โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กฟผ. เพิ่มแต้มต่อการแข่งขันด้านพลังงานสะอาด ตอบโจทย์คาร์บอนเป็นศูนย์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 02.52 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 09.50 น.

ดร.ณัฐจารีย์ ศรีเพ็ชร์ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เผยผ่านงาน สัมมนาใหญ่แห่งปีของหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ และเว็บไซต์ Thandigital ในหัวข้อ “Road to Net Zero 2025: Thailand Green Action” ใน Seasion II Advancing Towatds Green Electricity : ภารกิจกับการพัฒนายั่งยืน ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ได้มีการสนับสนุนพลังงานสีเขียว “ร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580" หรือ แผน PDP 2024 อยู่ระหว่างการนำเสนอภาครัฐจะตัดสินใจอยู่เกี่ยวกับพลังงานสีเขียวอย่างไรบ้าง

โดยในแผน PDP 2024 มีเป้าหมายหลักมุ่งสูความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ภายใน ปี 2608 เป็นแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ฉบับล่าสุด โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า,ควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่เกิน 4 บาทต่อหน่วย รวมมีการทำในเรื่องไฮโดรเจน และมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (RE) เป็น 51% โดยจะลดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล (ก๊าซธรรมชาติ, ถ่านหินและลิกไนต์) ลงจาก 19% ในปี 2567 เหลือ 7% ภายในสิ้นสุดแผน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (net zero)

"กฟผ." เป็นหน่วยงานหลักในเรื่องการผลิตไฟฟ้า ในฐานะรักษาความมั่นคงพิจารณา 3 ส่วนหลัก ด้วยกัน ได้แก่ ในเรื่องความมั่นคงพลังงานไฟฟ้าให้มีความเหมาะสม และเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยมีการปรับปรุงโรงไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีใหม่ อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ จะทำให้ลดต้นทุนได้ เสร็จแล้วมีอยู่ 2 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนสิรินธร และเขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งมีกำลังการผลิต กำลังผลิต 69 เมกะวัตต์ และมีแผนที่จะดำเนินต่อไปอีกที่ตั้งเป้าไว้อยู่ที่ 1 หมื่น ภายใน 10 เขื่อนทั่วประเทศ ได้บรรจุอยู่ในแผนเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้มีโรงไฟฟ้าแบบสูบกลับเพื่อเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟฟ้าในช่วงที่มีความต้องการสูง การศึกษาโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แบบ SMR เพื่อลดต้นทุนและคาร์บอน โดยเฉพาะพลังงานนิวเคลียร์มีศักยภาพในการลดการปล่อยคาร์บอน แต่ก็มีความท้าทายในเรื่องการหาพื้นที่ตั้ง และสุดท้ายคือการผสมผสานไฮโดรเจนกับไฟฟ้าเพื่อผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์เชื้อเพลิงในอนาคต

สำหรับแผนในเรื่องการเพิ่มพลังงานหมุนเวียนของ กฟผ.ดีในเรื่องของพลังงงานสีเขียว แต่สิ่งที่ที่จะตามมาก็คือ ในเรื่องความเสถียร ของระบบไฟฟ้าก็จะน้อยลงเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ กฟผ.จะต้องรองรับ ก็คือ Grid Modernization เป็นตัวระบบรองรับพลังงาหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศ ปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่น เช่น โซล่า มีฝนตกและไม่มีแดด จะต้องทำอย่างไร เพราะปกติโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จะเริ่มต้นใช้เวลาเยอะจะต้องปรับเวลาให้สตาร์ทอัพได้เร็วขึ้น และปรับโครงข่าย กฟผ.ให้มีความยืดหยุ่นลง มีระบบการเก็บพลังงานเพิ่มขึ้น และปัจจุบันมีศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (REFC) และศูนย์ควบคุมการตอบสนองด้านโหลด (DRCC) ร่วมเปลี่ยนผ่านและยกระดับระบบไฟฟ้าประเทศไทยสู่ความทันสมัยและมั่นคง

นอกจากนี้ยังเป็นหน่วยงานได้รับมอบหมายให้ออกใบรับรองในเรื่องพลังงานหมุนเวียน หรือเรียกว่า REC ก็ยังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เช่นเดียวกับ EV ก็เป็นส่วนหนึ่งในระบบในทั้งตัวสถานีชาร์จ รวมทั้งการพัฒนาในเรื่องของอีบัค และมีการสลับสถานีแบตเตอรี่ และสุดท้ายมีเรื่องของอุปกรณ์โครงการฉลากเบอร์ 5 ได้ทำมานานมากแล้ว แต่เราก็มีการพัฒนาเช่น โครงการฉลากเบอร์ 5 และเพิ่มดาว ตลอดจนตัวอาคารเบอร์ 5 โรงเรียนสีเขียว โดยมีอัตราค่าบริการในการรองรับ Utillty Green Tariff (UGT) ในการสนับสนุนมีการบริการลูกค้าสีเขียวสำหรับลูกค้าที่ต้องการมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ ได้แก่ 1. แบบ UGT1 ยกตัวอย่าง ผู้ที่สนใจต้องการก็ให้แจ้งความจำนงมา ทาง กฟผ.จะออกใบรับรอง โดยคิดค่าบริการบวกค่าพรีเมียม แหล่งจะมาจากโรงไฟฟ้าที่เป็นเขื่อน กฟผ. จำนวน 7 เขื่อน นี่เป็นเฟสแรก ที่ดำเนินการอยู่

2. แบบ UGT2 ก็คือผู้ที่จะใช้บริการจะบอกเลยว่าจะต้องการใข้โรงไฟฟ้าไหน ซึ่งจะเป็นในส่วนของโซล่า วินด์ ที่มีการรับซื้อแล้วเซ็นสัญญาไปบ้างแล้ว อยู่ระหว่างที่ กฟผ. กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาค่าบริการอยู่

ทั้งในอัตราค่าบริการ รัฐบาลประกาศกลางปีที่แล้วให้ใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access Code : TPA Code) ประมาณ 2,000เมกะวัตต์ก่อน ให้ใช้เฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์เท่านั้น โดยให้ผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงกันได้ ผ่านโครงข่ายของรัฐ เป็นไปตามมติ กพช. เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ก็คือ พิจารณาหลักเกณฑ์ และค่าบริการที่เหมาะสม (ค่าผ่านไฟและสายส่ง) เป็นต้น

โดยสรุปก็คือ กฟผ. เป็นหน่วยงานรัฐที่รับนโยบายในเรื่องพลังงาน ซึ่งก็มีการดำเนินการไปแล้วทั้งในเรื่องแผนการดำเนินนโยบายของประเทศ เพื่อมุ่งความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2593

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...