ติ๊กต่อกแบน #SkinnyTok ที่มีส่วนชักนำให้คนคลั่งผอมแบบสุดโต่ง และส่งผลกระทบกับคนที่กำลังเผชิญ Eating Disorder
เป็นอีกครั้งที่แพลตฟอร์มดังอย่างติ๊กต่อกพยายามกรอบตัวเองให้เป็นพื้นที่ที่ ‘healthy’ ต่อผู้คนบนแอพที่มีอยู่ราวๆ 1.9 พันล้านแอคเคาน์ ย้อนไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางแอปเพิ่งแบนฟิลเตอร์ที่ชื่อ Chubby Filter ซึ่งทำให้คนดูอ้วนขึ้นจนกลายเป็นเรื่องตลกและหลายครั้งกลายเป็นการเหยียดคนอ้วน ล่าสุดนี้ ติ๊กต่อกก็เพิ่งแบนผลการค้นหาของ #SkinnyTok ที่มักเชิดชูความผอมตามมาตรฐานความงาม และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ชักนำผู้คนไปสู่ความคลั่งผอมซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ
สำหรับบางคน การดูคอนเทนต์ที่ว่าด้วยความผอมนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ได้ส่งผลกับชีวิตหรือจิตใจขนาดนั้น แต่ในมุมมองขององค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับโรคการกินผิดปกติหรือ Eating Disorder มองว่าคอนเทนต์เหล่านี้อาจส่งผลร้ายแรงกับคนที่กำลังคลั่งผอมหรือป่วยเป็นโรคการกินผิดปกติ ซึ่งนับเป็นเป็นสภาวะทางสุขภาพจิตอย่างหนึ่ง และนั่นจึงทำให้นับจากนี้ คนที่ค้นหา #SkinnyTok จะถูกลิงค์ไปหาคอนเทนต์แนวสุขภาพจิตแทน
คอนเทนต์ #skinnytok ที่ถูกแบนนี้มีจำนวนกว่าครึ่งล้านโพสต์ ซึ่งรวมถึงวิดิโอออกกำลังกายและการแชร์อาหารการกินเพื่อลดความอ้วน ซึ่งแง่หนึ่งหลายคนมองว่าคือการ ‘ดูแลสุขภาพ’ และ ‘พัฒนาตัวเอง’ แต่ในขณะเดียวกัน ทางติ๊กต่อกเองยอมรับว่ามันก็ “เชื่อมโยงกับคอนเทนต์การลดน้ำหนักที่ไม่ดีต่อสุขภาพ” โดยตัวอย่างคอนเทนต์ที่เป็นปัญหาก็เช่นการแชร์วิธีกินแบบแคลอรี่ต่ำโดยไม่ได้คำนึงถึงสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับ รวมถึงโปรโมทพฤติกรรมการกินที่อาจนำไปสู่ Eating Disorder ว่าเป็นการ ‘มีวินัย’ และจะทำให้เรากลายเป็น ‘เวอร์ชั่นที่ดีที่สุด’ ทั้งที่บางสูตรการกินที่สุดโต่งเกินไปก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพ
“พื้นที่เหล่านี้กำลังทำให้ Eating Disorder กลายเป็นรูปแบบหนึ่งของการดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดและการควบคุมตัวเองให้มีวินัย แปะป้ายให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่ความป่วยไข้ทางจิตใจ ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่ควรได้รับการเยียวยาและแก้ไข”
ไม่เพียงเท่านั้น “อีกด้านของการแชร์มื้ออาหารและสูตรการออกกำลังกายยังมีอีกเมสเสจหนึ่งซ่อนอยู่ นั่นก็คือ คุณค่าของคุณผูกติดอยู่กับน้ำหนัก และความผอมนั้นดีที่สุดนั่นเอง …#SkinnyTok อาจให้ความรู้สึกเหมือนเป็นพื้นที่โอบรับความรู้สึกที่ซับซ้อนของคนที่อยากผอม พื้นที่ให้ผู้คนได้ระบาย ได้แชร์ประสบการณ์ หรือได้รู้สึกถูกมองเห็น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันคือพื้นที่ปลอดภัย” องค์กรอย่าง National Alliance for Eating Disorder ในสหรัฐอเมริกากล่าว
ทางด้านรัฐมนตรีกระทรวงสื่อดิจิทัลของฝรั่งเศส ก็เคยออกมาย้ำเตือนถึงความอันตรายของ #SkinnyTok ที่ส่งผลต่อผู้ป่วย Anorexia และอัลกอริธึมของติ๊กต่อกเองก็มักจะฟีดคอนเทนต์แนวนี้ซ้ำๆ ให้กับผู้ป่วยและยิ่งทำให้อาการย่ำแย่ลงกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม การแบน #SkinnyTok อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้คนในกลุ่มเสี่ยงมองเห็นคอนเทนต์เหล่านี้น้อยลง แต่ที่สุดแล้วมันก็จะเกิดแฮชแท็กอื่นๆ หรือการแชร์คอนเทนต์เชิดชูความผอมในรูปแบบอื่นๆ อยู่ดี ซึ่งนั่นจึงทำให้หลายๆ องค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับ Eating Disorder เน้นย้ำให้ติ๊กต่อกไม่ปล่อยปละละเลยความสำคัญของเรื่องนี้ เพราะที่สุดแล้วหน้าที่ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่พึงมีก็คือความรับผิดชอบต่อสังคม
อ้างอิง
https://www.bbc.com/news/articles/c4gr6q6256do
https://www.allianceforeatingdisorders.com/whats-the-deal-with-skinnytok/