โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร็วแรง! ตร.ไล่จับคนร้ายรถชนกำแพงร้านเครปพังผ่าน 4 วันไร้คนรับผิดชอบ

แนวหน้า

เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2567 เวลา 17.00 น.

เร็วแรงทะลุกำแพง! ตำรวจ สภ.ปลายบาง จังหวัดนนทบุรี ขับรถไล่จับคนร้ายรถเกิดเสียหลักชนกำแพงร้านเครปพังผ่าน 4 วันไร้คนรับผิดชอบ

จากกรณีเพจโชเชียลฮันเตอร์โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า "เร็ว แรงส์ ทะลุกำแพง" ซึ่งเป็นเรื่องราวของเเม่ค้าขายเครปถูกตำรวจ สภ.ปลายบาง จ.นนทบุรี ขับรถชนกำแพงบ้านขณะไล่จับคนร้ายซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เจ้าของบ้านไปฟ้องเอาค่าเสียหายกับคนร้ายเอง ซึ่งหลังเกิดเหตุคนร้ายหนีไปได้และไม่รู้จะไปเรียกร้องเอาค่าเสียหายกับใคร ขณะเดียวกันลูกค้าก็หดหายไม่กล้าเข้ามาซื้อเครป เพราะเห็นซากกำแพงพัง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 07.00 น.บริเวณเชิงสะพานคลองยายส่อน ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 29 มิ.ย.67 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่เกิดเหตุเป็นร้านขายเครปญี่ปุ่นอยู่ริมคลองในพื้นที่หมู่ 2 ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พบ น.ส.นิพา อายุ 34 ปี เจ้าของร้านเครป ผู้เสียหาย ได้พาผู้สื่อข่าวเดินไปดูกำแพงปูนที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งกำแพงบ้านอยู่ห่างจากถนนหลวงซอยผดุงสวัสดิ์ (5029) ประมาณ 3 เมตรตั้งอยู่เชิงสะพาน ฝั่งขาออก มุ่งหน้าไปศาลายา โดยกำแพงแตกเสียหายทั้งแผงมีความกว้าง 3 เมตร สูง 1.5 เมตร นอกจากนี้ ยังพบกำแพงที่ติดกันมีรอยร้าว เสากำแพงแตก คาดว่าน่าจะต้องทำใหม่ถึง 2 ช่องผ่าน 4 วันสภาพกำแพงยังไม่ได้รับการซ่อมแซมแต่อย่างใด

จากการสอบถาม น.ส.นิภา กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่บนบ้านตอนแรกได้ยินเสียงรถหวอตำรวจก่อน นึกว่าเป็นรถพยาบาล สักพักได้ยินเสียงดังโครมและเสียงคนตะโกนโหวกเหวกโวยวายว่าหยุดๆ จึงเปิดหน้าต่างแล้วลงมาเห็นรถคนร้ายคาอยู่ที่กำแพงบ้าน ทำให้กำแพงบ้านพัง มีรถตำรวจจอดอยู่ข้างๆ จึงสอบถามคนขับรถจักรยานยนต์ที่เห็นเหตุการณ์ เขาบอกว่าไล่กันมา โดยขับรถย้อนศรมาจากวัดบัว เนื่องจากรถติดแล้วมาพุ่งชนรั้วบ้าน รถเขาก็เสียหลักมา ตนก็งงเพราะไม่ใช่ที่ที่จะต้องเสียหลัก เพราะเป็นทางที่รถไม่ต้องหักมาทางนี้ จึงสอบถามอีกทราบจนกระทั่งทราบว่ารถตำรวจชนท้ายรถคนร้ายทำให้รถคนร้ายเสียหลักชนกำแพงบ้านของตน จากนั้นคนร้าย 2 คนได้วิ่งเข้าหนีเข้าไปในซอย 1 คนแล้ววิ่งตรงไป 1 คน แล้วเห็นคนร้ายยิงปืนต่อสู้ 2 นัด

