‘อัฐยายขนมยาย’ หายนะเศรษฐกิจไทย
นักการเมืองหลายคนสภากาแฟคอการเมืองหลายคนมโนไปว่า สังคมไทยกำลังย่างก้าวเข้าสู่การเมืองยุคใหม่ ที่ “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ”อดีตสส.พัทลุง นักการเมืองตัวตึงค่ายสีฟ้า พระแม่ธรณีบีบมวยผม พรรคประชาธิปัตย์ เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Postmodern” เป็นโลกยุคหลังสมัยใหม่”น่าจะคล้ายกับ “New Nomal” หลัง “วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)”
ปรากฏการณ์ที่ว่านี้ไม่มีใครทำนายได้ว่ามันจะจบลงอย่างไร คนมีความเชื่อที่เป็นอิสระ ไม่ผูกพันความคิดเก่า มันเกิดขึ้นเพราะระบอบประชาธิปไตย และ ทุนนิยม ก่อให้เกิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวยมากที่สุด คนไม่มีความหวัง จึงต้องการความเปลี่ยนแปลง โดยคิดระบบใหม่ที่ไปตายเอาดาบหน้า ที่ประดิษฐ์วาทกรรม เพื่อแยกสังคมออกเป็นสองฝ่ายอีกครั้ง หลังเคยจบในยุค คสช.มาแล้ว ที่ศาลรัฐธรรมนูญออกมากำราบ …เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2567 กรณีการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49วรรคหนึ่งหรือไม่ จากการเคลื่อนไหวนำเสนอยกเลิก/แก้ไขปอ.มาตรา 112
ขณะที่การเมืองเก่า ที่เชื่อมั่นกับระบอบทักษิณ และระบอบคอร์รัปชั่นนิยม ก็พยายามที่จะสกัดกั้นความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้น ด้วยแนวทาง “ประชานิยม” เดิมๆ เพื่อสมประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย นำเงินจากผู้เสียภาษีอากรซึ่งเป็นรายได้หลักของรัฐ ไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย “จก แจก จบ”ตามปรัชญา “ประชานิยม” แต่กลับปฏิเสธการ “ปฏิรูประบบเศรษฐกิจ”ที่สร้างคะแนนนิยมช้า
ขณะที่ “นักโทษเด็ดขาดชายคดีทุจริตคอร์รัปชั่น โกงบ้านกินเมืองฉ้อฉลเงินแผ่นดิน - ทักษิณ ชินวัตร” วางบทบาทตนเองเหนือสังคมไทยเหนือรัฐบาลเหนือรัฐสภาเหนือระบบยุติธรรมก็ยังพยายามยึดกุมอำนาจอธิปไตยแบบเบ็ดเสร็จ
ที่พูดกันว่าประชาธิปไตยดีกว่าระบบใด นั้นหลับตาพูด…คนไทยก็หลงเพ้อหลงเชื่อฝรั่ง ที่ว่าประชาธิปไตยนี้เพื่อประชาชน ของประชาชน โดยประชาชน แต่ลืมพูดไปว่าที่มีศีลธรรม …
เมื่อไม่มีศีลธรรมเป็นพื้นฐานแล้ว ระบบประชาธิปไตยนั่นแหละ จะเป็นระบบที่เลวร้ายที่สุด แห่งระบบทั้งหลาย
จาก “เมืองไทยใหญ่อุดม ดินดีสมเป็นนาสวน”ทว่าการเมืองในระบอบทักษิณ/ระบอบคอร์รัปชั่นนิยม,ประชานิยมซึ่งนับวันบ้านเมืองที่เคยรุ่งเรืองจาก“อีสเทิร์นซีบอร์ด” และ “EEC-อีอีซี” ที่สร้างความรุ่งเรืองให้ประเทศชาติ สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างประเทศนับวันจะถอยหลังลงรูจนอนาคตจะไม่มีแม้นนาสวนพืชไร่
นักการเมืองเสียชาติเกิด/นักการเมืองชังชาติผุดบานเป็นดอกเห็ด ประดิษฐ์วาทกรรม สร้างปรากฏการณ์วาดฝันก่อปฏิกิริยาแบ่งแยกสังคมไทย ทำให้คนไทยด้วยกัน “แตกความสามัคคี”
ทำประชานิยม “อัฐยายขนมยายด้วยนโยบายแจกเงินผ่านดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท”
ออกนโยบายขายชาติให้ทุนต่างด้าวเช่าแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนได้ 99 ปี ซื้อคอนโดมิเนียมได้ 75% ในวันที่คนไทยจำนวนไม่น้อยไม่มีบ้านพักอาศัยของตนเอง เกษตรกรชาวไร่ชาวนาไม่น้อยไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง
นี่คือพฤติกรรมพฤติการณ์ชั่วร้าย “เห็นแก่ตัว”ของ “นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ไม่มีศีลธรรม” และในระบอบทักษิณ/คอร์รัปชั่นนิยม
มันเป็นปัญหาลักษณะเดียวกันทั้งโลก ทางแก้อยู่ที่นักการเมือง กับ คุณภาพของประชาชน
ถึงเวลาสังคมรัฐและประชาชนคนไทยจะกำจัดซากสัตว์เดรัจฉานเหล่านี้ให้พ้นสังคมไทย,จะพร้อมใจกันลุกขึ้นมาปกป้องอำนาจอธิปไตย รักษาสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้ดำรงสถาพรคู่บ้านคู่เมืองไทยกันได้หรือยัง!?!?!