โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พรอนงค์” ลั่น ก.ล.ต.หนุนเอกชนเป็น “ผู้ก่อการ” ชู 4 เสาหลักเชื่อมทุนสู่ชุมชนไทย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 08.54 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางพรอนงค์ บุษราตระกูลเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวในงานเสวนา “สานพลังเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมจากฐานรากสู่ความยั่งยืน ปีที่ 2” (The 2nd Multilateral Collaboration for Sustainability: Continuing the Impact)ว่า การพัฒนาเศรษฐกิจไทยในระยะยาว จำเป็นต้องมีฐานรากที่แข็งแรง โดยเฉพาะในบริบทที่เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว และสังคมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความเหลื่อมล้ำและความเปราะบางของชุมชน

ทั้งนี้ ก.ล.ต. จึงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน “การลงทุนที่มีคุณค่า” (meaningful investment) ซึ่งมิได้หมายถึงการลงทุนในมิติการเงินเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการลงทุนด้วย “เวลา ความรู้ และ ความร่วมมือ” เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ดีสำนักงาน ก.ล.ต. ได้นำเสนอแนวคิด “4 Pillars” หรือเสาหลัก 4ด้านในการขับเคลื่อน ได้แก่

1.ชุมชน – ผู้เป็นฐานรากของสังคมที่ต้องได้รับการเสริมพลัง

2.ภาคเอกชน – พลังทางเศรษฐกิจที่สามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

3.สถาบันสนับสนุน –หน่วยงานภาครัฐและตลาดทุนที่มีหน้าที่ส่งเสริมและกำกับ

4.ความร่วมมือ – กลไกเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

นางพรอนงค์ กล่าวอีกว่า “ทุนทางเศรษฐกิจ” และ “ทุนทางสังคม” ต้องเชื่อมโยงกันอย่างกลมกลืน หากภาคเศรษฐกิจโตแต่ชุมชนอ่อนแอ สังคมก็ไปไม่รอด ขณะเดียวกัน หากชุมชนเข้มแข็งแต่ไร้พลังทุนและโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ก็ไม่สามารถสร้างการเติบโตได้เช่นกัน

“ภาคธุรกิจในวันนี้ต้องไม่เพียงเป็น “ผู้ประกอบการ”แต่ควรเป็น “ผู้ก่อการ”ที่ใช้ทรัพยากรที่มีเพื่อช่วยเหลือ พัฒนา และยกระดับชุมชน สร้างสังคมที่อยู่ดีมีสุขร่วมกันในระยะยาว” เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว

ทั้งนี้สำนักงานก.ล.ต. มีบทบาทเป็น “ผู้สนับสนุน” (Enabler) ที่เชื่อมโยงและส่งเสริมภาคธุรกิจให้ดำเนินงานตามหลัก ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) อย่างแท้จริง โดยสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนและผู้ประกอบการในตลาดทุน เปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนผ่านระบบ One Report ตั้งแต่ปี 2565และกำลังยกระดับการเปิดเผยข้อมูลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลต่อไป

นอกจากนั้นสำนักงานก.ล.ต. ยังเร่งผลักดันเครื่องมือระดมทุนใหม่ เช่น LifeX สำหรับธุรกิจนวัตกรรม, Crowdfunding Portal สำหรับวิสาหกิจชุมชนและ SE และตราสารหนี้ยั่งยืน (Sustainability Bonds) สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการแสดงจุดยืนด้าน ESG

“เราต้องการเห็นผู้ประกอบการรายเล็ก รายใหม่ หรือผู้มีแนวคิดเพื่อสังคม สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้เท่าเทียม ไม่ใช่มีเพียงบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น” นางพรอนงค์ กล่าว

เลขาธิการ ก.ล.ต. ยังกล่าวด้วยว่า บทบาทของหน่วยงานภาครัฐในวันนี้ไม่ใช่เพียงการออกกฎระเบียบ แต่ต้องเป็น “ผู้เร่งเครื่อง”ให้เกิดความร่วมมือ (collaborative platform) ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งต้องทำอย่างต่อเนื่องและไม่เป็นเพียงกิจกรรมรายปี แต่กลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย

ทั้งนี้ เลขาธิการ ก.ล.ต.ยังเสนอให้มีเวทีความร่วมมือแบบนี้บ่อยขึ้น เช่น จัดทุกไตรมาส หรือแม้แต่รายเดือน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) และตัวอย่างความสำเร็จในการขับเคลื่อนความยั่งยืนร่วมกัน

“ตัวเลขหลักร้อย หลักพันล้าน ไม่สำคัญเท่ากับคุณภาพของผลลัพธ์ เพราะถ้าทุนจำนวนนั้นนำไปสู่การสร้างชุมชนที่อยู่รอด อยู่ได้ และยืนหยัด นั่นแหละคือความยั่งยืนที่แท้จริง”เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...