โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

5 บจ.ไทยรายได้สหรัฐฯสูง กระทบแค่ไหน...หากเทรดวอร์ยืดเยื้อ

Share2Trade

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 08.00 น. • Share2Trade

ตามที่นักลงทุนติดตามข่าวสารของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่อาจจะมีความคืบหน้าในแง่ของการไล่เจรจากับประเทศคู่ค้าต่างๆ ออกมาให้เห็นบ้างแล้ว แต่ในด้านของความชัดเจนกลับเป็นที่นักลงทุนและตลาดยังกังวลอยู่เช่นเดิม ซึ่งหากยังคงยืดเยื้อต่อไปจะเป็นเช่นไร

5 บจ.ไทยรายได้สหรัฐฯสูง_WS (เว็บ) copy2_0.jpg

ในวันนี้ทางสำนักข่าว Share2Trade ก็มีมุมมองจากนักวิเคราะห์ต่อผลกระทบของบริษัทจดทะเบียนไทยมาฝากให้แก่นักลงทุนและผู้อ่านกัน

โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า การประกาศระงับการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ที่ประกาศใช้ในเดือนเมษายนเป็นเวลา 90 วัน รวมถึงข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับสหราชอาณาจักรที่ประกาศออกมา และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดในระยะสั้น

ในขณะที่ข่าวล่าสุดเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในสามด้าน ได้แก่ 1. ข่าวดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ มีแนวทางปฏิบัติที่รอบคอบและต้องการที่จะลดระดับความรุนแรงลง ซึ่งจะทำให้ส่วนชดเชยความเสี่ยงลดลง

2.ข่าวดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่อัตราภาษีที่มีผลบังคับใช้โดยเฉลี่ยจะต่ำกว่าที่เคยประกาศไว้ในวันปลดแอกสหรัฐฯ (Liberation day) ซึ่งจะส่งผลทำให้เศรษฐกิจโลกมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้น

3.ข่าวดังกล่าวส่งผลทำให้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจากหลายๆ สำนัก

โดยสถานการณ์ตึงเครียดหลักๆ ยังไม่คลี่คลาย แม้ว่าจะมีการระงับการเรียกเก็บภาษีตอบโต้เป็นการชั่วคราว แต่การควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายากของจีนสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์เหนืออุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ แม้แต่ตลาดเกิดใหม่ที่มุ่งเน้นปัจจัยภายในประเทศก็ยังได้รับผลกระทบเชิงลบเมื่อพิจารณาความเสี่ยงด้านการค้าและการบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งนี้ นโยบายการค้าจะยังคงเป็นความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่สำคัญในครึ่งหลังของปี 2568 การกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ยังคงให้ผลตอบแทนที่ดี ปัจจุบันมีมุมมองที่สมดุลต่อพันธบัตร สินเชื่อ และหุ้นในระยะเวลา 3 เดือนและ 12 เดือน โดยเน้นป้องกันความเสี่ยงผ่านการถือเงินสดมากขึ้นเพื่อรับมือกับการปรับฐาน ธีมที่ชื่นชอบคือ 1. มีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายของจีน 2. คุณภาพของกำไร 3. การแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ และ 4. หุ้นเชิงรับ

อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมากจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยืดเยื้อ สหรัฐฯ ได้ดำเนินการเรียกเก็บภาษีนำเข้าและจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีที่มุ่งเป้าไปที่ภาคยุทธศาสตร์ของจีน เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่จีนมีห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง

โดยมาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อขัดขวางการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วของจีน ความตึงเครียดทางการค้าและเทคโนโลยียังคงยากที่จะคลี่คลายลงได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องในตลาดโลกและห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งนี้ คาดว่าการเรียกเก็บภาษีจะยังคงดำเนินต่อไป จีนได้เพิ่มการตอบโต้ต่อสหรัฐฯ ในด้านเทคโนโลยี การค้า และการทหาร ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อพันธมิตรของจีนซึ่งรวมถึงประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในอาเซียน

และจากการวิเคราะห์พบว่า ความตึงเครียดทางการค้ามีผลกระทบต่อกำไรของบริษัทไทยโดยรวมค่อนข้างน้อย เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาดในประเทศและตลาดเอเชีย กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสัดส่วนรายได้จากตลาดสหรัฐฯ 20-30% อาจเผชิญกับสถานการณ์ที่กำไรลดลง 2-4% หากรายได้จากสหรัฐฯ ลดลง 10%

สำหรับกลุ่มท่องเที่ยวได้รับผลกระทบทางอ้อมผ่านจำนวนนักท่องเที่ยวและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่ผลกระทบต่อกำไรยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 2% ความเสี่ยงที่มีจำกัดเป็นผลมาจากการที่บริษัทไทยพึ่งพาตลาดในภูมิภาคเป็นหลักมากกว่าตลาดสหรัฐฯ

5 บจ.ไทยรายได้สหรัฐฯสูง_WS (เพจ) copy2_0.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...