โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เช็กลิสต์พฤติกรรมแบบไหนทำฮอร์โมนพัง! เสี่ยงมะเร็ง ติดเตียง ไม่รู้ตัว?

Amarin TV

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 08.03 น.
อ้วนง่าย นอนไม่หลับ ขี้ลืม ไม่ใช่เพราะแก่ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าฮอร์โมนพัง! เสี่ยงมะเร็ง นอนติดเตียง ไม่รู้ตัว เปิดพฤติกรรมเสี่ยงทำฮอร์โมนพัง

อ้วนง่าย นอนไม่หลับ ขี้ลืม ไม่ใช่เพราะแก่ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าฮอร์โมนพัง! เสี่ยงมะเร็ง นอนติดเตียง ไม่รู้ตัว เปิดพฤติกรรมเสี่ยงทำฮอร์โมนพัง กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Anti-aging แล้วจะรู้ว่าการดูแลฮอร์โมนสำคัญ ก่อนสายเกินแก้

“หมอแชมป์ นภาพร” แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้าน Anti-aging เผยพฤติกรรมแบบไหนทำฮอร์โมนพัง! แนะดูแลฮอร์โมนก่อนสายเกินแก้ โดยระบุว่า

อ้วนง่ายนอนไม่หลับ ขี้หลงขี้ลืม เกี่ยวกับฮอร์โมนจริงไหม ?

จากสถิติของงานวิจัยล่าสุดค้นพบว่า ผู้หญิงที่อายุ 50 บวกขึ้นไปจะมีความเสี่ยงในการเกิดสโตรก เส้นเลือดในสมองตีบ แตก ตัน หรือติดเตียง หรือกลุ่มคนที่เป็นมะเร็ง เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรค SLE ทั้งหมดนี้เกิดจากฮอร์โมน ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่รู้คิดว่าเป็นแค่เรื่องอ้วน หรือนอนไม่หลับเฉย ๆ แล้วไปกินยานอนหลับหรือยาแก้แพ้แทน จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนอันดับแรกว่าฮอร์โมนกำลังพัง

จริงๆ แล้วร่างกายของคนเรามีระบบฮอร์โมน ซึ่งฮอร์โมนเกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน ฮอร์โมน DHEA และฮอร์โมนเกี่ยวกับพลังงาน ฮอร์โมนนี้เหมือนเป็นกุญแจดอกสำคัญ คนที่อ้วนขึ้น น้ำหนักตัวขึ้นง่ายลงยาก อดอาหารแล้ว กินคลีนแล้วน้ำหนักไม่ลดลงเลย ให้สงสัยว่าอาจมีปัญหาฮอร์โมน

โดยทั่วไปผู้หญิงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนตั้งแต่อายุ 35 ปี มันจะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ ฮอร์โมนผู้หญิงเรียกว่า "เอสโตรเจน" ตัวนี้ตรวจในช่วงนั้นจะมีประมาณ 300-400 ซึ่งเยอะมากๆ ผ่านมาเรื่อยๆ อาจจะเป็นจากสายทำงานหนัก นอนน้อย กินของไม่ดี ก็จะฮอร์โมนตกเหลือ 200 แล้วเป็นสาเหตุให้หมดประจำเดือนไวขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าฮอร์โมนกำลังจะหายไป บางทีเราเข้าใจว่าพอแก่แล้ว ประจำเดือนหมด ฮอร์โมนหมดก็เป็นเรื่องปกติ แต่จริง ๆ แล้วฮอร์โมนไม่ใช่แค่เรื่องผิว หรือการมีลูก แต่เกี่ยวข้องกับเรื่องสมองด้วย ถ้าฮอร์โมนหมดเมื่อไหร่ อาจจะนอนไม่หลับหรือทำให้อ้วนง่าย

พฤติกรรมแบบไหนที่เสี่ยงทำให้ฮอร์โมนพัง ?

การนอนหลับ การดูสื่อโซเชียลจนนอนดึก การฟังเพลงก่อนนอนเปิดโทรทัศน์เปิดไฟเป็นเพื่อน ร่างกายของมนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่า "นาฬิกาชีวิต" เขาจะรู้ว่ากลางคืนแล้ว โกรทฮอร์โมนจะสร้างเฉพาะตอน 22:00 น. ถึง 02:00 น. เท่านั้น หากนอนผิดเวลา หรือนอนหลังเที่ยงคืน โกรทฮอร์โมนก็จะหายไปเรื่อย ๆ ทำแบบนี้เรื่อย ๆ จะทำให้สมองเบลอ คิดช้า หลงลืมง่าย

สัญญาณที่บอกว่าฮอร์โมนกำลังรวนมีอะไรบ้าง ?

