โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิสราเอลช่วยเหลือแบบใด? ชาวกาซา 549 ชีวิตถูกสังหารระหว่างรอรับอาหาร

Amarin TV

เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 05.35 น.
หน่วยแพทย์กาซาเผย ชาวปาเลสไตน์ถูกสังหาร 549 คน ระหว่างรอรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากอิสราเอลในรอบ 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่นับผู้บาดเจ็บอีก 4,066 คน

สหรัฐฯ ยังหนุน แม้มีรายงานความรุนแรง

สื่อของรัฐบาลกาซารายงานว่า ชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 549 คนถูกกองกำลังอิสราเอลสังหารขณะพยายามเข้าถึงสิ่งของบรรเทาทุกข์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4,066 คนในบริเวณสถานที่แจกจ่ายความช่วยเหลือโดยมูลนิธิมนุษยธรรมกาซา (GHF) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอล

รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตดังกล่าวถูกเปิดเผยหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ มีคำสั่งมอบเงิน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับมูลนิธิ GHF ดังกล่าว แม้ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางส่วนจะมีความกังวลเกี่ยวกับปฏิบัติการที่ดำเนินมาเป็นเวลาราว 1 เดือน และการสังหารชาวปาเลสไตน์ใกล้กับสถานที่แจกจ่ายอาหาร

ทั้งนี้ รัฐบาลวอชิงตันได้ให้การสนับสนุนมูลนิธิมนุษยธรรมแห่งกาซาในทางการทูตมาเป็นเวลานานแล้ว แต่เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่องค์กรดังกล่าว โดยมูลนิธิใช้หน่วยงานทางทหารและโลจิสติกส์เอกชนของสหรัฐฯ ในการขนส่งความช่วยเหลือเข้าไปในดินแดนปาเลสไตน์

สำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่า สำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่ GHF ตาม "คำสั่งเร่งด่วน" จากทำเนียบขาวและกระทรวงการต่างประเทศ โดยเอกสารดังกล่าวระบุว่าได้จ่ายเงินเบื้องต้นไปแล้ว 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นานาชาติไม่เอาด้วย

ด้านจอห์น อครี ผู้อำนวยการบริหารชั่วคราวของ GHF เรียกร้องให้เกิด “ความสามัคคีและความร่วมมือ” ในฉนวนกาซา เขากล่าวในแถลงการณ์ว่า “เรารอคอยความช่วยเหลือและองค์กรด้านมนุษยธรรมอื่น ๆ ที่จะเข้าร่วมกับเราเพื่อที่เราจะสามารถให้อาหารและความช่วยเหลือแก่ชาวกาซาได้มากขึ้น”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มบรรเทาทุกข์ที่มีชื่อเสียงและสหประชาชาติปฏิเสธที่จะทำงานร่วมกับ GHF โดยอ้างว่า GHF ละเมิดหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน เนื่องจากกองกำลังที่มาดูแลความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิเป็นกองกำลังที่ติดอาวุธ อีกทั้งยังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นชาวปาเลสไตน์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก โดนยิงในขณะรอรับอาหารและความช่วยเหลือ

การทำงานของ GHF ถูกมองว่าขัดกับหลักการเหล่านี้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเป็นกลางและความเป็นอิสระ เนื่องจากมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกองทัพและผู้รับเหมาเอกชนของอิสราเอล ทำให้เกิดความกังวลว่าความช่วยเหลือถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือทางทหาร

นอกจากนี้ สหประชาชาติ (UN) และองค์กรด้านมนุษยธรรมขนาดใหญ่หลายแห่งปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับ GHF เนื่องจากกังวลว่ากลไกการส่งมอบความช่วยเหลือของ GHF ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ทางทหารของอิสราเอล พวกเขามองว่า GHF อาจให้อำนาจแก่อิสราเอลในการกำหนดว่าใครจะได้รับความช่วยเหลือและบังคับให้ประชาชนย้ายไปยังพื้นที่ที่มีการแจกจ่าย ซึ่งอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการบังคับย้ายถิ่นฐาน

หลักฐานความรุนแรงเพียบ

โจนาธาน วิททอลล์ เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านความช่วยเหลือแห่งสหประชาชาติสำหรับดินแดนปาเลสไตน์ กล่าวว่า “ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกยิงหรือยิงถล่มขณะพยายามเข้าถึงจุดแจกจ่ายอาหารและความช่วยเหลือ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเฉพาะในเขตที่มีกองกำลังทหาร” เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “เมื่อกองกำลังอิสราเอลยิงใส่ฝูงชนชาวปาเลสไตน์ที่กำลังรออาหารตามเส้นทาง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายคนจากกลุ่มติดอาวุธ”

มูลนิธิเพื่อมนุษยธรรมแห่งฉนวนกาซาออกมาตอบสนองต่อเรื่องนี้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า จนถึงขณะนี้ได้จัดส่งอาหารไปแล้ว 40 ล้านมื้อในฉนวนกาซา แต่ว่า UN และกลุ่มอื่น ๆ กำลังประสบปัญหาในการแจกจ่ายความช่วยเหลือ เนื่องจากรถบรรทุกและโกดังสินค้าของพวกเขาถูกปล้นสะดมจากประชาชนที่หิวโหย แต่โฆษกของ GHF อ้างว่ารถบรรทุกของมูลนิธิฯ ไม่ได้ถูกปล้นเลย

อย่างไรก็ตาม ตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางอิสราเอลไม่ได้เปิดให้ความช่วยเหลือในกาซาอย่างต่อเนื่อง มีการประกาศปิดเส้นทางและศูนย์แจกจ่ายอาหารบางจุดเป็นการชั่วคราว ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับศูนย์ที่เกิดการปล้นสะดมและปราบปรามกลุ่มผู้มารอรับความช่วยเหลือ โดยอ้างว่าต้องการเพิ่มความปลอดภัยให้กับพลเรือนบริเวณจุดแจกจ่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...