โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศรัทธาบานสะพรั่ง! รู้จัก “ดอกเข้าพรรษา” ทำไมตักบาตรดอกไม้อานิสงส์สูง

Amarin TV

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 08.59 น.
“ดอกเข้าพรรษา” หรือ “ดอกหงส์เหิน” มีความเชื่อว่าหากใครได้นำไปสักการะรอยพระพุทธบาท บุญได้ขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จนเกิดเป็นประเพณี “ตักบาตรดอกเข้าพรรษา”

“ดอกเข้าพรรษา” หรือ “ดอกหงส์เหิน” มีความเชื่อว่าหากใครได้นำไปสักการะรอยพระพุทธบาท ผลบุญนั้นจะได้ขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จนเกิดเป็นประเพณี “ตักบาตรดอกเข้าพรรษา”

“ดอกเข้าพรรษา” ผลิดอกเฉพาะช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น

“ดอกเข้าพรรษา” หรือ “ดอกหงส์เหิน” เพราะดอกและเกสรจะมีลักษณะเหมือนตัวหงส์กำลังจะบิน มีลีลาสง่างาม มีชื่อชื่ออังกฤษว่าGlobba ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่าGlobba winitii C.H. Wright มีลักษระลำต้นคล้ายๆ ต้นกระชาย หรือ ขมิ้น สูงประมาณ 1 คืบเศษ

มีดอกสีเหลือง สีขาวและสีน้ำเงินม่วง ต้นดอกไม้เข้าพรรษานี้จะ ขึ้นตามไหล่เขาโพธิ์ลังกา หรือเขาสุวรรณบรรพตเทือกเขาวง และเขาพุใกล้ ๆ กับรอยพระพุทธบาท เป็นพันธุ์ไม้ที่เจริญเติบโตและออกดอกในช่วงฤดูฝน และจะผลิดอกเฉพาะช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น ( ระหว่าง พฤษภาคม -ตุลาคม) จนชาวบ้านเรียกชื่อให้เป็นที่เหมาะสมว่า“ดอกเข้าพรรษา”

ดอกและเกสรจะมีลักษณะเหมือนตัวหงส์กำลังจะบิน

ดอกไม้เข้าพรรษาที่ชาวพุทธออกไปเก็บนั้น ดอกสีเหลือง ดอกสีขาว ดูจะหาง่ายไม่ลำบากยากเย็นนัก แต่การเก็บดอกไม้เข้าพรรษาสีม่วง เขาถือกันว่า ถ้าใครออกไปเก็บดอกไม้เข้าพรรษา สีม่วง มาใส่บาตรได้ คนนั้นจะได้รับบุญกุศลมากมายกว่าการนำดอกไม้สีอื่น ๆ มาตักบาตร

“ดอกเข้าพรรษา” ชื่อเรียกตามถิ่นอื่นๆ

จังหวัดตาก : กล้วยจ๊ะก่า
จังหวัดลำพูน : กล้วยจ๊ะก่าหลวง
จังหวัดเชียงใหม่ : กล้วยเครือคำ
จังหวัดพิษณุโลก : ก้ามปู
ภาคกลาง : ขมิ้นผี หรือกระทือลิง
จังหวัดเลย : ว่านดอกเหลือง
จังหวัดสระบุรี : ดอกเข้าพรรษา

“ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา” คืออะไร มีความสำคัญยังไง

ประเพณีนี้ตามเจตนาเดิมของชาวบ้านคือต้องการให้พระที่กำลังเดินขึ้นไปที่พระอุโบสถเพื่ออธิษฐานเข้าพรรษาได้มีดอกไม้บูชาพระ ชาวบ้านเองก็พลอยได้บุญจากการได้ถวายดอกไม้แด่ภิกษุ-สามเณร ไปด้วย

หลังจากที่พระภิกษุสงฆ์เดินรับบิณฑบาตรจากพุทธศาสนิกชนแล้ว จะนำดอกไม้ไปสักการะ“รอยพระพุทธบาท” พระเจดีย์จุฬามณี อันเป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระเขี้ยวแก้วจำลองขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วนำไปสักการะพระเจดีย์มหาธาตุองค์ใหญ่ ซึ่งชาวพุทธถือว่าเป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

