โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ครม.ไฟเขียว 12 หน่วยงานจัดหนัก ขอเพิ่มงบ 1.26 แสนล้าน พ่วงงบกลาง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 23.30 น.

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 มีมติเห็นชอบการขอเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2569 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

โดยขอเพิ่มงบประมาณที่มีความจำเป็นเร่งด่วน สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศและนโยบายสำคัญของรัฐบาล วงเงินรวม 126,528 ล้านบาท ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะเสนอรายละเอียดต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2569 ต่อไป

สำหรับการขอเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2569 วงเงิน 126,528 ล้านบาท เป็นไปตามปฏิทินงบประมาณที่หน่วยงานรัฐสามารถเสนอขอเพิ่ม ลด หรือปรับเปลี่ยนงบประมาณเข้ามายังคณะกรรมาธิการฯ ได้ โดยมีรายละเอียดของวงเงินที่ขอเพิ่มแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ ดังนี้

รายจ่ายที่ต้องดำเนินการตามข้อผูกพันที่เกิดจากกฎหมาย สัญญา ข้อตกลงระหว่างประเทศและค่าใช้จ่าย เพื่อการชำระหนี้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายตามสิทธิ วงเงิน 90,690 ล้านบาท โดยมีรายการสำคัญที่เสนอตั้งของเพิ่มงบแยกเป็นหน่วยงาน ดังนี้

1.สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ : ขอเพิ่มรายการค่าชำระดอกเบี้ยเงินกู้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการชำระหนี้สาธารณะของประเทศ จำนวน 33,861 ล้านบาท

2.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย : ขอเพิ่มเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการตามสัญญาสัมปทานของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ ศูนย์วัฒนธรรม ตามสัญญาสัมปทานฯ ต้องชำระ 6 ปี โดยขอเพิ่มงบประมาณฯ เพื่อชำระปีที่ 1 วันที่ 31 ก.ค.69 จำนวน 14,523 ล้านบาท

3.กองทุนประชารัฐสวัสดิการฯ : ขอเพิ่มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 25,000 ล้านบาท

4.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา : ขอเพิ่มเพื่อให้เงินกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษากับผู้กู้ยืม ตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 256 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 จำนวน 5,914 ล้านบาท

5.สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม : เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการชำระหนี้ จำนวน 5,357 ล้านบาท

6.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง : ขอเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายในการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและ IMF ที่เห็นชอบให้ประเทศไทย เจ้าภาพจัดการประชุมประจำ 2569 ของประเทศไทย และร่างบันทึกความเข้าใจการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีฯ ปี 2569 จำนวน 2,991 ล้านบาท

7.สำนักงานประกันสังคม : ขอเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายตามสิทธิในการชำระเงินสมทบตามแผนงบประมาณรายจ่ายระยะปานกลาง จำนวน 2,981 ล้านบาท

รายจ่ายเพื่อการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รายจ่ายเพื่อป้องกันหรือบรรเทา ความเดือดร้อนของประชาชน หรือรายจ่ายที่ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง ตลอดจนรายจ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานของหน่วยรับงบประมาณ โดยรายการที่เสนอขอเพิ่มงบประมาณต้องเป็นรายการ ที่มีอยู่ในคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วงเงิน 35,838 ล้านบาท โดยมีรายการสำคัญที่เสนอตั้งของเพิ่มงบแยกเป็นหน่วยงาน ดังนี้

1.งบกลาง : ขอเพิ่มรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 34,321 ล้านบาท

2.กรมการแพทย์ : ขอเพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อทดแทนครุภัณฑ์เดิมที่ชำรุด รองรับการให้บริการผู้ป่วย และสามารถช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำนวน 365 ล้านบาท

3.สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ : ขอเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายโครงการหนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเขฟอาหารไทย ผ่านการฝึกอบรมพัฒนาอาชีพอย่างมีมาตรฐาน ยกระดับ เซฟท้องถิ่นให้เป็นเชฟมืออาชีพ และพัฒนาสู่การเป็นทูดทางวัฒนธรรมด้านอาหารไทยในเวทีโลก จำนวน 280 ล้านบาท

4.สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข : ขอเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายอุปกรณ์เครื่องมือ และสนับสนุนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญไม่เพียงพอทำให้ส่งผลต่อการให้บริการ และเพื่อยกระดับการให้บริการที่มีคุณภาพ จำนวน 260 ล้านบาท

5.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ : ขอเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นพื้นฐานของผู้รับบริการสงเคราะห์ ในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ คำปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย สำหรับคนพิการให้เพียงพอต่อความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มเป้าหมาย และเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการพัฒนาและสมทบงบประมาณกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อนำไปจัดสวัสดิการดูแลช่วยเหลือสมาชิก รวมทั้งสิ้น 258 ล้านนาท

6.กระทรวงยุติธรรม : ขอเพิ่มเป็นรายจ่ายเพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยสนับสนุนเป็นเงินอุดหนุนในการจัดให้มีทนายความอาสา ค่าใช้จ่าย ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้กระทำผิดคดียาเสพติด และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังด้วยวิธีการให้การศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งสิ้น 214 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...