก สิ่งนี้กระตุ้นให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยจากการเสื่อมค่าของเงินตรา ทำให้นักลงทุนแห่มาถือ Silver ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในภาวะที่ราคาทองคำทรงตัวอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ Silver เป็นแร่ที่หายากและเป็นที่ต้องการของตลาด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 จีนได้เริ่มใช้ระบบ ใบอนุญาตส่งออกแร่เงิน (Export Licensing) ที่เข้มงวดขึ้น เพื่อรักษาทรัพยากรไว้ใช้ในประเทศ เนื่องจากจีนเป็นผู้ถลุงและส่งออกแร่เงินรายใหญ่ของโลก มาตรการนี้จึงทำให้ซัพพลายในตลาดโลกหายไปอย่างมีนัยสำคัญ
และสุดท้าย ปัจจัยด้านเทคนิค การพุ่งขึ้นของ Silver ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง ล่าสุดสถาบันการเงินหลายแห่ง เช่น Citigroup ประกาศปรับเป้าหมายเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569 สู่ระดับ 150 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากเป้าหมายเดิมที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากความต้องการเก็งกำไรที่รุนแรง และภาวะอุปทานตึงตัวในพื้นที่นอกสหรัฐฯ
กลุ่มอุตสาหกรรม ใช้งานจริง มากกว่า “เก็งกำไร”
ขณะเดียวกัน Silver ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสินทรัพย์เพื่อการลงทุนเท่านั้น แต่กลุ่มผู้เล่นหลักที่ผลักดันให้ราคาแร่เงินปรับตัวสูงขึ้นประกอบทั้งนักลงทุนและผู้ใช้งานจริง ประกอบด้วย กลุ่มอุตสาหกรรม (Industrial Giants) กลุ่มนี้ถือเป็นผู้ใช้ Silver ในการผลิตสินค้าจริง และคิดเป็นสัดส่วน 55% ของตลาด ความต้องการ Silver จากผู้เล่นกลุ่มนี้จึงเป็นความต้องการที่แท้จริงไม่ได้ซื้อเพื่อ "เก็งกำไร" แต่ซื้อเพื่อใช้งานจริง จึงทำให้เกิดกำลังซื้อที่แข็งแกร่งมากจนเป็นฐานราคาที่มั่นคง
อุตสาหกรรมที่ต้องใช้ Silver ได้แก่ พลังงานสะอาด เช่นกลุ่มผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ ต้องใช้เงินเป็นส่วนประกอบหลักในการนำไฟฟ้า เฉพาะในปี 2569 ความต้องการพุ่งสูงขึ้นมากตามเทรนด์ลดโลกร้อน
ถัดมาคืออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EVs) พบว่า รถไฟฟ้า 1 คันใช้เงินมากกว่ารถน้ำมันปกติเกือบเท่าตัว รวมถึงอุตสาหกรรม AI & Data Centers ที่ใช้ในการผลิตชิปประมวลผล AI และโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์ต้องการการนำไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยม
นักลงทุน-กองทุน ตัวแปรสำคัญ ทำราคาSilver แรงไม่หยุด
วายแอลจี วิเคราะห์อีกว่า นักลงทุนรายย่อย (Retail Investors) แรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยถือว่ามีนัยสำคัญมากในปัจจุบันที่ทำให้ราคา Silver พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง เนื่องจากนักลงทุนรายย่อยทั่วโลกที่มองว่าราคาทองคำทรงตัวในระดับสูง จึงหันมาซื้อ Silver แทน จนได้ฉายาว่า "Gold ของคนจน" นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนรายย่อยบางกลุ่มที่ชอบเก็บ เหรียญเงิน (Physical Buyers ) กลุ่มที่ชอบสะสมเหรียญเงินหายาก หรือ แท่งเงิน (Bars) ซึ่งถือเป็นการเก็งกำไรอย่างหนึ่ง รวมถึงบางกลุ่มสะสมเนื่องจากให้ความรู้สึกจับต้องได้ และให้ความรู้สึกมั่นคงกว่าตัวเลขในบัญชี
นอกจากนี้ กองทุน ETF (Exchange-Traded Funds) กลุ่มนี้คือ "สถาบันการเงิน" ที่ซื้อเงินจริงมาเก็บไว้เพื่อออกกองทุนให้คนมาเทรด (เช่น iShares Silver Trust หรือ SLV) โดยในช่วงต้นปี 2569 มีเงินไหลเข้ากองทุนเหล่านี้มหาศาล เพราะคนคาดการณ์ว่า Silver จะยังคงอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น
กำลังซื้อจากจีน (The China Factor) จีนเป็นทั้งผู้ผลิตรายใหญ่และผู้ใช้รายใหญ่ที่สุด ล่าสุดจีนได้เริ่มกักตุนและควบคุมการส่งออก เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ ทั้ง แผงโซลาร์เซลล์ อุตสาหกรรม EV และการพัฒนาชิป ทำให้ Silver ในตลาดโลกยิ่งขาดแคลนและราคาดีดตัวสูงขึ้น
เอ็ด ยาร์เดนี ประธานบริษัทยาร์เดนี รีเสิร์ช กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า บริษัทคาดการณ์ตั้งแต่ต้นปีที่แล้วว่าราคาทองคำจะเข้าภาวะ melt-up หรือปรับขึ้นรุนแรงช่วงสั้น "แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นภาวะ melt-up ขยายครอบคลุมโลหะมีค่า โลหะพื้นฐานจำนวนมาก และแร่หายาก
“ราคาเงิน” ปรับตัวแรงกว่าทองคำโดยรับแรงหนุนจากบทบาทในฐานะ “โลหะอุตสาหกรรม” ความต้องการจากภาคพลังงานแสงอาทิตย์ อิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตไฟฟ้า ช่วยเสริมแรงขาขึ้นในตลาดที่มีข้อจำกัดด้านอุปทานอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม โลหะเงิน มีความผันผวนสูงกว่าทองคำ ดังนั้น เหมาะกับการลงทุนระยะกลาง-ยาว ไม่แนะนำให้เล่นสั้นซึ่งแนวโน้มของราคา โลหะเงินจะไปในทิศทางเดียวกับทองคำในฐานะ Safe Haven หากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ (เช่น สหรัฐฯ และอิหร่าน) รุนแรงขึ้น ราคา Silver ก็มีสิทธิ์พุ่งทะยานแบบหยุดไม่อยู่เช่นกัน อย่างไรก็ตามโลหะเงินอาจจะเป็นอีกทางเลือกของนักลงทุนที่มีงบจำกัดที่เข้าซื้อทองคำไม่ไหว แต่ ต้องทำความรู้จักกับข้อจำกัดของการลงทุน Silverก่อน
ทองคำ อาจทำมูลค่ากำไรมหาศาล ให้ผู้ถือเงินเย็น และนักเก็งกำไรระยะสั้น ต่างจาก Silver ซึ่งเป็น "Gold ของคนจน" ตัวเลือกใหม่ของนักลงทุนรายย่อย
อ่านข่าว:
ทองคำปี69 พุ่งแล้ว 9% ธนาคารกลางทั่วโลกแห่ ตุนทอง YLG เปิด 3 ปัจจัยหนุนราคา
สงครามภูมิรัฐศาสตร์ถึงจุดเดือด หนุน “ราคาทอง” พุ่งทะลุ 5,000 ดอลลาร์
ยุคสงครามขัดแย้งทั่วโลก บริหารการเงิน "ทองคำ" ทางเลือกปลอดภัย