ศึกในรทสช.จะทำรัฐบาลพัง
จนถึงนาทีนี้ ก็ไม่รู้ว่า การที่พรรคเพื่อไทยเอากระทรวงมหาดไทยมาจากภูมิใจไทยนี่คุ้มหรือไม่ เพราะ 1.ทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพนัก แล้วเผลอๆ พรรคเพื่อไทยจะโดนย้อนศรกลับเรื่องที่เคยทำองค์ประชุมสภาล่มรัวๆ ในสมัยรัฐบาลประยุทธ์ กฎหมายนโยบายของรัฐบาลผ่านยากเพราะเสียงปริ่มน้ำ แต่ฝ่ายค้านบอก ไม่ใช่หน้าที่เขาจะรักษาองค์ประชุม
2.พรรคเสียงอันดับสองในพรรคร่วมรัฐบาล คือรวมไทยสร้างชาติ ( รทสช.) เป็นตัวป่วนเสียอีก เพราะความขัดแย้งระหว่าง “เสี่ยเฮ้ง”สุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรค กับ “หัวหน้าตุ๋ย”พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ที่ดูจะสิ้นเยื่อขาดใยกันไปแล้ว ถึงขั้นยอมให้พรรคมีสภาพเป็นพรรคอกแตก แบ่ง สส.ไปกลุ่มละ 18 คน
ไม่ว่าจะตำแหน่ง หรือการโหวตวาระสำคัญๆ ของรัฐบาล อาจโดนแต่ละกลุ่มตั้งเงื่อนไขต่อรอง ซึ่งก็คุยกันยากอีก ว่าให้กลุ่มหนึ่ง อีกกลุ่มให้ไม่ได้ต้องหาอะไรมาเป็นรางวัลปลอบใจ ยิ่งเสียงตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ต้องระวังหนัก ว่ามีใครจ่ายซื้องูเห่าจาก รทสช.คว่ำนายกฯ บ้าง คล้ายกับครั้งที่อภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งหลังโหวตผ่าน บิ๊กตู่ก็ตามเชคบิล
ปัญหาใน รทสช.มาจากการที่ สส.ฝั่งเสี่ยเฮ้ง ไม่ชอบการทำงานของหัวหน้าตุ๋ย บอกว่า “มีลักษณะเข้าถึงยาก และรับฟังแต่เสียงคนในกลุ่มตัวเอง ตัดสินใจจากเสียงกลุ่มตัวเองเท่านั้น” เช่น กรณีการเปลี่ยนกฎพรรค ให้มีเรื่อง “ห้ามสมาชิกมีความฝักใฝ่พรรคการเมืองอื่น” เป็นเรื่องที่ฝั่งเสี่ยเฮ้งไม่รู้มาก่อน เพราะเป็นประชุมที่ไม่เรียกทุกกลุ่มเข้าไป
พอแยกกลุ่มออกมา แบ่ง สส. ฝั่งละ 18 คน ก็เริ่มต่อรองกัน โจทย์แรก“ใครอยู่ข้างนายกฯ” หลังนายกฯอิ๊งค์โดนถล่มเละด้วยคลิปเสียงคุยกับ“อังเคิล” กลุ่ม 18 ประกาศว่าจะอยู่ข้างนายกฯ ขณะที่กลุ่มนายพีระพันธุ์ ทำลับๆ ล่อๆ ว่าจะอยู่ฝั่งไหน จนเพื่อนที่พากันมาจากประชาธิปัตย์ ทั้งจุติ ไกรฤกษ์ วิทยา แก้วภราดัย บอกทำนองว่า“มติคือให้นายกฯลาออก”
แต่กลับกลายเป็นว่า หัวหน้าตุ๋ยอมมติไว้ลำพัง บอกว่า“มีมติเพื่อแจ้งนายกฯ ไม่ใช่แจ้งต่อสื่อ” ขณะนั้นเอง ข่าวต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีก็สะพัด เดิมว่ากันว่า รัฐบาลต้องการเปลี่ยนตัว รมว.พลังงาน แถมยังมีชื่อ“ว่าที่ รมว.พลังงาน”ในใจแล้ว แต่นายพีระพันธุ์เอาเรื่องเสียงสนับสนุนรัฐบาลมาต่อรองให้คงโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีไว้ตามเดิม
ความน่าปวดหัวที่ทำให้ปรับ ครม.ได้ช้า ส่วนหนึ่งก็มาจากการแย่งเก้าอี้กัน เพราะกลุ่ม 18 ของเสี่ยเฮ้งอ้างเสียงมาต่อรองเอาเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการด้วย ขณะที่เพื่อไทยก็เกลี่ยเก้าอี้กันไม่ค่อยจะลงตัวดี จนที่สุดต้องแจ้งไปกับกลุ่ม 18 ว่า “ถ้านับโควตาพรรค รทสช.36 เสียง ( ไม่นับเป็นกลุ่ม ) ก็เพิ่มเก้าอี้ว่าการให้ไม่ได้” แต่ต่อรองกันไปมา เสี่ยเฮ้งได้ช่วยมหาดไทย
ความแค้นของ“คนเคยรักอยู่พรรคเดียวกัน” ดูจะหนักหนา เมื่อหัวหน้าตุ๋ยปรี๊ดแตกหลังจากเห็นโผ ครม.เตรียมทูลเกล้าฯ มีชื่อเสี่ยเฮ้งโยกย้ายมาเป็น รมช.มหาดไทย จนเจ้าตัวไปคุยผู้ใหญ่พรรคเพื่อไทยเอง ว่า “เสี่ยเฮ้งไม่ใช่คนที่พรรคมีมติส่งชื่อไปดำรงตำแหน่งใดๆ ถ้าจะเอาชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ระวังผิดข้อบังคับพรรค หรือ รทสช.จะถอนตัวจากร่วมรัฐบาล”
เมื่อ“ยังอยู่กันไปแบบนี้” เสี่ยเฮ้งไม่ลาออกจากพรรค ในขณะเดียวกัน กรรมการชุดหัวหน้าตุ๋ยจะอ้างการตัดสินใจของกลุ่มตัวเองเป็นมติพรรค ก็ต้องระวังว่า “ในพรรค รทสช.จะเกิดศึกอะไรระหว่างสองกลุ่ม” ในลักษณะที่ว่า เพื่อวัดพลังความยิ่งใหญ่ระหว่างกัน อาจไปถึงกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล… แต่หลายคนอาจรอดู“หัวหน้าสองกลุ่ม”แฉกันเองสนุกดี ก็เห็นว่าถูกร้องเรียนทั้งคู่ ฝั่งหนึ่งก็เรื่องถือหุ้น-ถุงยังชีพ อีกฝ่ายหนึ่งก็ถูกร้องเรื่องซื้อตึก SKYY9
การที่เห็นแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกันแบบนี้ ก็ทำให้ชวนคิดว่า ที่นักการเมืองทำไป คนไทยได้อะไร ?