โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แนวหน้าวิเคราะห์ : ไม่ลาออก-ไม่ยุบสภา ยังดื้อเดินหน้าท้าวิกฤต

แนวหน้า

เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

เรียกได้ว่า ในช่วงแรกออกอาการเจ็บหนักถึงขั้นสะบักสะบอมไปเลยทีเดียว สำหรับ “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย หลังจากที่มีการปล่อยคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา และอดีตนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ออกมาให้สังคมได้รับรู้โดยทั่วกัน

สิ่งที่ควรจะเป็นความลับหลังไมค์ กลายเป็นเรื่องที่ใครก็รู้ ซึ่งมันชัดแจ้งถึงท่าทีที่อ่อนน้อมของนายกฯไทย ที่มีต่อผู้ยิ่งใหญ่ในฝั่งกัมพูชา ที่เรียกได้ว่า ยอมทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ขอให้บอก ในช่วงที่ไทยและกัมพูชามีประเด็นขัดแย้งกัน

คลิปเสียงที่หลุดออกมานั้นได้สร้างกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงในสังคมไทย มีเสียงเรียกร้องจากหลายๆ ฝ่ายให้นายกฯ เจนวาย แสดงความรับผิดชอบจากคำพูดของตนเอง

บางฝ่ายต้องการให้ลาออก แล้วเปิดทางให้คนอื่นเข้ามาเป็นนายกฯ แทน บางฝ่ายก็ขอให้ยุบสภาฯ คืนอำนาจให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อเฟ้นหาผู้นำคนใหม่

บ้างก็เรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวออกมาจากการทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย เพื่อแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรี

เรียกว่าตอนเกิดเรื่องใหม่ๆ ฝั่งนายกฯอิ๊งค์และทีมงานตั้งตัวกันแทบไม่ทัน ได้แต่คอยตั้งรับปัดป้องกระแสโจมตีที่ถาโถมเข้าใส่ จนถูกมองว่า ไม่น่าไปต่อได้ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมทั้งอาจมีผลกระทบสั่นสะเทือนไปถึงความมั่นคงของรัฐบาลชุดนี้อีกด้วย

ก็คิดกันว่า นายกฯ แพทองธาร อาจเลือกทางที่เจ็บน้อยที่สุด ด้วยการเสียสละตัวเองออกจากตำแหน่งเพื่อให้พรรคเพื่อไทยยังคงเป็นแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนการยุบสภาฯ ก็ดูจะเสี่ยงเกินไป เพราะในขณะที่กระแสความนิยมของเพื่อไทยลดลง แต่ของค่ายอื่นๆ กลับขยับขึ้นสวนทางกัน อันเนื่องมาจากกรณีคลิปเสียงดังกล่าว

สุดท้าย แพทองธาร เลือกที่จะสู้ต่อ

ดังนั้น สิ่งที่ทำอย่างเร่งด่วนก็คือ การแก้ไขสถานการณ์ในส่วนที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยให้ทุเลาลง

โดยนายกฯ ได้แถลงข่าวขออภัยประชาชนในกรณีที่มีคลิปเสียงที่คุยกับผู้นำกัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น และทำให้เกิดความไม่สบายใจ และได้คุยกับกองทัพและ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 แล้ว และกองทัพก็รับฟัง วันนี้ไม่มีเวลามาทะเลาะกันเอง เราต้องร่วมปกป้องอธิปไตยของเราไว้ รัฐบาลยินดีสนับสนุนกองทัพทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งใจทำร่วมกัน

ต่อมา นายกฯ ได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจเยี่ยมให้กำลังใจ กำลังพลกองกำลังสุรนารี และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ ที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งในครั้งนี้ นายกฯ ได้กล่าวขอโทษแม่ทัพภาคที่ 2 อย่างเป็นทางการหลัง หลังกล่าวพาดพิงในคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน ทำให้สถานการณ์ที่ดูตึงเครียดได้บรรเทาเบาบางลง

ในส่วนของการเมือง หลังพรรคภูมิใจไทยประกาศแยกทางกับเพื่อไทย จากพรรคร่วมรัฐบาลออกไปเป็นพรรคฝ่ายค้าน ก็ทำให้เพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลต้องปรับกระบวนทัพกันใหม่ เพราะอยู่ในสถานการณ์เสียง สส.เกินระดับปริ่มน้ำไปไม่มาก ดังนั้นจึงต้องเร่งเติมเสียงให้ขึ้นมาอยู่ในโซนปลอดภัยให้อุ่นใจเสียก่อน

จะตกรางวัลกันอย่างไรก็เป็นรายละเอียดของแต่ละพรรค แต่ละก๊วนที่จะตกลงกัน ก็อาจเป็นทีของพรรคเล็กๆ บ้าง

โดยพรรคเพื่อไทยระบุถึงเหตุผลที่นายกฯ และรัฐบาลต้องอยู่ต่อ ก็เพื่อเร่งเดินหน้ายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม รวมถึง ร่าง พ.ร.บ.สถาบันบันเทิงครบวงจร รวมทั้งกฎหมายเพื่อพี่น้องประชาชนชาวไทยอีกหลายประการ

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะได้รับการแก้ไขเฉพาะหน้าจนผ่านพ้นไปได้ พรรคเพื่อไทยนำรัฐบาลเดินหน้าต่อ แต่จะไปได้อีกนานเท่าไหร่ ก็ยังต้องรอดูคำตอบกัน เพราะตอนนี้สถานการณ์ต้านรัฐบาลก็ยังไม่นิ่ง ยังคงมีท่าทีที่แข็งกร้าวจากกลุ่มที่ไม่พอใจการบริหารงานของนายกฯ ที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนในหลายพื้นที่ของประเทศไทยที่พร้อมเดินหน้าขับไล่ และการยื่นถอดถอนนายกฯ ออกจากตำแหน่งเพราะเห็นว่าไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศแล้ว รวมทั้งยังมีสิ่งที่สะท้อนถึงความเสื่อมศรัทธาต่อรัฐบาลชุดนี้ของประชาชนที่แสดงออกมาในโลกออนไลน์

ประเด็นเรื่องคลิปเสียงในครั้งนี้ถือเป็นแผลลึกเลยก็ว่าได้ ซึ่งผู้คนจะจดจำเรื่องนี้ไปอีกยาวนาน ดังนั้น จะเป็นสิ่งที่คอยเตือนให้นายกฯ และรัฐบาลชุดนี้ต้องทำงานให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุดเพื่อพิสูจน์ว่า สิ่งที่พร่ำพูดว่าทำเพื่อประชาชน เพื่อประเทศชาตินั้นเป็นเรื่องจริง

แต่สุดท้ายนั้น ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง

ทีมข่าวแนวหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...