จีน-อเมริกาปล่อยไม้เด็ดต่างกันหลังเจรจาปัญหาภาษีรอบแรกผ่านไป
“จีน-อเมริกาปล่อยไม้เด็ดต่างกันหลังเจรจาปัญหาภาษีรอบแรกผ่านไป”
โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์
หลังประกาศขึ้นภาษีบ้าระห่ำกับจีนผ่านไปแล้ว ทรัมป์กระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัดที่จีนวางเฉย ไม่เหมือนอย่างคนอื่นที่ต่างจองคิวขอเข้าพบเพื่อเจรจาลดภาษีที่ถูกทรัมป์เรียกเก็บแบบหฤโหด รอเท่าไหร่จีนก็ไม่มา จนสุดท้ายทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะส่งตัวแทนไปเจรจากันในประเทศที่ 3 โดยจีนส่งรองนายกรัฐมนตรีไปเป็นตัวแทน ส่วนอเมริกาส่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ทั้ง 2 ฝ่ายนัดไปเจอกันที่กรุงเจนีวา เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ผลของการเจรจามีส่วนช่วยลดความตึงเครียดของสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจลงได้บ้าง โดยมีช่วงเวลาทดลองใช้อย่างน้อย 90 วัน กล่าวสั้น ๆ ไม่เยิ่นเย้อ (เพราะอเมริกาสามารถกลับคำได้ทุกเวลา) สหรัฐฯยังคงเก็บภาษีจากจีนที่ 30% และจีนเรียกเก็บในอัตรา 10% แต่ได้เพิ่มแร่หายากอีกหลายชนิดลงไปในรายชื่อที่ควบคุม และขึ้นบัญชีดำบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯบางแห่งไม่ให้ทำการค้าในจีนต่อไป
หลังจากได้ดีลพอสมน้ำสมเนื้อไม่เสียหน้าเกินไปแล้ว ก็ถึงคราวที่ทรัมป์จะเริ่มทำคะแนนกอบกู้ความนิยมของตนที่ตกสู่จุดต่ำสุดเมื่อเทียบกับประธานาธิบดีคนอื่น ๆ ในรอบ 60 ปีที่ผ่านมา และด้วยนิสัยความเป็นพ่อค้า สิ่งแรกที่ทรัมป์คิดถึงก็คือ “ตลาด” ทรัมป์เลือกเดินทางไปเยือน 3 ประเทศในตะวันออกกลางที่ร่ำรวยด้วยน้ำมันเป็นจุดแรก ได้แก่ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีกำหนดตั้งแต่วันที่ 13-16 พฤษภาคม การเร่งรีบออกเดินทางของทรัมป์ จุดมุ่งหมายก็ไม่ต่างจากพ่อค้าทั่วไปที่ออกวิ่งหาลูกค้า ไปรอรับออร์เดอร์ ไปเชื้อเชิญให้ประเทศที่เป็นแหล่งรายรับสำคัญของอเมริกาเข้ามาลงทุนในอเมริกา หากความพยายามของทรัมป์ได้ผลตามที่คาด จะมีผลไม่น้อยต่อการแปรเปลี่ยนความไม่พอใจของชาวอเมริกันที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในขณะนี้ ข่าวกล่าวว่าผลการเจรจาที่ซาอุดีอาระเบีย กษัตริย์ซาอุฯ รับปากกับทรัมป์ว่าปีนี้จะไปลงทุนในอเมริกา 6 แสนล้านดอลลาร์ และตลอด 10 ปีข้างหน้าซาอุฯ สัญญาว่าจะไปลงทุนในอเมริกาถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่กาตาร์ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพอากาศใหญ่ที่สุดของอเมริกาก็กำลังเจรจาจะซื้อโบอิ้ง 100 ลำจากอเมริกา ถือได้ว่าการเยือน 3 ประเทศในตะวันออกกลางของทรัมป์ได้ผล “คุ้มเหนื่อย” เพราะตัวเลขเหล่านี้จะช่วยผ่อนเบาความยากลำบากในการบริหารประเทศของทรัมป์ เรียกคะแนนนิยมกลับคืนมาไม่มากก็น้อย
