โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯย้ำรัฐบาล-กองทัพเป็นหนึ่งเดียวแก้ไขปมชายแดนกัมพูชา

PostToday

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 22.41 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 05.10 น.

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ว่า สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือ “ความเป็นเอกภาพ” ของทุกฝ่าย พร้อมย้ำว่า รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดกระแสปลุกปั่น หรือสร้างความแตกแยกในสังคม

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและกองทัพยังคงแน่นแฟ้น ไม่มีความขัดแย้ง และต่างฝ่ายต่างปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ พร้อมมีการหารือและเคลียร์งานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าใจตรงกันทุกระดับ

“สิ่งที่เราต้องหลีกเลี่ยงคือการขยายความรุนแรงออกไปโดยไม่จำเป็น ซึ่งกองทัพเองก็ยืนยันว่ามี ‘ลิมิต’ ในการปฏิบัติ ไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม และรัฐบาลก็สนับสนุนแนวทางดังกล่าวอย่างเต็มที่” น.ส.แพทองธารกล่าว

นอกจากนี้ ได้หารือรายละเอียดกับฝ่ายกัมพูชาแล้ว แม้ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะเพราะอยู่ในช่วงการเจรจา แต่ยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกัน รัฐบาลไทยเตรียมการทุกด้านไว้ล่วงหน้า ทั้งแถลงการณ์ทั้งสองฉบับก็สะท้อนจุดยืนชัดเจนว่าไทยพร้อมเดินหน้าบนแนวทางสันติ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า การดำเนินการทั้งหมดยึดหลักการสำคัญคือการรักษาอธิปไตยของชาติ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน พร้อมเน้นความร่วมมือระหว่าง 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การต่างประเทศ กองทัพ และการสื่อสารสาธารณะ ซึ่งขณะนี้มีการปรับแนวทางให้ชัดเจนและสอดประสานกันมากขึ้น

ในด้านความมั่นคง กองทัพยืนยันพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ มีขอบเขตที่ชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง รัฐบาลสนับสนุนแนวทางนี้อย่างเต็มที่ ส่วนการสื่อสารต่อสาธารณะ กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมประสานกับโฆษกกระทรวงกลาโหม กองทัพบก และกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อสร้างความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน ป้องกันการบิดเบือนและความเข้าใจผิด

สมช. ย้ำว่า “อธิปไตย” คือหลักสำคัญที่สุด ขณะที่ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องบริหารจัดการไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์ พร้อมจำกัดวงความขัดแย้งให้น้อยที่สุด

ขณะนี้รัฐบาลได้พิจารณาทุกมาตรการ โดยจะดำเนินการตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวของกองทัพไม่ใช่การ “ถอย” แต่คือการ “ปรับกำลัง” เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งโดยไม่ละทิ้งอธิปไตย พร้อมย้ำว่า ไม่มีฝ่ายใดต้องการให้เกิดสงคราม

ด้านนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ได้มีการประชุมร่วมบูรณาการระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ เพื่อให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยไทยยืนยันใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ ได้แก่ คณะกรรมการ JBC, GBC และ RBC ซึ่งเป็นกลไกที่ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องไว้ตั้งแต่ต้น

สำหรับการประชุมคณะกรรมการร่วม JBC ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ จะเน้นหารือการลดจุดปะทะ ลดแรงกดดันระหว่างทหาร และใช้เวทีนี้ในการเจรจาเรื่องเขตแดนในกรอบที่ตกลงกันไว้ โดยจะประสานงานระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพบก และกระทรวงกลาโหม เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในสังคมไทย

พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวย้ำว่า กองทัพสนับสนุนแนวทางรัฐบาลในการใช้สันติวิธี และในการประชุม ผบ.เหล่าทัพตามวาระ จะมีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมออกเอกสารข่าวชี้แจงแนวทางร่วมกัน.

เอกสารแถลงข่าว สมช.
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...