โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ยุทธศาสตร์ สทร.สู้ศึกกัมพูชา 'การเมือง'เกียร์ว่าง ‘กองทัพ’แบก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 17.15 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 00.12 น.

แม้“รัฐบาลไทย”พยายามรักษาบรรยากาศไทย-กัมพูชา หวังยกปัญหาชายแดนเข้าสู่โต๊ะเจรจาทวิภาคี ผ่าน 3 กลไก ประกอบด้วย

กลไกกระทรวงต่างประเทศ ที่ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ เตรียมส่งหนังสือเชิญกัมพูชาเข้าประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission) หรือ JBC ในช่วงเดือนกันยายนนี้

กลไกกระทรวงกลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะรักษาการแทน รมว.กลาโหม อยู่ระหว่างเจรจากัมพูชา เพื่อเปิดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC วาระพิเศษ

กลไกระดับแม่ทัพภาค พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 อยู่ระหว่างรอสัญญาณตอบรับจากกัมพูชา เพื่อจัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC ซึ่งล่วงเลยเวลามาสมควร นับตั้งแต่เกิดเหตุปะทะช่องบก จ.อุบลราชธานี

ขณะที่ท่าที “กัมพูชา” ต่อทั้ง 3 กลไก ต้องรอผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จตัดสินใจ คือ 2 พ่อลูก “ฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา และ “ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แต่จนถึงวันนี้ ยังไม่มีสัญญาณตอบรับในเชิงบวกแต่อย่างใด

ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ลุกลามมาไกล จากปัญหากระทบกระทั่งบริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี เมื่อ 28 พ.ค.2568

ในเบื้องแรก เหตุการณ์อาจจบลงด้วยดี หากไม่มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า กัมพูชายอมปรับลดกำลัง และกลบคูเลต เมื่อเป็นเช่นนี้ สถานการณ์จึงพลิกผัน ก่อให้เกิดความตึงเครียดอีกหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ หลังจากมีนักท่องเที่ยวไทยและกัมพูชา เดินทางขึ้นมาท่องเที่ยวบนตัวปราสาท อย่างมีนัยสำคัญ และมีปัญหากระทบกระทั่ง จนนำไปสู่การเอาคืน

สืบเนื่องจากอดีตทหารพราน ทำร้ายทหารกัมพูชาชุดประสานงานชายแดน เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้ ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายของไทย

ถัดมาเกิดกรณีหญิงชาวกัมพูชา เข้ามาชี้หน้าด่าทอทหารไทยในเขตพื้นที่ไทยปราสาทตาเมือนธม มีการโต้เถียงไปมา จนกำลังรบทหารทั้งสองฝ่ายกรูเข้ามาในพื้นที่ หลังได้ยินทหารกัมพูชาเตรียมตั้งปืน

แม้ทุกอย่างจะจบลงด้วยการเจรจา ปรับความเข้าใจ ต่างฝ่ายต่างแยกย้าย ทว่าแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.บุญสิน เริ่มเห็นสัญญาณไม่สู้ดี หลังเกิดการเผชิญหน้า ระหว่างกำลังรบทั้งสองฝ่าย สุ่มเสี่ยงต่อสถานการณ์บานปลาย จึงสั่งจัดระเบียบนักท่องเที่ยวบนปราสาทตาเมือนธม

จึงเป็นที่มา ของการหารือระหว่าง พ.อ.บุญเสริม บุญบำรุง รอง ผบ.กกล.สุรนารี พล.ต.เนี๊ยะ วงค์ ผบ.พลน้อย ร.42 จนได้ข้อสรุปร่วมกัน ให้คัดกรองนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ หากเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่ง ให้เป็นหน้าที่ชุดประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ประจำบนปราสาทตาเมือนธม ซึ่งมีฝ่ายละ7 นาย ให้ดำเนินการกับนักท่องเที่ยวของตัวเอง และห้ามกำลังรบสองฝ่ายเข้าพื้นที่เด็ดขาด

