โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม

Positioningmag

อัพเดต 03 ก.ค. 2567 เวลา 12.30 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2567 เวลา 12.25 น.

ผลการสำรวจดัชนีการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลกประจำปี 2024 (The Mastercard-Crescent Rating Global Muslim Travel Index หรือ GMTI 2024) ระบุว่า ประเทศไทยยังคงรักษาตำแหน่งในการเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม โดยจัดอยู่ในอันดับที่ห้าในหมวดหมู่ประเทศสำหรับกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม (Non-OIC)1
ตามรายงาน GMTI 2024 ประเทศไทยได้รับคะแนนดัชนีโดยรวมอยู่ที่ 52 คะแนน ตามหลังสิงคโปร์ที่มีคะแนนสูงสุดเป็นอันดับที่หนึ่งอยู่ 14 คะแนน และต่ำกว่าฮ่องกงที่รั้งอยู่ในอันดับที่สองเพียง 2 คะแนน สำหรับหมวดหมู่ Non-OIC ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการพัฒนาประเทศเพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวมุสลิม ด้วยการเพิ่มตัวเลือกอาหารฮาลาลและการบูรณาการสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม เช่น ห้องละหมาดตามสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งตรงตามแผนของยุทศาสตร์ 5 ปี2 ของกรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในการมุ่งสู่การเป็น "ศูนย์กลางฮาลาล" ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปีพ.ศ. 2570 โดยแผนดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การขยายอุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศในภาคส่วนต่างๆ รวมถึงอาหาร เครื่องแต่งกาย การบริการ และการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การสร้างงาน และสนับสนุนชุมชนมุสลิมในท้องถิ่น ทำให้เห็นว่าประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะรักษาตำแหน่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักเดินทางชาวมุสลิมทั่วโลกในการจัดอันดับ GMTI
“ประเทศไทยได้สร้างชื่อเสียงในการขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางหลักสำหรับนักเดินทางชาวมุสลิม และครองอันดับต้น ๆ ในรายงาน GMTI มานานหลายปี โดยข้อมูลเชิงลึกจากรายงาน GMTI ประจำปี 2024 นี้ได้เปิดโอกาสให้นักการท่องเที่ยวและหน่วยงานรัฐบาลจัดการบริการและข้อเสนอต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมได้ดียิ่งขึ้น” พิรุฬห์ โรจนกมลสันต์ รองประธานฝ่ายลูกค้าสถาบันการเงิน มาสเตอร์การ์ด (ประเทศไทย) กล่าว “เนื่องจากประเทศไทยตั้งเป้าที่จะเป็น 'ศูนย์กลางฮาลาล' ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นควรมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงด้านการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม นอกจากนี้ การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกด้านของการเดินทาง รวมถึงการชำระเงินที่ปลอดภัย ชาญฉลาด และเข้าถึงได้ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับกระบวนการดังกล่าว ด้วยโซลูชันการชำระเงินขั้นสูง มาสเตอร์การ์ดพร้อมให้การสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเพื่อยกระดับประสบการณ์ในการเดินทางที่ดียิ่งขึ้นแก่นักเดินทางชาวมุสลิมในประเทศไทย”
รายงาน GMTI ประจำปี 2024 ยังระบุว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นภูมิภาคที่ได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม โดยมาเลเซียและอินโดนีเซียครองอันดับต้น ๆ ของกลุ่มประเทศมุสลิม (OIC)3 และประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่ได้รับความนิยมที่สุดในกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม (Non-OIC)
“เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นว่ากลุ่มประเทศในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถรักษาอันดับของตนไว้ได้ในรายงาน GMTI ปีนี้ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มคะแนนโดยรวมของแต่ละประเทศ ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มในการให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวมุสลิม เห็นได้จากคะแนนเฉลี่ยในดัชนีที่เพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์” นายฟาซาล บาฮาร์ดีน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ เครสเซนต์เรตติ้ง กล่าว
นอกจากนี้ ในรายงาน GMTI ยังระบุอีกว่า ตลาดการท่องเที่ยวมุสลิมมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมระหว่างประเทศถึง 168 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งสูงกว่าระดับก่อนการเกิดวิกฤตโควิด-19 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ การเติบโตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิม อันเนื่องมากจากการเติบโตของประชากรและเศรษฐกิจ การพัฒนาบริการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวฮาลาล รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีการออกแบบขึ้นเพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิมโดยเฉพาะ เช่น แอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ใช้ค้นหาร้านอาหารฮาลาล ค้นหาทิศทางละหมาดหรือกิบลัต (Qibla) และแจ้งเตือนเวลาละหมาด นอกจากนี้การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยออกแบบประสบการณ์การเดินทางให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงปฏิบัติตามหลักความเชื่อทางศาสนา
สำหรับรายงาน GMTI นับเป็นการจัดทำขึ้นเป็นปีที่เก้าแล้ว จากการวิเคราะห์ข้อมูลจากจุดหมายปลายทาง 145 จุดหมาย โดยใช้เกณฑ์ชี้วัด ACES อันได้แก่ 1. Access: การเข้าถึงหรือการเดินทางเข้าประเทศ 2. Communications: การสื่อสารหรือการเข้าถึงกลุ่มตลาดและการสื่อสารไปยังตลาดกลุ่มเป้าหมาย 3. Environment: สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว และ 4. Service: บริการหรือการให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่นักเดินทางชาวมุสลิม ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป หลักเกณฑ์ต่างๆ เหล่านี้ได้พัฒนาไปตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของนักท่องเที่ยวมุสลิม ซึ่งปีนี้เองก็ได้มีการเพิ่มเกณฑ์ใหม่เกี่ยวกับความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวคนพิการในตัวชี้วัด
ดาวน์โหลดรายงาน GMTI 2024 ได้ที่นี่: https://www.crescentrating.com/halal-muslim-travel-market-reports.html
1ประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม (Non-OIC) คือประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การความร่วมมืออิสลาม ประเทศเหล่านี้อาจมีประชากรมุสลิมจำนวนมากหรือให้บริการแก่นักท่องเที่ยวมุสลิม แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ องค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) อย่างเป็นทางการ
2แผนยุทธศาสตร์ การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวมุสลิม 5 ปี
3องค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) เป็นองค์กรระหว่างประเทศประกอบด้วย 57 ประเทศสมาชิก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุด โดย OIC มีเป้าหมายที่จะปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของโลกมุสลิมในจิตวิญญาณของการส่งเสริมสันติภาพและความสามัคคีระหว่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...