โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

NC coconut แตกไลน์โพรดักซ์อินทรีย์เปลี่ยน “by-product” เป็นเงินหนุนทั้งปีโตไม่ต่ำกว่า 20%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 13.48 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 06.44 น.

NC coconut ชี้ไทยปลูกมะพร้าวพีคสุด 3-4 ล้านลูกต่อวัน เกินกำลังบริโภค ตลาดใหญ่คือ “ส่งออก” รั้งอันดับ 2 ผลไม้เศรษฐกิจรองจากทุเรียน เตรียมเปิดตลาดต่างประเทศใหม่ หนี เวียดนาม-จีน ดั๊มพ์ราคาแข่ง แตกไลน์ธุรกิจ “อินทรีย์” เปลี่ยนขยะเป็นเงิน หนุนรายได้ปี 68 เติบโตไม่น้อยกว่า 20% เมนเทนรายได้หลัก “ร้อยล้าน”

นายณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นซี โคโคนัท จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายมะพร้าวน้ำหอมแท้จากดำเนินสะดวก ราชบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการบริโภคมะพร้าวน้ำหอมในประเทศเพียง 5-10% ของผลผลิตทั้งหมด และกระจุกตัวในแหล่งท่องเที่ยวเป็นหลัก

โดยตลาดใหญ่ยังคงเป็นการส่งออกเพื่อนำรายได้เข้าประเทศ ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปี 2567 ไทยส่งออกมะพร้าวอ่อนกว่า 257,428 ตัน มูลค่า 217.4 ล้านดอลลาร์ ตลาดส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 82.7% ,สหรัฐฯ 7.1% ,ฮ่องกง 2.1%, สิงคโปร์ 1.6% และ เนเธอร์แลนด์ 1.5%

“บ้านเราจะขายได้ในแหล่งท่องเที่ยวเป็นหลัก เพราะส่วนใหญ่ปลูกกินกันเองในบ้าน ช่วงที่มะพร้าวออกผลเยอะที่สุดเฉลี่ย 3-4 ล้านลูกต่อวัน ซึ่งคนไทยไม่สามารถบริโภคได้หมด ส่วนใหญ่จึงเป็นตลาดส่งออกในรูปแบบรับจ้างผลิตเป็นหลัก ขณะที่แบรนด์ของไทยเองยังไม่ค่อยมีผู้ลงทุนทำแบรนด์มากนัก”

ในส่วนของ NC coconut เกิดและเติบโตจากการรับจ้างผลิตให้แบรนด์อเมริกาและฮ่องกงเป็นหลัก ก่อนที่ปี 2552 บริษัทหันมาสร้างแบรนด์และส่งออกด้วยตัวเอง พร้อมกับพัฒนาโพรดักซ์จากจาก ผลสดตัดแต่ง เป็น น้ำมะพร้าวน้ำหอมบรรจุขวด น้ำมะพร้าวน้ำหอมพาสเจอร์ไรส์ วุ้นมะพร้าวน้ำหอมแบบลูก วุ้นมะพร้าวน้ำหอมแบบถ้วย พุดดิ้งมะพร้าวน้ำหอม เพื่อสร้างความน่าสนใจและเพิ่มความหลากหลายให้สินค้ามากขึ้น

“เราเริ่มเปิดตลาดต่างประเทศผ่านการ “โรดโชว์” ไปทั่วโลก ควบคู่ไปกับการใช้โซเชียลต่าง ๆ สื่อสารให้คนรู้จัก ทำให้เราโตขึ้นและแข็งแรงขึ้น จนสามารถพัฒนาจากเกษตรกรเป็นผู้ส่งออก ตลาดหลักของเราอยู่ที่อเมริกา จีน ฮ่องกง ตะวันออกกลาง และสิงคโปร์”

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทยังคงมาจาก OEM มากกว่า 50% ขณะที่ Own Brand ยังมีช่องทางการจำหน่ายในประเทศเป็นหลักเช่น ใน TOPS, Gourmet Market มีกำลังการผลิตกว่าปีละ 10 กว่าล้านตัน ส่วนใหญ่เป็นการรับซื้อจากชาวไร่ทั้งในจังหวัดราชบุรีและใกล้เคียง ขณะที่บริษัทมีการเพาะปลูกมะพร้าวน้ำหอมเพียงร้อยกว่าไร่

ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทมีแผนเพิ่มแพลนท์การผลิตมากขึ้น พร้อมกับส่งเสริมให้เกษตรกรที่มีที่ดินมาปลูกมะพร้าวน้ำหอมมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชเศรษฐกิจที่ส่งออกสู่ตลาดโลก ทำมูลค่ามากกว่าหลักหมื่นล้านบาท และเป็นผลไม้ฮีโร่อันดับ 2 รองจากทุเรียน แต่ละปีมะพร้าวน้ำหอมสามารถให้ผลผลิตถึง 24 ครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 2 ครั้ง โดยกว่า 80% ของผลผลิตทั้งหมดปลูกที่จังหวัดราชบุรีใน 7 อำเภอ สร้างรายได้ภาคเกษตรราว ๆ 3.8 หมื่นล้านบาท