นอนหลับยาก หลับไม่สนิท ระบบเผาผลาญของร่างกายมีปัญหา ออกกำลังกายและคุมอาหารแล้ว แต่น้ำหนักขึ้นง่ายลงยาก หรือน้ำหนักไม่ลด หงุดหงิดง่าย ฉุนเฉียว หรือเหงา เศร้า ผิวแห้งง่าย แต่งหน้าแล้วตกร่อง หรือการทำหัตถการไม่ค่อยได้ผล การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว

ถ้าปล่อยให้ฮอร์โมนพัง จะเกิดอะไรขึ้น ?

ฮอร์โมนพังเป็นภัยเงียบที่เราคิดไม่ถึง มีอยู่ 4 โรคด้วยกัน คือ

1.ติดเตียง ก็คือสโตรก อัมพฤกษ์ อัมพาต ฮอร์โมนเอสโตรเจนของผู้หญิงมีผลทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น หากฮอร์โมนต่ำลง ไขมันสูง น้ำตาลสูง ร่างกายมีสารพิษ หรือนอนน้อย โอกาสที่เส้นเลือดจะแตก ตีบ หรือเกิดอาการปากเบี้ยวหน้าเบี้ยวก็จะสูงขึ้น พบได้บ่อยในคนไข้ที่ฮอร์โมนต่ำและคนที่คิดว่าตัวเองแก่แล้วไม่เป็นไร

2.ความเสี่ยงของเนื้องอก หรือมะเร็ง งานวิจัยระบุว่า เมื่อฮอร์โมนเพศหญิงต่ำกว่าวัยที่ควรจะเป็น แม้ในวัย 60-70 ปีก็ต้องมีฮอร์โมนอยู่ หากฮอร์โมนต่ำจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งกระเพาะอาหาร

3.โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรคพุ่มพวง จะเริ่มมาด้วยอาการผิวแห้ง เริ่มมีผื่น ลมพิษเรื้อรัง บางคนผมเริ่มร่วง เริ่มปวดข้อ สิ่งเหล่านั้นทำให้บางทีคิดว่าเป็น Office syndrome แต่จริง ๆ แล้วเป็นอาการของโรคแพ้ภูมิตัวเอง ปัจจุบันมีผู้หญิงเป็นโรคนี้เยอะกว่าเมื่อก่อนมาก

4.กลุ่มอัลไซเมอร์ ความจำเสื่อม เมื่อหลับไม่ดี โกรทฮอร์โมนก็ไม่หลั่ง ทำให้เซลล์สมองเสื่อมเร็ว โรคอัลไซเมอร์ปัจจุบันพบได้ในคนอายุ 50-60 กว่าปี มีอาการหลงลืม นึกคำพูดไม่ออกหรือประมวลผลช้าลง

วิธีแก้ปัญหาฮอร์โมนตก

ต้องหมั่นสังเกตอาการว่ากำลังเข้าข่ายฮอร์โมนตกหรือไม่ แล้วค้นหาต้นเหตุที่ทำให้ฮอร์โมนพัง เช่น กินน้ำตาลเยอะ นอนดึก หรือมีสารพิษสูง หากหาต้นเหตุเจอแล้ว ให้ปรับแก้ที่ต้นเหตุนั้น เช่น

ลดน้ำตาล น้ำตาลคือยาพิษ ทำให้ฮอร์โมนพัง ควรกำหนดวันที่จะกิน เช่น 7 วัน หยุด 1 วัน เป็นวัน cheat day หากน้ำตาลเยอะ ฮอร์โมนก็จะลดลง และความแก่ก็จะมาเยือน จากงานวิจัยน้ำตาลเป็นต้นกำเนิดที่ทำให้ระบบลำไส้ที่เกี่ยวข้องกับการดูดซึมสารอาหารเกิดการดูดซึมไม่ดี ลำไส้เกิดการอักเสบมากขึ้น ทำให้สารอาหารที่ควรกินไม่ถูกดูดซึม หรือดูดซึมช้าลง น้ำตาลเข้าไปในร่างกายเมื่อไหร่ เซลล์ในร่างกายทั้งหมดจะอักเสบ ทั้งเซลล์สมอง เซลล์รังไข่ที่ผลิตฮอร์โมนเพศหญิงก็จะฝ่อไม่ผลิตฮอร์โมน เซลล์ผิวหนังก็เหี่ยวง่าย แม้แต่การทำหัตถการก็อาจอยู่ได้สั้นลง

