อียู เตรียมเล็งแบนก๊าซรัสเซียภายในปี 2570 ใช้กฎหมายพิเศษเลี่ยงวีโต
อียู จ่อแบนก๊าซรัสเซียภายในปี 2570 เดินเกมใช้กฎหมายพิเศษเลี่ยงสิทธิ์วีโตจากฮังการีและสโลวาเกีย ฝรั่งเศสประกาศหนุนเต็มที่ หวังลดพึ่งพาพลังงานจากมอสโกอย่างถาวร
วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เวลา 11.07 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมเสนอแผนห้ามนำเข้าก๊าซและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากรัสเซียภายในสิ้นปี 2570 โดยใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคัดค้านจากฮังการีและสโลวาเกีย
ข้อเสนอฉบับนี้จะระบุรายละเอียดว่าสหภาพยุโรปมีแผนจะบัญญัติคำมั่นในการยุติความสัมพันธ์ด้านพลังงานอันยาวนานกับรัสเซีย อดีตซัพพลายเออร์ก๊าซรายใหญ่ที่สุดของยุโรปอย่างไร ซึ่งคำมั่นนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2565
เอกสารสรุปภายในของคณะกรรมาธิการที่รอยเตอร์เห็นระบุว่าร่างข้อเสนอนี้จะบัญญัติเป็นกฎหมายห้ามนำเข้าก๊าซจากท่อส่งและก๊าซ LNG ของรัสเซียตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีข้อยกเว้นระยะเวลายาวกว่าสำหรับบางสัญญาในกรณีของสัญญาระยะสั้นที่ลงนามก่อนวันที่ 17 มิถุนายน 2568 จะมีระยะเวลาผ่อนผัน 1 ปีถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2569
ส่วนการนำเข้าภายใต้สัญญาระยะยาวเดิมจะถูกห้ามตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2571 ซึ่งหมายความว่าการใช้ก๊าซรัสเซียของสหภาพยุโรปจะสิ้นสุดลงภายในเวลานั้น
อย่างไรก็ตามยังมีบริษัทต่าง ๆ เช่น TotalEnergies ของฝรั่งเศส และ Naturgy ของสเปน ที่มีสัญญา LNG กับรัสเซียที่ขยายไปถึงทศวรรษ 2573
ในส่วนของท่าเรือ LNG ของยุโรปจะค่อย ๆ ถูกห้ามไม่ให้ให้บริการแก่ลูกค้ารัสเซีย และบริษัทที่นำเข้าก๊าซจากรัสเซียจะต้องเปิดเผยข้อมูลสัญญาต่อหน่วยงานระดับชาติและสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นรายละเอียดที่รอยเตอร์เคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
ทั้งนี้แผนดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนจะเผยแพร่อย่างเป็นทางการ
แดน ยอร์เกนเซน กรรมาธิการด้านพลังงานของสหภาพยุโรป กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า มาตรการนี้ออกแบบให้มีความแข็งแรงทางกฎหมายมากพอ เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ สามารถอ้างเหตุสุดวิสัย (force majeure) ซึ่งหมายถึงเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ในการยกเลิกสัญญาก๊าซกับรัสเซียได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
“เนื่องจากนี่คือคำสั่งห้ามอย่างเป็นทางการ บริษัทจะไม่ประสบปัญหาทางกฎหมายใด ๆ มันถือเป็นเหตุสุดวิสัย เช่นเดียวกับกรณีที่ถูกคว่ำบาตร” ยอร์เกนเซนกล่าวกับผู้สื่อข่าว
ขณะที่ฮังการีและสโลวาเกีย ซึ่งยังคงมีความสัมพันธ์ทางการเมืองใกล้ชิดกับรัสเซีย ยังคงนำเข้าก๊าซรัสเซียผ่านท่อส่ง และระบุว่าการเปลี่ยนไปใช้แหล่งพลังงานทางเลือกจะทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น ทั้งสองประเทศจึงให้คำมั่นว่าจะคัดค้านมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงาน ซึ่งต้องอาศัยความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากทุกประเทศสมาชิก และได้คัดค้านแผนแบนการนำเข้าก๊าซรัสเซียมาตลอด
เพื่อลดอุปสรรคนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจะใช้ฐานทางกฎหมายของสหภาพยุโรปที่อนุญาตให้ผ่านมาตรการได้ด้วยเสียงข้างมากจากประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ร่วมกับเสียงข้างมากในรัฐสภายุโรป แทนการต้องได้รับการอนุมัติจากทุกประเทศ
แม้ประเทศส่วนใหญ่ในสหภาพยุโรปจะแสดงการสนับสนุนแผนแบนนี้ แต่เจ้าหน้าที่เผยว่าบางประเทศที่ยังนำเข้าก๊าซรัสเซียแสดงความกังวลเรื่องความเสี่ยงที่บริษัทจะถูกปรับหรือถูกฟ้องร้องในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ หากยกเลิกสัญญากับรัสเซียก่อนกำหนด
ทั้งนี้ปัจจุบันประมาณ 19% ของก๊าซที่ใช้ในยุโรปยังคงมาจากรัสเซีย ผ่านท่อส่ง TurkStream และการนำเข้า LNG ซึ่งลดลงจากราว 45% ก่อนปี 2565 โดยประเทศที่ยังคงนำเข้า LNG จากรัสเซีย ได้แก่ เบลเยียม ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และสเปน
มาร์ก ฟาร์ราชี รัฐมนตรีอุตสาหกรรมของฝรั่งเศส กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า “เราสนับสนุนแผนนี้โดยหลักการอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สามารถหาทางออกที่มั่นคงสูงสุดสำหรับภาคธุรกิจได้”
อ้างอิง : reuters.com