โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ธ.ทิสโก้ย้ำ ! อยากมั่งคั่งต้องวางแผนประกัน ชูโปรแกรม TISCO My Goal ช่วยจัดพอร์ตความคุ้มครอง

Wealthy Thai

อัพเดต 21 พ.ย. 2568 เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 04.53 น.

ธนาคารทิสโก้ย้ำ“ประกัน” สิ่งจำเป็นสำหรับการวางแผนการเงินเพื่อความมั่งคั่ง เพราะช่วยป้องกันความเสี่ยงค่าใช้จ่ายสุขภาพ ค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และวางแผนส่งต่อมรดกแบบไร้รอยต่อ ชี้เข้าใจPain Point คนไม่มีประกัน เพราะตัดสินใจลำบาก เหตุมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกเยอะประกอบกับความคุ้มครองและเงื่อนไขรับประกันซับซ้อนเข้าใจยาก ส่วนคนที่มีประกันแล้วอาจมีความคุ้มครองที่ไม่ครอบคลุมชูโปรแกรม “TISCO My Goal” ตัวช่วยจัดพอร์ตประกันให้ครบถ้วน
นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ประกัน” เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการวางแผนการเงินเพื่อความมั่งคั่ง เพราะช่วยถ่ายโอนความเสี่ยงของชีวิตไปยังบริษัทประกัน อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือช่วยการออมเงินเพื่อการเกษียณและช่วยบริหารจัดการภาษีได้อีกด้วย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่บริษัทประกันนำเสนอในปัจจุบันมีหลากหลายความคุ้มครอง และมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างซับซ้อนเข้าใจยาก อาจเป็นหนึ่งใน Pain Point ที่ทำให้คนไทยยังไม่กล้าตัดสินใจทำประกัน หรือหากตัดสินใจทำประกันแล้วก็อาจไม่รู้ตัวว่ามีความคุ้มครองที่ไม่ครอบคลุมกับความเสี่ยงในอนาคต
สำหรับผู้ที่ยังลังเลว่าควรเลือกประกันอย่างไรให้คุ้มค่า หรือต้องการตรวจสอบความคุ้มครองที่มีอยู่ว่าครบถ้วนหรือไม่ธนาคารทิสโก้แนะนำให้ใช้โปรแกรม TISCO My Goal ในรูปแบบย่อซึ่งเปิดให้ทดลองใช้ทางออนไลน์ เพียงคลิก https://advisory.tiscoonline.com/ และยังสามารถใช้โปรแกรม TISCO My Goal ผ่านทางแอปพลิเคชัน TISCO My Wealth เว็บไซต์ www.tiscowealth.com และ Line@ TISCOAdvisory ได้อีกด้วย ส่วนผู้ที่ต้องการใช้บริการวางแผนประกันอย่างเต็มรูปแบบด้วยโปรแกรม TISCO My Goal สามารถรับคำแนะนำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา โดยเจ้าหน้าที่ของธนาคารจะช่วยคำนวณความคุ้มครองที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละท่าน พร้อมให้คำแนะนำเลือกประกันที่ครบถ้วน

เปิดทริกจัดพอร์ตประกันตามช่วงอายุ

นายณัฐกฤติกล่าวว่า สำหรับการจัดพอร์ตประกันที่ครอบคลุมทุกความเสี่ยงในอนาคตนั้น ธนาคารทิสโก้แนะนำให้ทำประกันตั้งแต่ยังมีสุขภาพดี เพราะเบี้ยถูกกว่าและมีโอกาสได้รับการคุ้มครองครบโดยไม่มีข้อยกเว้น และเลือกซื้อประกันที่รับประกันโดยบริษัทที่มั่นคง เชื่อถือได้ พร้อมตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ ข้อยกเว้น และประวัติการจ่ายสินไหม และควรปรับสัดส่วนพอร์ตประกันตามช่วงวัยเพื่อให้สอดรับกับชีวิตของเราในแต่ละช่วงอายุ ดังนี้
1.ประกันวัยเริ่มทำงาน 20-30+ อยู่วัยที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงและยังไม่มีภาระมากนัก ดังนั้น คนวัยนี้ควรทำประกัน