เพิ่มอาหารที่มีโปรตีนสูง การสร้างฮอร์โมนเพศหญิงโดยการเพิ่มอาหารที่มีโปรตีนสูงก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่ต้องกินให้ถูกด้วย หากผู้หญิงมีโปรตีนเพียงพอก็จะไม่ค่อยป่วย ต้องคำนวณโปรตีนตามน้ำหนักตัวขั้นต่ำควรกินโปรตีนเท่ากับน้ำหนักตัวเป็นกรัม เช่น น้ำหนัก 50 กก. ควรกินโปรตีนขั้นต่ำ 50 กรัม/วัน สำหรับผู้หญิงวัย 50 บวก ควรกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ 50% และ Plant-based 50% วัยนี้ระบบย่อยและการดูดซึมเริ่มมีปัญหา เนื้อสัตว์ที่ย่อยง่ายที่สุดคือเนื้อปลา โดยแนะนำปลาขนาดเล็ก ตัวไม่เกิน 1-2 กก. เพื่อหลีกเลี่ยงสารพิษโลหะหนักมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งรวมถึงเนื้องอกต่าง ๆ Plant-based คือโปรตีนจากพืชจากถั่ว ธัญพืช สามารถกินในรูปสำเร็จรูปได้ แต่ควรเลือกที่เป็น Organic และมีมาตรฐานรับรอง

ลดอาหารที่มีสารพิษสูง สารพิษมาจาก 2 ทางหลัก คือ 80% มาจากอาหาร กลุ่มประเภทซีฟู้ด ปลาไซส์ใหญ่ และ 20% มาจากพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ หรือสิ่งแวดล้อม การอุ่นอาหารค้างคืนซ้ำๆ จะก่อให้เกิดเชื้อราในอาหาร หากกินไปเรื่อยๆ ทำให้เกิดการอักเสบของลำไส้ เป็นที่มาว่าทำไมคนไทยถึงมีอัตราการเสียชีวิตหรือการเป็นมะเร็งลำไส้ กระเพาะอาหารสูงขึ้น

ปรับการนอน ร่างกายไม่ได้หลับลึกหากต้องการนอนหลับดีต้องไปแก้ที่ต้นเหตุ เช่น ปรับสมดุลวิตามิน ฮอร์โมน หากแก้ที่ปลายทางโดยการกินยานอนหลับจะทำให้ติดยา และต้องเพิ่มปริมาณยาหรือเปลี่ยนยาที่แรงขึ้น ซึ่งจะทำให้เซลล์สมองเสื่อม ง่วง เพลีย ไม่กระปรี้กระเปร่า และมีอาการขี้หลงขี้ลืมตามมา

หลายคนเข้าใจผิดว่าออกกำลังกายเต็มที่แล้วจะกินอะไรก็ได้ นอนดึกแค่ไหนก็ได้ แต่จริงๆ แล้วร่างกายจะแข็งแรงได้ คือนอนดี กินดี ออกกำลังกาย คนยุคใหม่มักออกกำลังกายผิดเวลา เช่น 22:00-23:00 ซึ่งผิดเวลาการออกกำลังกายตอนกลางคืนเป็นการไปปลุกให้ฮอร์โมนตื่น ร่างกายจะงง คนที่ออกกำลังกายกลางคืนหน้าจะแก่เร็ว

ตื่นมาตอนเช้าควรรับประทานโปรตีนก่อน เพราะเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุด ช่วยบูสต์พลังงาน ทำให้สดชื่นทั้งวัน การออกกำลังกายทำได้ในตอนเช้า กลางวัน บ่าย แต่หลัง 19:00 น. ไม่ได้ เพราะฮอร์โมนที่สร้างขึ้นจะเริ่มลดลงไปเรื่อย ๆ นอนดึกออกกำลังกายตอนกลางคืนจะทำให้เป็นโรคนอนไม่หลับมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...