แม้ในระดับพื้นที่ จะได้ข้อสรุป และแนวทางปฏิบัติในการดูแลนักท่องเที่ยวบนปราสาทตาเมือนธมแล้ว แต่ยังมีการตอบโต้ระหว่างผู้นำกัมพูชา กับแม่ทัพภาคที่ 2

เมื่อพล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกฯ และรมว.กลาโหมกัมพูชา เรียกร้องให้ไทยออกมาขอโทษต่อสาธารณชน ต่อกรณีอดีตทหารพรานไทยทำร้ายทหารกัมพูชา ทำให้ พล.ท.บุญสิน มทภ.2 เรียกร้องเช่นกัน โดยให้กัมพูชาออกมาขอโทษ ทั้งกรณีหญิงกัมพูชาชี้หน้าด่าทหารไทยในเขตไทย รวมถึงกรณีทหารกัมพูชาผลักทหารไทยล้ม ส่วนผู้ก่อเหตุที่ทำร้ายทหารกัมพูชา ได้ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายไทยไปแล้ว

ปัญหาเก่า ยังไม่คลี่คลาย ก็เกิดเหตุชุดลาดตระเวนกองร้อยทหารพรานที่ 2302 เหยียบกับระเบิด ขณะออกลาดตระเวนจากฐานปฏิบัติการมรกต ไปยังเนิน 481 บาดเจ็บ 3 นาย หนึ่งในจำนวนนี้อาการสาหัส ขาขาด 1 นาย

กระแสข่าวในไทย อ้างรายงานจากหน่วยปฏิบัติการต่อต้านทุนระเบิด(นปท.) กองบัญชาการกองทัพไทย ระบุว่า เป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอยู่กับที่ PMN2 ซึ่งถูกวางใหม่ เพราะของเก่า นปท.3 ได้กวาดล้างทำลายหมดแล้ว

อีกทั้ง ก่อนหน้านั้น 15 ก.ค.2568 ขณะที่ทหารร้อย.ร.6021 พัน.RDF จัดกำลังพลลาดตระเวน เจาะเส้นทางจากต้นพญาสัตบรรณ ไปยังฐานปฏิบัติการตัว T ได้ตรวจพบวัตถุระเบิดชนิดนี้เช่นกัน

แรงกดดันถึงถาโถมมาที่ “กองทัพ” เพราะประชาชนอารมณ์คุกรุ่น ไม่พอใจกับการทำหน้าที่ของทหารไทย ที่ไม่ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เด็ดขาด ผสมโรงกับก่อนหน้านี้ ที่ทหารกัมพูชาปล่อยคลิป ดิสเครดิตทหารไทยออกมาเป็นระยะ

ล่าสุด กรณี“ภูมะเขือ” จ.ศรีษะเกษ มีการเผยแพร่คลิปการสร้างกระเช้า-บันได พร้อมข้อความว่า ภูมะเขือถูกทหารกัมพูชายึด จึงเป็นที่มาของ “กองทัพบก” ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่พิสูจน์ข้อเท็จจริง

ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ทหารอยู่แนวหน้า กำลังตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดจากเหตุการณ์ในพื้นที่ ประเดประดังเข้ามา หนำซ้ำยังถูกปล่อยคลิปดิสเครดิต เสมือนหนึ่งทหารไทยเพลี่ยงพล้ำอยู่ตลอดเวลา และยังต้องแบกความคาดหวังคนไทยทั้งประเทศในการปกป้องรักษาอธิปไตย

ส่วน“รัฐบาล-กระทรวงการต่างประเทศ” ก็ถูกมองว่า ใส่เกียร์ว่าง เพราะวุ่นวายอยู่กับเรื่องการเมือง การปรับย้ายข้าราชการ แย่งงบประมาณลงพื้นที่ฐานเสียง ปล่อยให้ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นหน้าที่ของกองทัพแก้ปัญหากันเอง

สถานการณ์ที่ไทยถูกมองว่าเพลี่ยงพล้ำยามนี้ ไม่อาจมองเป็นอื่นไปได้ เมื่อทุกอย่างต้องเดินไปตามกลไก ตามยุทธศาสตร์รัฐบาล โดยเฉพาะ สทร.ทักษิณ ที่ว่า ใครดำน้ำอึดกว่ากัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...