โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เงินบาทเช้านี้ 17 กรกฎาคม 2568 “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” เปิดตลาด 32.48 บาท/ดอลลาร์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 01.30 น.
เงินบาทเช้านี้ 17 กรกฎาคม 2568 “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” เปิดตลาดที่ระดับ 32.48 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.40-32.65 บาท/ดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.48 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 32.53 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.40-32.65 บาท/ดอลลาร์

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวน ในลักษณะ Sideways Down (แกว่งตัวในกรอบ 32.34-32.64 บาทต่อดอลลาร์) แม้จะมีจังหวะอ่อนค่าลงทะลุโซน 32.60 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงเวลาสั้นๆ ตามจังหวะการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการย่อตัวลงต่อเนื่องของราคาทองคำ ทว่า เงินบาทก็พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว เข้าใกล้โซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ ตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์

ส่วนราคาทองคำก็พุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางข่าวลือว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เตรียมปลดประธานเฟด Jerome Powell ก่อนที่ผู้เล่นในตลาดจะคลายกังวลจากประเด็นดังกล่าว หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึง รัฐมนตรีฯ คลัง สหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว หนุนให้ เงินดอลลาร์รีบาวด์สูงขึ้นบ้าง ส่วนราคาทองคำก็ย่อตัวลงเกือบถึงระดับก่อนรับรู้ข่าวลือปลดประธานเฟดดังกล่าว

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายน นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานข้อมูลยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) รวมถึงรายงานดัชนีภาคธุรกิจโดย Philadelphia Fed ในเดือนกรกฎาคม และรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า เฟดมีโอกาสราว 84% ที่จะลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้ และเฟดมีโอกาสราว 40% ในการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 3 ครั้ง ในปีหน้า

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราขอคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าได้ในช่วงนี้ ตามจังหวะการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่ได้แรงหนุนจากทั้งการทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี แนวโน้มการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์จะขึ้นกับ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ที่จะรับรู้ในช่วงคืนวันพฤหัสฯ นี้

โดยหากรายงานยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง หนุนให้เงินดอลลาร์มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้ ทว่า การปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์ก็อาจเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากผู้เล่นในตลาด อาจรอลุ้นรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดอาจยังมีความกังวลต่อประเด็นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับประธานเฟด หลังมีข่าวลือว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจมีคำสั่งปลดประธานเฟด Jerome Powell แม้ในภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวก็ตาม
นอกจากนี้ เรามองว่า ราคาทองคำก็มีโอกาสทยอยรีบาวด์สูงขึ้นได้ไม่ยาก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับประธานเฟด ทำให้แม้เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง จากเงินดอลลาร์ แต่หากราคาทองคำยังคงทรงตัวในกรอบ Sideways หรือปรับตัวสูงขึ้นบ้าง ก็จะช่วยชะลอการอ่อนค่าดังกล่าว

ทำให้โดยรวม เงินบา (USDTHB) อาจยังติดโซนแนวต้านแถว 32.60-32.70 บาทต่อดอลลาร์ ไปก่อน แต่หากเงินบาทสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 32.70 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน เราถึงจะกลับมามั่นใจว่า เงินบาทได้กลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าลงอีกครั้ง ตามการประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend Following

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...