โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รสเผ็ดร้อนกลางเมืองน้ำแข็ง สำรวจกระแส ‘อาหารไทย’ ในฮาร์บิน

Xinhua

อัพเดต 21 พ.ค. 2568 เวลา 04.43 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 21.43 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : รัตนภรณ์ ศรีจิตรเพชร ณ บูธจัดแสดงสินค้าของไทยในงานแสดงสินค้าทางเศรษฐกิจและการค้านานาชาติฮาร์บิน ครั้งที่ 34 ในเมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 18 พ.ค. 2025)

ฮาร์บิน, 20 พ.ค. (ซินหัว) — อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส และ 35 องศาเซลเซียส คืออุณหภูมิของเมืองฮาร์บินและกรุงเทพฯ ในเดือนพฤษภาคม และกว่า 4,000 กิโลเมตร คือระยะห่างของการบินระหว่างสองเมืองดังกล่าว ทว่าความแตกต่างทางอุณหภูมิและความห่างไกลนับพันกิโลเมตรนี้ไม่ได้หยุดยั้งความนิยมชมชอบ “อาหารไทย” ในเมืองแห่งน้ำแข็งอย่างฮาร์บินในมณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

บูธแสดงสินค้าไทย ณ งานแสดงสินค้าทางเศรษฐกิจและการค้านานาชาติฮาร์บิน ครั้งที่ 34 ได้ต้อนรับผู้คนมากหน้าหลายตาเข้าเยี่ยมชมตั้งแต่เปิดต้อนรับสาธารณชนเมื่อวันอาทิตย์ (18 พ.ค.) โดยมีกลิ่นหอมอบอวลของข้าวหอมมะลิ กอปรกับเมนูผัดไทยและข้าวเหนียวมะม่วงจากฝีมือเชฟ “จิ้งตง” คอยดึงดูดความสนใจ ซึ่งอาหารไทยนั้นถือเป็นดาวเด่นอีกดวงหนึ่งนับตั้งแต่ไทยเข้าร่วมงานนี้ครั้งแรกในปี 2009

จิ้งตง วัย 30 ปีกว่า ซึ่งเป็นเชฟอาหารไทยมานาน 16 ปีแล้ว ปัจจุบันประจำอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่มีลูกค้าในช่วงสุดสัปดาห์เฉลี่ย 200-300 โต๊ะต่อวัน เผยว่าสิ่งสำคัญคือการสร้างสมดุลของรสชาติอาหารจากเมืองร้อนกับคนกินที่อยู่เมืองหนาว ส่วนสิ่งที่ยากที่สุดในการเอาชนะใจคนฮาร์บินคือ “ข้าว” เพราะภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนเป็นแหล่งปลูกข้าวเมล็ดใหญ่เนื้อแน่นแตกต่างจากข้าวหอมมะลิของไทยอย่างมาก

หญิงแซ่หวัง นักท่องเที่ยวจากฮาร์บินที่ต่อคิวรับข้าวเหนียวมะม่วง แสดงความเห็นว่าข้าวหอมมะลิของไทยเหมาะจะรับประทานคู่กับผลไม้เพราะเมล็ดเล็กและเหนียวนุ่ม ส่วนข้าวของภูมิภาคจีนตะวันออกเฉียงเหนือหรือข้าวตงเป่ยเหมาะจะรับประทานคู่กับกับข้าวมื้อหลัก ซึ่งรสนิยมเช่นนี้ของคนท้องถิ่นส่งผลให้ร้านอาหารไทยบางส่วนในฮาร์บินเลือกเสิร์ฟข้าวตงเป่ยด้วย

รัตนภรณ์ ศรีจิตรเพชร หรือหลี่เหวินจิ้ง ผู้ดูแลบูธแสดงสินค้าไทย กล่าวว่าคนที่นี่ไม่ค่อยชอบกินข้าวหอมมะลิหุงสุก เธอจึงคิดหาวิธีส่งเสริมการขายข้าวหอมมะลิด้วยการประยุกต์เอาข้าวหอมและข้าวเหนียวของไทยมาหุงรวมและต้มเป็นโจ๊ก ซึ่งมีรสชาติหวานละมุนถูกปากจนมีลูกค้าแวะเวียนมาชิมกันหลายคน ทำให้รสหวานกลายเป็นเคล็ดลับไปแล้ว

ด้าน “ไท่เซียงเล่อ” ร้านอาหารที่เชฟจิ้งตงทำงานอยู่ได้เปิดขายเมนูต้มยำกุ้งหม้อไฟในช่วงเดือนตุลาคม-พฤษภาคม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการอาหารร้อนๆ สร้างความอบอุ่นยามฮาร์บินอยู่ในฤดูหนาวอันยาวนานที่อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสนานราว 7 เดือน หรือบางทีอากาศหนาวเย็นจัดจนอุณหภูมิ -30 องศาเซลเซียส

นอกจากนั้น “ไท่หลานเซียง” ร้านอาหารไทยอีกแห่งในฮาร์บิน ได้เปิดขายเมนู “ต้มเล้งแซ่บภูเขาไฟ” ที่ใส่น้ำปลาน้อยลง เพื่อปรับรสชาติตามความนิยมของคนท้องถิ่นที่ไม่คุ้นชินกับกลิ่นคาวอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของน้ำปลา แต่หากเป็นลูกค้าชาวไทย เมนูนี้จะถูกปรุงรสชาติให้ได้ตามต้นตำรับความแซ่บเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ดี อาหารไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนเผชิญปัญหาเรื่องราคาและปริมาณ โดยอาหารตงเป่ยนั้นขึ้นชื่อเรื่องให้เยอะจนอิ่มแน่ กอปรกับคนตงเป่ยให้ความสำคัญกับราคาด้วย จึงอาจเกิดอาการลูกค้าเบือนหน้าหนีได้ หากเห็นว่าให้ปริมาณน้อยแถมราคาสูงอีก

ทว่าเชฟจิ้งตงสำทับว่าเพื่อรับประกันรสชาติที่ดี ร้านไท่เซียงเล่อที่เขาทำงานอยู่ยังคงยืนกรานใช้วัตถุดิบนำเข้า แม้ลูกค้าที่เข้ามารับประทานจะต้องจ่ายเฉลี่ย 90 หยวน (ราว 413 บาท) ต่อคน ซึ่งสูงกว่าการรับประทานอาหารตงเป่ยที่จ่ายเฉลี่ย 30-50 หยวน (ราว 137-229 บาท) ต่อคน โดยเชฟจิ้งตงเสริมว่า “แค่เปลี่ยนน้ำกะทิ รสชาติก็เพี้ยนแล้ว”

เชฟจิ้งตงทิ้งท้ายว่าเขาหวังจะเปิดร้านอาหารไทยของตัวเองในอนาคต และเชื่อมั่นว่าตลาดยังคงต้องการทักษะทำอาหารไทยของเขาต่อไป

(แฟ้มภาพซินหัว : เชฟ “จิ้งตง” โชว์เมนูต้มยำกุ้งที่ร้านอาหารไท่เซียงเล่อในเมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน)
(แฟ้มภาพซินหัว : เมนูต้มยำกุ้งที่ร้านอาหารไท่เซียงเล่อในเมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...