พระเจดีย์องค์นี้ ทรงเหมือนกับองค์พระธาตุพนม เป็นการคารวะต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และระหว่างที่พระภิกษุเดินลงจากพระมณฑปนั้นพุทธศาสนิกชนก็จะนำเอาน้ำสะอาดมาล้างเท้าพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งถือว่าน้ำที่ได้ชำระล้างเท้าให้พระภิกษุสงฆ์นั้นเสมือนหนึ่งได้ชำระล้างบาปของตนด้วย

ขอบคุณภาพจาก : ThailandFestival

ความเป็นมา “ตักบาตรดอกเข้าพรรษา” บุญจากการได้ถวายดอกไม้แด่ภิกษุ แบบอย่างครั้งพุทธกาล

ตามความเชื่อของชาวพุทธ การตักบาตรดอกไม้เป็นการสร้างอานิสงส์ที่สูงส่งอย่างยิ่ง โดยปรากฎตามพุทธตำนานว่า พระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์แห่งกรุงราชคฤห์ ทรงโปรดปรานดอกมะลิมาก ในแต่ละวันจะรับสั่งให้นายมาลาการนำดอกมะลิสดมาถวายถึง วันละ 8 กำมือ

วันหนึ่งขณะที่ นายมาลาการ กำลังเก็บดอกมะลิ ได้พบเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์อีกจำนวนหนึ่งเสด็จออกบิณฑบาตร แล้วได้เห็นแสงสว่างจากพระวรกายทำให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธองค์อย่างยิ่ง จึงตัดสินใจนำดอกมะลิที่มีไปถวายแด่พระพุทธเจ้า พร้อมกันนั้นก็ตั้งจิตอธิษฐานว่า

"ข้าวของทุกสิ่งที่พระเจ้าพิมพิสารทรงมอบให้เพียงเพื่อยังชีพในภพนี้เท่านั้น แต่การนำดอกไม้ถวายบูชาแก่พระพุทธองค์ สร้างอานิสงส์ได้ทั้งภพนี้และภพหน้า หากถูกประหารชีวิตเพราะไม่ได้ถวายดอกมะลิก็ยินยอม"

ครั้นภรรยานายมาลาทราบความก็เกรงกลัวว่าจะต้องโทษที่สามีไม่ปฏิบัติตามพระบัญชาของพระเจ้าพิมพิสารก็หลบหนีออกจากบ้านไป แต่หลังจากที่พระเจ้าพิมพิสารทรงทราบกลับพอพระราชหฤทัยเป็นอันมาก และได้ปูนบำเหน็จรางวัล ความดีความชอบแก่นายมาลาการ นับแต่นั้นมาชีวิตของนายมาลาการก็อยู่อย่างมีความสุข

ชาวอำเภอพระพุทธบาทได้ยึดถือประเพณีตักบาตรดอกไม้เป็นประเพณีสำคัญ ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นประจำทุกปี และกำหนดเอาวันเข้าพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี เป็นวันประเพณีตักบาตรดอกไม้

ในวันนั้น เมื่อพระภิกษะสงฆ์รับบิณฑบาตรดอกไม้จากพุทธศาสนิกชน แล้วนำออกมาสักการะพระเจดีย์ที่บรรจุพระเขี้ยวแก้วขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วนำไป สักการะบูชาพระเจดีย์มหาธาตุองค์ใหญ่ที่บรรจุพระบรมพระสารีริกธาตุ และเข้าโบสถ์ประกอบพิธี สวดอธิษฐานเข้าพรรษา

ประเพณีตักบาตรดอกไม้เป็นประเพณีสำคัญที่อยู่คู่กับวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารมาช้านาน พี่น้องประชาชนชาวพระพุทธบาทและใกล้เคียง จะถือเอาวันเข้าพรรษาของทุกปี (ตรงกับแรม 1 ค่ำ เดือน 8) เป็นวันตักบาตรดอกไม้ และตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา จังหวัดสระบุรี ได้เพิ่มจำนวนวันตักบาตรดอกไม้ จาก 1 วัน เป็น3 วัน มีพิธีตักบาตรดอกไม้วันละ 2 รอบ คือ รอบเช้าเวลา 10.00 น. รอบบ่าย เวลา 15.00 น. ปี

ภาพ : istockphoto
ขอบคุณภาพจาก : อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ,ThailandFestival
ขอบคุณข้อมูลจาก : อุทยานหลวงราชพฤกษ์ , บ้านอะลาง , สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...