ถอดบทเรียนลดตายบนถนน “ เซาแทมป์ตัน”ไอร์แลนด์เหนือ
ในการเดินทางไปศึกษาดูงานของคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของรัฐสภาไทย ณ สหราชอาณาจักร บริเตนใหญ่ และไอร์แลนด์เหนือ ระหว่างวันที่ 8-15 มิถุนายน 2568 มีเป้าหมายหลักเพื่อศึกษาแนวทางบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนน จากประเทศที่มีผลงานโดดเด่นในการลดอุบัติเหตุ และการเสียชีวิตบนท้องถนนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
คณะศึกษาดูงานเดินทางไปยังเซาแทมป์ตัน เฟซตี้ เคาน์ซิล (Southampton Safety Council ) เรียนรู้ปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในการดำเนินงานป้องกันอุบัติเหตุทางถนนของ Southampton จากการมีนโยบายส่วนกลางกำหนดทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน มีผู้บริหารที่เห็นความสำคัญ มีวิสัยทัตน์ยาวไกล มีความรู้ มุ่งมั่น และจริงจัง รวมถึงมีทีมงานที่มีความสามารถและได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร ที่สำคัญ Road Safety Master Plan ได้นำแนวคิด Safe System มาเป็นกรอบในการวางแผนและการดำเนินงาน
สำหรับกิจกรรมเชื่อมต่อ สัมพันธ์ เอื้ออำนวยต่อกัน เช่น การส่งเสริมให้คนเดินและขี่จักรยาน ด้วยการมีช่องทางรถจักรยานโดยเฉพาะ มีทางเท้าที่น่าเดิน มีถนนคนเดินที่ห้ามรถยนต์เข้ามาวิ่ง มีระบบขนส่งสาธารณะที่ดี ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัว รวมถึงมีการลดความเร็วในเขตเมืองเหลือ 20 ไมล์ต่อชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างสิ่งแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัย ทำให้คนอยากเดิน อยากขี่จักรยาน มีการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ที่ฝ้าฝืนอย่างเข้มงวด โดยมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน ที่สำคัญคือมีการดำเนินงานตามแผนอย่างต่อเนื่อง และมีงบประมาณที่เหมาะสมต่อการพัฒนา
สำหรับ เซาแทมป์ตัน เป็นเมืองที่มีประชากร 260,111 คน (จำนวนประชากรเท่า ๆ กับจังหวัดนครนายก และจังหวัดพังงา) ในปี 2024 มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน เพียง 2 คน หรือน้อยกว่า 1 ต่อเเสนประชากร (ในปี 2023 นครนายก มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 76 คน หรือ 30.1 คนต่อแสนประชากร ส่วน พังงา มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 71 คน หรือ 28.0 ต่อแสนประชากร)
นอกจากนี้คณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของรัฐสภาไทยเรียนรู้ศูนย์ฝึกอบรมผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรสหราชอาณาจักร ได้ไปศึกษาดูงาน The role of Office of Rail and Road หน่วยงานรับผิดชอบในการดูแลถนนหลวงและการขนส่งระบบราง ให้อยู่ในสภาพตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย และศึกษาดูงาน UK Road Offender Education (UKROEd) กรุงลอนดอน
UKROEd เป็นองค์กรการกุศลที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2014 มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารและดำเนินโครงการต่าง ๆ ในนามของกรมตำรวจอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ โดยมีภารกิจหลักในการกำกับดูแลโครงการอบรมผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรในระดับประเทศ ภายใต้ชื่อ National Driver Offender Retraining Scheme (NDORS) UKROEd เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการลดอุบัติเหตุทางถนนในสหราชอาณาจักรโดยใช้วิธีการทางการศึกษาเข้ามาร่วมกับมาตรการทางกฎหมายในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ขับขี่ที่กระทำผิดกฎหมายจราจร เป้าหมายสูงสุดขององค์กรคือการลดอัตราการเสียชีวิตและการเกิดอุบัติเหตุทางถนนให้เป็นศูนย์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในการสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน และยังเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการวิจัย การพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการฐานข้อมูล DORS+ การประเมินคุณภาพ (APR) และการออกใบอนุญาตแก่ผู้สอนหลักสูตรต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยทางถนน
ปัจจุบันมีผู้ได้รับใบอนุญาตสอนตามหลักสูตรของ UKROEd มากกว่า 1,100 คนทั่วประเทศ UKROEd มุ่งเน้นการให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ขับขี่ที่กระทำผิดกฎหมายจราจร ซึ่งสามารถเลือกเข้าร่วมอบรมแทนการถูกปรับหรือตัดคะแนนจากใบอนุญาตขับขี่ได้ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่สามารถเลือกชำระค่าปรับจำนวน 100 ปอนด์ หรือเลือกลงทะเบียนเข้ารับการอบรมกับ UKROEd ด้วยค่าธรรมเนียมในอัตราเดียวกัน แต่ไม่ต้องถูกตัดคะแนนใบขับขี่
รายได้จากการจัดหลักสูตรจะนำเข้ากองทุนความปลอดภัยทางถนน (Safety Fund) เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาและสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับการลดอุบัติเหตุทางถนนมากกว่า 100 โครงการทั่วประเทศ UKROEd ยังทำงานร่วมกับตำรวจในการติดตั้งกล้อง CCTV มากกว่า 3,000 จุดทั่วประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนมูลนิธิ Safer Road Foundation เพื่อวิจัยและพัฒนาหลักสูตรเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนในยุคปัจจุบัน
เช่น การเติบโตของอาชีพรับส่งสินค้า (Delivery) ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ข้อมูลจากสหราชอาณาจักรแสดงให้เห็นว่าร้อยละ 75 ของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นชายวัยรุ่น ซึ่งมีแนวโน้มขับรถเร็วและชอบความท้าทาย UKROEd จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบหลักสูตรที่มุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ โดยการใช้มาตรการทางกฎหมายร่วมกับมาตรการทางการศึกษา
คณะยังได้เดินทางไปดูงาน Road Safety and Intervention ซึ่งมีภารกิจหลักในการแก้ไขจุดเสี่ยง โดยใช้หลักการ Safe System เป็นกรอบในการวางแผน ดำเนินการ กำกับติดตาม ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงคมนาคม รวมถึงดูงาน Driver and Vehicle Standards Agency - DVSA หน่วยงานตรวจสภาพรถ อบรมการขับขี่ปลอดภัยเพื่อขอรับใบขับขี่ และการกำกับติดตาม
คณะยังได้พูดคุยเกี่ยวกับ Autonomous Vehicle Act (พระราชบัญญัติรถยนต์อัตโนมัติ) แม้จะยังไม่มี Autonomous Vehicle operated เต็มรูปแบบ แต่ประเทศอังกฤษก็เตรียมการควบคุมโดยออกกฎหมายมารองรับแล้ว