“ราคามะพร้าวน้ำหอมขึ้น-ลงตามกลไกตลาด ดีมานด์น้อยราคาถูก ดีมานด์มากราคาแพง บวกฤดูกาลกาลช่วงหน้าร้อนของน้อยราคาแพง ส่วนหน้าฝนและหนาวของเยอะราคาถูก เมื่อปลายปี 2566-2567 ไทยเกิดภัยแล้งทำให้ผลผลิตเกษตรลดลงส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นมาก แต่ในปี 2568 ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากปรากฎการณ์ “ลานิญญ่า” ซึ่งแนวโน้มผลผลิตปีนี้ดีตามไปด้วยและราคาถือว่าอยู่ในระดับที่ดีราวๆ 14-18บาทหน้าสวน เป็นตัวเลขที่เกษตรกรพอใจ”

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า แม้ตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไทยจะขึ้นแท่นผลไม้ฮีโร่เบอร์ 2 แต่ปัจจุบันมีคู่แข่งที่ตีตื้นขึ้นมาอย่าง “เวียดนาม” ที่มุ่งเน่นตลาดส่งออกเดียวกัน และ “จีน” ที่เข้ามาลงทุนโรงงานมะพร้าวทั้งซัพพลายเชน

“ประเด็นที่น่าห่วงมากเกี่ยวกับมะพร้าวน้ำหอมคือ “พันธุ์มะพร้าวน้ำหอมไทยห้ามนำออก” แต่มีการลักลอบนำพันธ์ุไปเวียดนามจนเกษตกรเวียดนามสามารถปลูกและส่งออกแข่งกับเราได้ รวมทั้ง “จีน” ที่มะพร้าวน้ำหอมบูมมากในจีน ทุนจีนบางส่วนพยายามเปลี่ยนตัวเองจากผู้ซื้อปลายทาง ขยับมาเป็นผู้ซื้อในไทยและขยับขึ้นมาเป็นเช่าสวนปลูกมะพร้าว ตั้งโรงงานผลิต ทำแพ็กเกจจิ้ง สร้างระบบขนส่งกลับไปขายและส่งออกไปประเทศอื่น

สิ่งที่น่าห่วงคือเขาสามารถผลิตได้ถูกและใช้เกมราคากดดันทำให้การค้าในไทยเหนื่อย เรากระจายความเสี่ยงโดยขายให้จีนน้อยลงและหันไปขยายตลาดอื่นที่ไม่ต้องแข่งด้านราคาเพราะเราไม่อยากอยู่ในสถานะการที่ถูกบีบด้วยราคา”

นอกจากการขยายตลาดใหม่ ๆ แล้ว NC coconut ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและขยะในโรงงาน เช่นเปลือกมะพร้าวมาทำเชื้อเพลิงพลังงาน วัสดุปลูก ปุ๋ยอินทรีย์ ไบโอชา เปลี่ยนของเสียกลับมาเป็นรายได้

“ในอดีตเราต้องเสียค่าจัดการขยะปีละหลายล้านบาท ซึ่ง SME bank เข้ามาสนับสนุนเงินทุนในขยายงานส่วนนี้ เบื้องต้นเน้นตลาดในประเทศและอยู่ระหว่างการเจรจาส่งออกไปยังต่างประเทศโดยมี ซาอุดิอาระเบีย เป็นตลาดนำร่อง คาดว่าในช่วงแรกจะสามารถทำรายได้ราวๆ 5-10% แต่ในอนาคตสามารถเติบโตถึง40-50% ของพอร์ต

เนื่องจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามะพร้าวน้ำหอมให้ผลผลิตน้อยจากภาวะอากาศทำให้ฉุดรายได้บริษัทให้เติบโตลดลง แต่คาดว่าปี2568 เราจะกลับมาโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% จากการที่ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมกลับมาให้ผลผลิตตามปกติ บวกกับการเพิ่มสัดส่วนการค้ากับพาร์ทเนอร์มากขึ้นซึ่งจะทำให้เราได้ทั้งตลาด โนว์ฮาวและเงินลงทุน ทำให้ปีนี้เรายังคงรักษาฐานรายได้ในหลักร้อยล้านบาทได้จากการที่มีผลผลิตป้อนสายการผลิตและมีโพรดักซ์ใหม่ขาย

ส่วนประเด็นสงครามการค้าตอนนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจและคาดว่ารัฐบาลน่าจะมีการเจรจากันได้และไม่ส่งผลกระทบในอนาคตอันใกล้”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...