ในขณะที่ทรัมป์ทำตัวเป็นพ่อค้ารีบออกหาลูกค้าทันทีไม่รอช้า ทางฝ่ายจีนเล่า ทำอะไรที่น่าสนใจบ้าง ? สิ่งแรกสุดก็คือการแสดงให้เห็นว่าจีนไม่ได้ยินดีปรีดาอะไรไปกับการยุติสงครามภาษีชั่วคราวกับอเมริกา เพราะอเมริกาสามารถกลับคำได้ทุกเมื่ออย่างที่ได้ทำให้เห็นแล้ว ดังนั้น สิ่งที่จีนทำจึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับดีลการค้ากับอเมริกาแม้แต่น้อย แต่เป็นเรื่องสร้างสรรค์ที่จีนจะจับมือกับรัสเซีย ช่วยกันจรรโลงสันติภาพ ทำให้โลกเป็นโลกาภิวัตน์ที่มีอำนาจหลายขั้ว ไม่ถูกมหาอำนาจตะวันตกใช้อำนาจเข้าครอบงำ
ดังนั้น ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะออกเดินทางเที่ยวเคาะประตูประเทศต่างๆ สีจิ้นผิงผู้นำสูงสุดของจีนได้ออกเดินทางไปก่อนแล้วที่รัสเซีย ตามคำเชิญของปูติน เป็นเวลา 4 วันตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม จุดมุ่งหมายของการเดินทางก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับเรื่องภาษีและความปั่นป่วนที่นายทรัมป์สร้างขึ้นแม้แต่น้อย ปูตินเชื้อเชิญจีนให้ไปร่วมเฉลิมฉลอง 80 ปีแห่งชัยชนะของรัสเซียในสงครามต่อต้านฟาสซิสต์เยอรมัน ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง การเดินทางของสีจิ้นผิงครั้งนี้ ได้รับการต้อนรับจากรัสเซียอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน กล่าวคือเมื่อเครื่องบินของผู้นำจีนบินเข้าสู่น่านฟ้ารัสเซีย รัสเซียก็ให้การต้อนรับทันทีด้วยการส่งเครื่องบินขึ้นบินประกบ แล้วลงจอดพร้อมกันที่สนามบิน โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียรอต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ก่อนหน้าการเดินทาง สีจิ้นผิงได้เขียนแถลงการณ์แสดงความรู้สึกของตนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งข้อความดังกล่าวหนังสือพิมพ์ รัสเซียน กาเซ็ตตา ได้นำไปตีพิมพ์ก่อนที่เครื่องบินจะเดินทางถึงกรุงมอสโคว์ เนื้อหาในบทความระบุว่าการเดินทางครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงถึงความสนิทแนบแน่นระหว่างจีนกับรัสเซีย ย้ำว่าทั้งสองประเทศจะร่วมกันปกป้องชัยชนะอันล้ำค่า ซึ่งเป็นผลจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จะร่วมกันต่อต้านลัทธิครอบงำของชาติตะวันตก และการเมืองที่ใช้อำนาจคุกคามประเทศอื่นอย่างไม่เป็นธรรม บทความของสีฯชี้ว่าโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนเช่นนี้ รัสเซียกับจีนจะจับมือกันให้แน่นขึ้น ร่วมกันค้ำจุนระบบโลกที่มีสหประชาชาติเป็นศูนย์กลาง ยึดหลักกฎหมายสากล ทำให้โลกทั้งโลกเป็นระบบพหุภาคีที่แท้จริง
สีจิ้นผิงและปูตินได้ปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับความร่วมมือแบบทวิภาคี 2 ฝ่าย ประเด็นเกี่ยวกับภูมิภาคและการผนึกกำลังต่อต้านอิทธิพลตะวันตก เสริมความเป็นหุ้นส่วนกันทางยุทธศาสตร์ของ 2 ประเทศให้ลึกลงไปอีกขั้นหนึ่ง และตกลงกันว่าจะจัดประชุมหารือกันด้านความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์รอบใหม่อีกในเวลาที่เหมาะสม
หลังจากเฉลิมฉลองร่วมกับรัสเซียแล้ว อีก 4 เดือนถัดมาคือในเดือนกันยายน สีจิ้นผิงจะเป็นฝ่ายเชิญปูตินให้ไปร่วมฉลอง 80 ปี เนื่องในโอกาสที่จีนได้รับชัยชนะในสงครามต่อต้านญี่ปุ่น
การวิ่งเต้นหาลูกค้า กับการกระชับมิตรให้แน่นแฟ้น คงให้บรรยากาศที่ต่างกันอย่างเทียบไม่ได้