โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ประธานวุฒิสภายื่นถอดถอน “แพทองธาร” ปมคลิปเสียงฮุนเซน

PostToday

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 00.58 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 07.56 น.

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้มีหนังสือยื่นต่อประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยสถานภาพของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โดยระบุว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและจริยธรรมอย่างร้ายแรง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการการทหาร ได้รวบรวมรายชื่อ ส.ว. และออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก โดยชี้ว่า น.ส.แพทองธารแสดงพฤติการณ์ที่ขาดภาวะผู้นำ และไม่ยืนหยัดในผลประโยชน์ของประเทศชาติ

สาระสำคัญของคำร้องต่อ ป.ป.ช. คือการขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงว่า นายกรัฐมนตรีได้จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 หรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังมีหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยว่าความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5)

ประเด็นที่ถูกหยิบยกเป็นหลักฐาน คือคลิปเสียงที่ น.ส.แพทองธาร ยอมรับว่าเป็นการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าเป็น “คนละฝ่าย” จนถูกมองว่าเป็นการดูหมิ่นกองทัพไทย พร้อมแสดงท่าทีอ่อนข้อให้ผู้นำต่างชาติ ซึ่งอาจกระทบต่ออธิปไตยและความมั่นคงของชาติ

คณะกรรมาธิการทหารยังชี้ว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาหลายมาตรา ทั้งความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในและภายนอกราชอาณาจักร รวมถึงมาตรา 257 ที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นอกจากนี้ ยังระบุว่าการแสดงท่าทีขัดแย้งกับแม่ทัพภาคที่ 2 ถือเป็นการสร้างความแตกแยกในชาติ และขาดความซื่อสัตย์สุจริตในการดำรงตำแหน่ง ส่งผลให้ขาดคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ จึงต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการทหารและวุฒิสภายืนยันว่าไม่สามารถปล่อยให้นายกรัฐมนตรีที่ “อยู่ฝั่งตรงข้ามกับประเทศ” บริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้แม้แต่วินาทีเดียว พร้อมย้ำว่า การยื่นถอดถอนครั้งนี้เป็นไปเพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติอย่างถึงที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...