โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โบรกฯ ชี้ หุ้นไทยพุ่งบนความหวัง อย่าประมาท! เหตุ ศก.-กำไร บจ.ยังไม่ฟื้น แย้มวันนี้อาจได้เห็น 1,200 จุด

Share2Trade

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 02.18 น. • Share2Trade

โบรกฯ ชี้ SET INDEX ที่ปรับขึ้นมา 3.5% และนับจากจุดต่ำสุดแล้วราว 12% ส่วนหนึ่งก็คือการความหวังเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ คาดวันนี้ เคลื่อนไหวในกรอบ 1,185 – 1,210 จุด แนะการลงทุนควรเริ่มมองฝั่งทยอยทำกำไรมากกว่าจะเพิ่มความกล้าลงทุน

โบรกฯ ชี้ หุ้นไทยพุ่งบนความหวัง_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยขึ้นมาด้วยความคาดหวังเจรจาการค้าไทยกับสหรัฐฯ แต่พื้นฐานยังไม่เห็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยยะไม่ว่าจะเชิงเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียน การปรับขึ้นนักลงทุนไม่ควรประมาท ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนดีกว่าตลาดประเมินไว้

โดยตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 229 จุด (+0.5%) ขณะที่ Nasdaq , S&P500 ปิดทำ New High ได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจและผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1% หลังมีรายงานว่าบ่อน้ำมันของอิรักถูกโจมตี เป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน

อีกทั้งเมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯประกาศยอดค้าปลีกประจำเดือน มิ.ย. พบว่าขยายตัว 0.6% จากเดือนก่อน ดีกว่า Bloomberg Consensus คาดการณ์ที่ 0.1%จากเดือนก่อน ขยายตัวเด่นในสินค้าจำพวกยานยนต์และส่วนประกอบ ขยายตัว 1.2% จากเดือนก่อน เสื้อผ้าและเครื่องประดับ ขยายตัว 0.9%จากเดือนก่อน ขณะที่สินค้าอื่นๆก็ขยายตัวได้เช่นกัน

สะท้อนถึงอุปสงค์ของสหรัฐฯยังไปได้ดี ทำให้พบเห็นว่าค่าเงิน Dollar Index เริ่มขยับขึ้น แต่อย่างไรก็ตามให้ระมัดระวังความกังวลด้านดอกเบี้ย หากเศรษฐกิจร้อนแรงจนเกินไปอาจทำให้ FED ตัดสินใจไม่ลดดอกเบี้ย ข้อมูลจาก CME FED Watch ล่าสุดให้ที่ทั้งปี 68 FED จะลดดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง

สำหรับปัจจัยในประเทศนักลงทุนยังคงติดตามการเจรจาระหว่างไทยกับสหรัฐฯซึ่งวานนี้ Bloomberg ได้สัมภาษณ์หนึ่งในคณะเจรจากับสหรัฐฯ (ทีม Thailand) ได้ข้อมูลดังนี้ โดยไทยจะยื่นข้อเสนอสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯกว่า 90% ให้ภาษีเป็น 0% จากเดิมทีที่วางแผนไว้เพียง 60% ของสินค้าทั้งหมด พร้อมกับมีแผนจะลดขาดดุลการค้าที่ 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯลงให้ได้ 70% ภายในสามปีและนำไปสู่ดุลการค้าที่จะสมดุลมากขึ้น หนึ่งในทีมเจรจาเชื่อว่าข้อเสนอที่จะมอบให้กับสหรัฐฯนั้นของไทยมีศักยภาพมากกว่าเวียดนามและอินโดนีเซีย

นอกจากปัจจัยข้างต้นแล้วยังมีข้อเสนอเพิ่มการซื้อสินค้าจากสหรัฐฯจำพวกแก๊สธรรมชาติ เครื่องบิน BOEING สินค้าเกษตรต่างๆ (ข้าวโพด ถั่วเหลือง ) ซึ่งจะเป็นปัจจัยช่วยต้นทุนผู้ประกอบการในไทยจากการที่ต้นทุนสหรัฐฯค่อนข้างต่ำ พร้อมเชื่อว่าจะสามารถเจรจาเสร็จทันก่อนเส้นตายวันที่ 1 ส.ค. โดยคาดหวังอัตราภาษีในระดับ 18 – 20%

ทั้งนี้หากสามารถลดภาษีจาก 36% มาอยู่ในกรอบ 18-20% ก็จะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยถือว่าใกล้เคียงกับภูมิภาค แต่หากลดลงได้ในระดับ 15% ลงไปจะทำให้ศักยภาพของไทยถือว่าแข็งแกร่ง และตลาดหุ้นก็น่าจะตอบรับเชิงบวก

อย่างไรก็ตาม วานนี้เชื่อว่า SET INDEX ที่ปรับขึ้นมา 3.5% และนับจากจุดต่ำสุดแล้วราว 12% ส่วนหนึ่งก็คือการความหวังเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยข้างต้นอาจไม่ใช่สิ่งที่เพิ่ม Upside ตลาดหุ้นไทยเป็นเพียงตัวจำกัด Downside Risk เชิงเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนมากกว่า ในเชิงปัจจัยพื้นฐานของไทยยังไม่เห็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ทิศทางเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังมีความน่ากังวลเพราะการเติบโตจะลดลงหากเทียบครึ่งปีแรก ผสานกับการท่องเที่ยวที่ยังคงลดลงและยังไม่เห็นการฟื้นตัว

ในเชิง Valuation จากการที่ SET ปรับขึ้นมาทำให้ Forward PE ขึ้นมาที่ 13.2 เท่า หากเทียบกับอดีตก็อาจไม่แพงเพราะเคยไปซื้อขายในช่วง 15-16 เท่า แต่การเติบโตของไทยจากนี้อาจไม่เหมือนในอดีต โดยที่ Hang Seng , Kospi ซื้อขายในช่วง PE เพียง 11 เท่า การปรับขึ้นจากนี้จึงควรระมัดระวังมากกว่าจะไล่ราคา

ดังนั้นวันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,185 – 1,210 จุด เชิงกลยุทธ์การลงทุนควรเริ่มมองฝั่งทยอยทำกำไรมากกว่าจะเพิ่มความกล้าลงทุนด้วย Valuation เริ่มแพงผสานกับปัจจัยพื้นฐานยังไม่เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นแต่อย่างไรก็ตามหากรับความเสี่ยงได้ อาจ Trading ในหุ้นกลุ่มค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) ศูนย์การค้า (CPN) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) การเงิน (MTC SAWAD)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...