โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

วิกฤตกรดในมหาสมุทร เสียงเตือนจากใต้ทะเลลึก เสี่ยงสูญเสียระบบนิเวศทางทะเล

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 03.30 น.
ความเป็นกรดของมหาสมุทร ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กำลังเพิ่มขึ้นจนแตะระดับวิกฤต งานวิจัยล่าสุดชี้ว่า ขีดจำกัดความปลอดภัยของระบบนิเวศทางทะเลได้ถูกละเมิดไปแล้วโดยที่โลกแทบไม่รู้ตัว พร้อมเตือนว่า หากไม่มีการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเร่งด่วน ระบบนิเวศทั้งระบบอาจเผชิญกับจุดล่มสลายเร็วกว่าที่คิด

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า มหาสมุทรของโลกกำลังเผชิญภาวะย่ำแย่กว่าที่เคยประเมินไว้ หลังมีหลักฐานใหม่ยืนยันว่า “ความเป็นกรดของมหาสมุทร” หรือ Ocean Acidification ได้ข้ามเส้นขีดจำกัดด้านสิ่งแวดล้อม (planetary boundary) ไปแล้วตั้งแต่เมื่อราว 5 ปีก่อน นำไปสู่ความเสื่อมถอยของระบบนิเวศทางทะเลในระดับที่อาจไม่อาจย้อนคืนได้

ปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า “ฝาแฝดผู้ชั่วร้ายของวิกฤตโลกร้อน” เกิดจากการที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศถูกดูดซับเข้าสู่มหาสมุทรในอัตราเร่ง และทำปฏิกิริยากับน้ำทะเลจนทำให้ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ลดลง ส่งผลให้สัตว์ทะเลโดยเฉพาะสัตว์ที่มีเปลือกแข็ง เช่น ปะการัง หอย และสิ่งมีชีวิตจิ๋วจำพวก “ผีเสื้อทะเล” (sea butterflies) ไม่สามารถสร้างหรือคงโครงสร้างแคลเซียมไว้ได้ ซึ่งทำให้พวกมันเปราะบาง อัตราการเจริญเติบโตและการรอดชีวิตลดลง

ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยระบุว่า 6 ใน 9 เส้นขีดจำกัดของระบบโลก (planetary boundaries) ได้ถูกละเมิดแล้ว เช่น การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และวัฏจักรธาตุสำคัญ แต่ไม่รวม “ความเป็นกรดของมหาสมุทร” จนกระทั่งงานวิจัยล่าสุดโดยห้องทดลองทางทะเลพลีมัธ (PML) จากสหราชอาณาจักร ร่วมกับหน่วยงานด้านสมุทรศาสตร์ของสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยรัฐโอเรกอน ชี้ว่าเส้นแบ่งดังกล่าวถูกข้ามไปแล้วราวปี 2020

การศึกษานี้อ้างอิงจากข้อมูลย้อนหลังกว่า 150 ปี ทั้งจากการเจาะแกนน้ำแข็ง (ice core) การวิเคราะห์เคมีทางทะเล และแบบจำลองคอมพิวเตอร์ พบว่าระดับแคลเซียมคาร์บอเนตในทะเล ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเปลือกของสิ่งมีชีวิต ลดลงมากกว่า 20% จากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นเกณฑ์วิกฤตที่ถูกนิยามไว้

น่ากังวลยิ่งไปกว่านั้นคือ ยิ่งลงลึกใต้ผิวน้ำเท่าใด ระดับความเป็นกรดยิ่งรุนแรงขึ้น นักวิจัยพบว่า ในระดับความลึก 200 เมตร มีถึง 60% ของน่านน้ำโลกที่มีค่าความเป็นกรดเกินขีดจำกัด “ปลอดภัย” ที่กำหนดไว้ ซึ่งอาจเป็นหายนะต่อสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก และระบบนิเวศสำคัญ เช่น แนวปะการังลึก ที่ทำหน้าที่เป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลของสัตว์ทะเลหลากชนิด ด้านศาสตราจารย์เฮเลน ฟินด์เลย์ จาก PML ระบุว่า “ชีวิตในทะเลส่วนใหญ่อยู่ใต้ผิวน้ำ การเปลี่ยนแปลงที่ระดับความลึกจึงหมายถึงผลกระทบที่ใหญ่หลวงกว่าที่คาดไว้มาก”

นักวิจัยย้ำว่า ทางออกระยะยาวมีเพียงหนึ่งเดียวคือ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อย่างจริงจังและเร่งด่วน ขณะที่ในระยะสั้น มาตรการอนุรักษ์ควรให้ความสำคัญกับพื้นที่และชนิดพันธุ์ที่มีความเปราะบางที่สุด

ด้าน “เจสซี เทอร์เนอร์” ผู้อำนวยการพันธมิตรนานาชาติเพื่อต่อสู้กับความเป็นกรดของมหาสมุทร ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยครั้งนี้ กล่าวชัดเจนว่า “รายงานฉบับนี้เป็นเสียงเตือนที่ดังที่สุดว่า เรากำลังหมดเวลา และสิ่งที่เราทำ (หรือไม่ทำ) ตอนนี้ กำลังกำหนดอนาคตของเราแล้ว”เธอยังเตือนว่า พื้นที่ที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหลายชนิด “สูญหายไปแล้ว” และรัฐบาลทั่วโลก “ไม่อาจมองข้ามปัญหานี้จากวาระนโยบายกระแสหลักได้อีกต่อไป”

แม้เรื่องโลกร้อนจะถูกพูดถึงในทุกเวที แต่ "ความเป็นกรดของมหาสมุทร" กลับเป็นภัยเงียบที่เดินหน้าอย่างรวดเร็วและลึกลงไปในทะเลโดยที่มนุษย์มองไม่เห็น นี่อาจเป็นภัยร้ายของวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่กำลังคุกคามรากฐานของห่วงโซ่อาหารและวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่งทั่วโลก การรับมือกับปัญหานี้ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่เราต้องเผชิญหน้าและอาศัยความร่วมมือระดับโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...