โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดขีดความสามารถ “PHL-03” จรวดพิสัยไกลที่สุดของเขมร อาวุธพลิกเกมที่คุกคาม 9 จังหวัดชายแดนไทย!

เดลินิวส์

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 09.57 น. • เดลินิวส์
“รู้จัก PHL-03” จรวดพิฆาตจากจีน ยิงไกล 150 กม. ระดมถล่มเป้าหมายได้ในพริบตา ใช้เวลาแค่ไม่ถึงนาที! อานุภาพรุนแรง พัฒนาจากระบบโซเวียต แต่ยกระดับเทคโนโลยีจีน ใช้งานเร็ว แม่นยำ ครอบคลุมพื้นที่กว้างในสนามรบ

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ภายหลังกองทัพภาคที่ 2 ประกาศเตือนระวังอันตรายจาก “ขีปนาวุธ PHL-03” ยิงไกลได้ถึง 130 กิโลเมตร หลังมีรายงานว่ากัมพูชาได้เคลื่อนย้ายขีปนาวุธดังกล่าวออกมา

ล่าสุดเพจ thaiarmedforce.com ซึ่งให้ความรู้ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ได้อธิบายคุณสมบัติของอาวุธดังกล่าวไว้ว่า

ข้อมูลเพิ่มเติมของ PHL-03/AR2 ซึ่งกัมพูชามีใช้งานจำนวนหนึ่ง และเป็นจรวดหลายลำกล้องที่มีระยะยิ่งไกลสูงสุด 130 กิโลเมตร และมีความเป็นไปได้ที่กองทัพกัมพูชาจะใช้งานกับไทยดังเช่นที่กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเตือนในวันนี้ ส่วนความแม่นยำไม่ต้องพูดถึง ยิ่งวัดจากการใช้งานจรวดของกัมพูชาที่ยิงใส่แต่โรงพยาบาลบ้าง บ้านคนบ้างแบบนี้ อยากให้ทุกคนระวังตัว ถ้ามีประกาศอพยพควรอพยพโดยเร็วที่สุดครับ

PHL-03 คือระบบจรวดหลายลำกล้อง (MLRS) ที่ถือเป็นอาวุธพิสัยไกลที่สุดในคลังแสงของกัมพูชา พัฒนามาจากพื้นฐานของ BM-30 Smerch ของโซเวียต ซึ่งเป็นระบบที่ทรงอานุภาพและสร้างความกังวลให้กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยเป็นอย่างมาก

ขีดความสามารถที่น่าจับตาของ PHL-03:

ระยะยิง: สามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลถึง 70-130 กิโลเมตร

ขนาดและท่อยิง: ใช้ลูกจรวดขนาด 300 มม. บรรจุ 12 ท่อยิงบนรถบรรทุก 8x8

ประเภทกระสุน: มีตัวเลือกหลากหลาย ทั้งลูกจรวดไม่นำวิถีและนำวิถีเพื่อเพิ่มความแม่นยำ

  • BRC3: หัวรบลูกปราย ระยะยิง 70 กิโลเมตร
  • BRC4: หัวรบลูกปราย ระยะยิง 130 กิโลเมตร
  • BTE2: หัวรบระเบิดแรงสูง ระยะยิง 130 กิโลเมตร
  • BRE3 หรือ FD140A: ลูกนำวิถีเพื่อความแม่นยำสูง ระยะยิง 130 กิโลเมตร

อำนาจการทำลายล้าง: หากยิงพร้อมกันทั้ง 12 ลูก แรงระเบิดสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางถึง 420 ไร่ หรือ 670,000 ตารางเมตร (เทียบเท่าพื้นที่ 800 x 800 เมตร หรือประมาณ 8 สนามฟุตบอล)

ประสิทธิภาพการเคลื่อนที่: ตัวจรวดติดตั้งบนรถบรรทุกขับเคลื่อน 8x8 สามารถทำความเร็วสูงสุดบนถนนที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีพิสัยการเดินทาง 650 กิโลเมตร ทำให้เคลื่อนย้ายและปรับตำแหน่งยิงได้อย่างรวดเร็ว

PHL-03 กับภัยคุกคามต่อชายแดนไทย:

ด้วยระยะยิงที่ไกลถึง 130 กิโลเมตร หากกัมพูชาวางตำแหน่งจรวด PHL-03 ไว้ที่แนวชายแดน จะสามารถยิงครอบคลุมพื้นที่สำคัญของไทยได้ถึง 9 จังหวัด ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด

ด้วยขีดความสามารถอันน่าเกรงขามนี้ PHL-03 จึงถูกมองว่าเป็น "อาวุธพลิกเกม" (Game Changer) ที่สามารถเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจทางการทหารในภูมิภาค และเป็นความท้าทายสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศไทย.

ขณะที่เพจกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า

"ขีปนาวุธ PHL-03" เป็นระบบขีปนาวุธที่มีความสามารถในการยิงหลายลูกพร้อมกันในระยะทางไกลถึง 130 กิโลเมตร จากตำแหน่งยิง ขีปนาวุธชนิดนี้สามารถทำลายที่หมายทางยุทธศาสตร์ และที่ตั้งกำลังทางทหาร ซึ่งกองทัพได้เตรียมการรองรับสถานการณ์ ในการปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง และมีเครื่องมือในการทำลายขีปนาวุธชนิดนี้ แต่เพื่อไม่ประมาทในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือน ขอให้ระมัดระวังการถูกโจมตีที่ไม่พึงประสงค์นี้ ขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก และติดตามการแจ้งเตือนจากทางการ

ข้อควรระวัง

  • คอยตรวจสอบข่าวสารและการแจ้งเตือนจากทางราชการ
  • หากท่านอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่สำคัญหรือมีความเสี่ยงสูง ควรเตรียมการป้องกันโดยการหาที่หลบภัยในที่ปลอดภัย
  • การรักษาระยะห่างจากจุดที่อาจเป็นเป้าหมาย หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ที่อาจเกิดการโจมตีเมื่อได้รับการเตือน
  • ขอให้ประชาชนทุกท่านติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และหากมีการประกาศภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางการอย่างเคร่งครัด

ขอบคุณข้อมูลจากเพจกองทัพภาคที่ 2 และเพจthaiarmedforce.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...