โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

TSMC อัดฉีด 10,000 ล้านดอลลาร์ ให้บริษัทย่อยต่างประเทศ รับมือค่าเงินผันผวน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 03.28 น.

TSMC เตรียมเพิ่มทุนครั้งประวัติการณ์ 10,000 ล้านดอลลาร์ให้บริษัทย่อยในต่างประเทศ เพื่อบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและลดต้นทุนป้องกันความเสี่ยง

วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เวลา 08.31 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า บริษัท Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) เตรียมอัดฉีดเงินทุน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่บริษัทย่อยในต่างประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทในการรับมือกับความผันผวนของค่าเงินท้องถิ่น

TSMC Global Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมดโดยTSMC และมีหน้าที่บริหารการลงทุนและการป้องกันความเสี่ยงในต่างประเทศ ได้อนุมัติแผนเพิ่มทุนด้วยการออกหุ้นใหม่มูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ให้กับบริษัทแม่ เพื่อช่วยลดต้นทุนจากการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (forex hedging) ตามแถลงการณ์ของบริษัท

การเพิ่มทุนครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สามตั้งแต่ปี 2567 และมีมูลค่ามากที่สุด โดยก่อนหน้านี้บริษัทดำเนินการเพิ่มทุนในช่วงที่ค่าเงินดอลลาร์ไต้หวันมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้TSMC Global มีความยืดหยุ่นด้านเงินทุนมากขึ้นในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

กระทรวงการลงทุนของไต้หวันให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าการอัดฉีดทุนครั้งนี้จะนำไปใช้กับการลงทุนทั่วไป เช่น ฝากเงินกับธนาคารและซื้อพันธบัตร โดยจุดประสงค์หลักคือการโอนเงินตราต่างประเทศของTSMC ไปยังบริษัทย่อย เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินดอลลาร์ไต้หวันที่แข็งค่าขึ้นในช่วงหลังสร้างความกังวลในกรุงไทเปเกี่ยวกับการพึ่งพาการส่งออกของเศรษฐกิจไต้หวัน ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยค่าเงินดอลลาร์ไต้หวันแข็งค่าขึ้นมากที่สุดในรอบวันนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ส่งผลให้ธนาคารกลางไต้หวันออกมาเรียกร้องให้ควบคุมการเก็งกำไรในตลาดเงิน ทั้งนี้ต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนพุ่งสูงขึ้นในปีนี้ โดยความผันผวนโดยนัยของค่าเงินไต้หวันระยะเวลา 1 ปี แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2554 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ฟิลิป แมคนิโคลาส นักวิเคราะห์ด้านตราสารหนี้เอเชียของบริษัท Robeco ในสิงคโปร์ กล่าวว่า “โดยทั่วไป ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นทำให้ธนาคารต้องปรับเงื่อนไขด้านมาร์จิ้น ..การออกหุ้นใหม่และได้รับเงินสดทันทีช่วยให้บริษัทบริหารจัดการมาร์จิ้นสำหรับธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงทั้งที่มีอยู่และที่จะเกิดขึ้นได้ดีขึ้น”

แมคนิโคลาสเสริมว่า “เงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐยังมีประโยชน์สำหรับการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศของบริษัท ซึ่งจำเป็นต้องทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน”

TSMCซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ให้กับ Apple Inc. และ Nvidia Corp. ถือเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวันและเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ เนื่องจากส่วนใหญ่ของการผลิตตั้งอยู่ในไต้หวัน การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ไต้หวันส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออก เพราะรายได้ที่ได้รับเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐจากการขายสินค้าในต่างประเทศ เมื่อนำมาแลกเป็นเงินท้องถิ่นจะมีมูลค่าน้อยลง หรือบริษัทอาจต้องขึ้นราคาสินค้าในต่างประเทศซึ่งเสี่ยงต่อการลดลงของความต้องการ

ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาซีซี เว่ย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของTSMC เปิดเผยกับผู้ถือหุ้นว่ากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทลดลงหลายเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากค่าเงินท้องถิ่นแข็งค่าขึ้น

คริสโตเฟอร์ หว่อง นักกลยุทธ์อาวุโสด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากธนาคาร Oversea-Chinese Banking Corp Ltd. กล่าวว่า “โดยทั่วไป หนึ่งในวิธีที่บริษัทใช้บริหารความเสี่ยงคือการป้องกันความเสี่ยงตามธรรมชาติ (natural hedging) ซึ่งบริษัทสามารถจับคู่รายได้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐกับภาระหนี้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐได้ …นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการลงทุนและขยายกิจการในสหรัฐได้ด้วย โดยลดความเสี่ยงจากการแปลงค่าเงิน”

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...