1.1 ประกันอุบัติเหตุที่จ่ายเบี้ยน้อยแต่คุ้มครองสูง แบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและควรเป็นแบบที่มีแผนมีชดเชยรายได้ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลและคุ้มครองกรณีทุพพลภาพ
1.2 ประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง เพื่อคุ้มครองกรณีป่วยหนักต้องเข้ารักษาตัวหรือผ่าตัดในโรงพยาบาล กรณีมีสวัสดิการจากที่ทำงานก็อาจจะเลือกประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดส่วนแรกจะช่วยลดค่าเบี้ยต่อปีได้
1.3 ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา สำหรับผู้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว แนะนำให้ทำประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาที่จ่ายเบี้ยต่อปีน้อยแต่คุ้มครองชีวิตสูงกว่าการทำประกันชีวิตประเภทอื่นๆ โดยทุนประกันที่ทำควรจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคนที่เราดูแลรวมถึงภาระหนี้สินที่มีอยู่

2.ประกันวัยกลางคน 40-50+ อยู่ในช่วงพีคของชีวิตการทำงาน รายได้ต่อปีสูงกว่าช่วงวัยอื่น ซึ่งมักเป็นเสาหลักของครอบครัว เริ่มมีทรัพย์สิน มีเป้าหมายทางการเงินของชีวิตชัดเจนขึ้น แต่จะเริ่มรู้สึกถึงข้อจำกัดด้านสุขภาพ ดังนั้น คนวัยนี้ควรทำประกัน
2.1 ประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรงที่มีความคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการรักษาและเงินก้อนหากตรวจพบโรคร้ายสูง
2.2 ประกันชีวิตที่มีทุนความคุ้มครองสูง เพื่อเป็นหลักประกันคุ้มครองครอบครัวในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่เราต้องจากครอบครัวไปอย่างกระทันหัน
2.3. ประกันบำนาญ สำหรับสร้างหลักประกันหลังเกษียณ ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ และสามารถส่งต่อเงินก้อนเป็นมรดกให้กับลูกหลาน

3.ประกันวัยเกษียณ 60+ เป็นวัยที่เข้าสู่ช่วงที่ไม่มีรายได้จากงานประจำแต่อาจเริ่มมีข้อจำกัดด้านสุขภาพ มีความคาดหวังสำคัญคือ “อยู่อย่างมีคุณภาพ” และ “ไม่เป็นภาระลูกหลาน” ประกันที่ควรมีติดตัวคือ
3.1 ประกันสุขภาพ และโรคร้ายแรง ธนาคารทิสโก้แนะนำให้รักษากรมธรรม์ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงที่ทำไว้ในช่วงวัยทำงาน เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง กรณีที่ค่าเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุจนอาจจ่ายค่าเบี้ยไม่ไหวนั้น อาจปรึกษาบริษัทผู้รับประกันเพื่อขอปรับแผนเป็นแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible) เพื่อให้ค่าเบี้ยในแต่ละปีถูกลง ทั้งนี้ เนื่องจาก ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมักเป็นค่าใช้จ่ายหลักของวัยเกษียณ การมีประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง จะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย
3.2 ประกันอุบัติเหตุสำหรับผู้สูงอายุ จ่ายเบี้ยน้อยแต่ได้รับความคุ้มครองสูง ในกรณีที่เสียชีวิตยังสามารถส่งต่อเป็นมรดกให้กับลูกหลานได้ด้วย
3.3 ประกันชีวิตเพื่อเตรียมส่งมอบเป็นมรดกให้ลูกหลาน ถือเป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะมีการส่งต่อทรัพย์สินที่ชัดเจนสำหรับผู้รับผลประโยชน์และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งทางด้านภาษีมรดก การค่าดำเนินการต่างๆทางกฎหมาย อีกทั้งยังทำให้ผู้รับได้รับมรดกที่รวดเร็วอีกด้วย

ประกันอื่นๆ

นอกจากประกันที่กล่าวมาข้างต้น หากมีบ้านหรือรถยนต์ ควรทำประกันอัคคีภัยบ้านและประกันรถยนต์ เพื่อช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายในกรณีที่เกิดความเสียหาย และควรทำประกันสะสมทรัพย์ นอกจากช่วยออมเงินในระยะยาวแล้วยังเป็นเครื่องมือบริหารภาษีได้อีกด้วย
“ ประกันที่วางแผนไว้ดีจึงไม่ใช่แค่ช่วย "จ่ายแทน" แต่ยังช่วย "ปกป้องความเสี่ยง" และอนาคตของเรากับคนที่เรารักให้เดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง การวางแผนประกัน ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล เป็นการถ่ายโอนความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันและส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของเรา ซึ่งแม้ว่าจะขจัดความเสี่ยงได้ไม่ทั้งหมด เราก็ยังอุ่นใจว่าจะได้เงินจากบริษัทประกันมาช่วยบรรเทาความเสียหายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ” นายณัฐกฤติกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...