โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

รมช.กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้อพยพ

เดลินิวส์

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 02.26 น. • เดลินิวส์
นายอนุชาย สะสมทรัพย์ รมช.ว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้อพยพจากเหตุ ปะชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สุรินทร์

นายอนุชาย สะสมทรัพย์ รมช.ว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีดรมอนามัย และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้อพยพจากเหตุปะทะที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สุรินทร์ โดยมีนายชำนาญ ชื่นตา ผวจ.สุรินทร์ รองผวจ.จังหวัด ปจ.สุรินทร์ สสจ.สุรินทร์ โรงพยาบาลสุรินทร์ ปชส.จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ และประชาชนให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ ได้มอบของจากศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา กรมอนามัย ได้แก่ มอบชุดเด็กอ่อน จำนวน 8 ชุด มอบชุดหนังสือนิทานจำนวน 10 ชุด มอบชุดของเล่น จำนวน 10 ชุด พร้อมเยี่ยมเยือนพบปะประชาชนในศูนย์พักพิง

จากนั้นรมช. ว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าเยี่ยมปลุ่มเปราะบางจากเหตุปะชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สุรินทร์ พร้อมมอบถุงยังชีพ และได้สนับสนุนสิ่งของในศูนย์พังพิงชั่วคราว

นายอนุชาย กล่าวว่า “เป้าหมายสำคัญของเรามีเพียงหนึ่งเดียว คือ ประชาชน” ทางรัฐบาลได้มอบหมายให้ทีมงานทุกภาคส่วนทำงานโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็ก และผู้ป่วย สิ่งที่ต้องคิดคือ เราจะทำอย่างไรให้เด็กได้รับการดูแลที่ดีที่สุด โดยเฉพาะในเรื่อง โภชนาการและนม ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการเจริญเติบโตและสุขภาพในอนาคต

สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้มีเจ้าหน้าที่ประสานงานดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การรักษาและการสนับสนุนเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพที่สุด

ในด้าน การเยียวยาจิตใจ รัฐบาลขอยืนยันว่า จะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง และจะหามาตรการเยียวยาที่เหมาะสมและสมควรที่สุด เพื่อให้ทุกคนมีกำลังใจที่จะก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ เรามี ศูนย์อพยพ และทีมแพทย์ที่พร้อมดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งมีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน เพื่อให้ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ปลอดภัยสูงสุด

และเพื่อรองรับความต้องการเร่งด่วน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ จังหวัดละ 100 ล้านบาท เพื่อใช้ดูแลประชาชนอย่างทันเวลาและตรงจุดที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...