หลังเกิดเหตุก็ตกใจทำไมถึงเป็นแบบนี้จึงไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพัก จากนั้นได้เดินเข้าไปถามร้อยเวรว่าจะทำยังไง เขาบอกว่าต้องรอประกันของตำรวจ เพราะวันนั้นประกันรถของคนร้ายไม่ได้มา ตำรวจให้ตนไปจับคนร้าย เพราะต้องเป็นฝ่ายคนร้ายที่จะต้องมาชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งคนร้ายหนีไปแล้วตนจะต้องทำยังไง ตนเป็นชาวบ้านจะไปรู้เรื่องเหรอว่าเขาจะจับกันยังไง หรือคนร้ายหนีไปทางไหน ไม่มีน้ำใจสักนิด เอาสังกะสีเก่าๆ มาแปะให้ก่อนก็ไม่ได้ ตอนนี้กำเเพงเป็นรูน่าเกลียด อายคนผ่านไปผ่านมาเขาก็มอง แล้วที่บ้านขายเครป ลูกค้าก็ถามว่าเขาจะรับผิดชอบไหม จะให้บอกว่าอย่างไร ผ่านมา 4 วันยังไม่เห็นมีใครติดต่อมาเลย เมื่อวานก็โทรไปที่โรงพักเขาขอเบอร์ไว้สุดท้ายก็เงียบ ไม่มีใครติดต่อมา พอตอนเช้าโทรไปอีก มีคนรับสาย แต่เขาบอกไม่รู้ ต้องโทรไปหาเจ้าของคดี หลังเกิดเหตุได้แค่ใบบันทึกประจำวันมา 1 ใบเหมือนตนเอาผิดกับใครไม่ได้เลย ซึ่งบ้านก็อยู่เฉยๆ ไม่ได้ไปขวางทางใคร อยากให้เขาซ่อมให้โชคดีที่ขณะเกิดเหตุร้านยังไม่เปิด เลยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นคาดว่าค่าเสียหายประมาณ 10,000 บาท อยากให้แสดงความรับผิดชอบด้วย

นายวิชัย บัวงาม อายุ 52 ปี ลูกชายยายประไพ เปิดเผยว่า หลานสาวตนอายุ 6 ปีกำลังจะไปโรงเรียนตอนเช้ายืนอยู่ตรงโรงรถที่เขายิงกันตรงหลังบ้าน ตำรวจ 2 คนเขาจับคนร้ายแล้วเอาปืนจอที่หัว แล้วมันสบัดหลุดไป ตำรวจก็ยิงปืนขู่ เรื่องแบบนี้มันใช่ไหม การกระทำแบบนี้มันไม่ใช่ แล้วถ้าเกิดแม่ตนช็อคตายขึ้นมาจะทำยังไง ใครจะรับผิดชอบ แค่กำแพงพังแค่นี้ตำรวจยังบอกไม่รับผิดชอบเลย มันใช่เหรอ หลายรอบแล้วตำรวจสืบปลายบางหลายเที่ยวแล้ว ที่สวนยังมีรอยเท้าของคนร้ายและตำรวจอยู่เลย หลังเกิดเหตุลูกเขยตนพบกุญแจมือตกอยู่ที่สวนติดอยู่กับตาข่าย ดูเอาตำรวจเขาทิ้งกุญแจมือเลย ทิ้งไม้กระบองและนาฬิกาอีกเรือนหนึ่งไม่รู้ของใคร แล้วพูดจาแบบว่าคุณอยากแจ้งความไปเลย มันใช่หรือตำรวจพูดอย่างนี้ได้อย่างไร วันนั้นมีทั้งเด็กและแม่ตนทึ่แก่แล้วและตำรวจมีการยิงปืนข้างหลังมันใช่ไหม เขาบอกคนร้ายมีปืน ถ้าคนร้ายมีปืนทำไมคุณไม่ยิงตั้งแต่ปากซอย ตรงนั้นไม่มีคนมายิงอะไรตรงนี้ มันไม่ใช่

น.ส.ประไพ อายุ 78 ปี เจ้าของบ้านท้ายซอยที่คนร้ายและตำรวจวิ่งไล่กันเข้าไป กล่าวว่า วันเกิดเหตุที่บ้านอยู่กัน 4 คนคือ น.ส.ประไพ อายุ 78 ปี นายต้า อายุ 31 ปี เป็นหลายเขย น.ส.กานต์ อายุ 27 ปี หลานสาว และ ด.ญ.หนูดี อายุ 6 ปี เป็นลูกสาวคุณกานต์ ขณะนั้นตนนั่งถอนหญ้าอยู่หน้าบ้าน โดยหนูดี ยื่นรออยู่ท้ายรถเพื่อจะไปโรงเรียน เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 คนวิ่งไล่คนร้าย ผ่านหน้าบ้านไปด้านหลังที่เป็นสวนของญาติ มีการกอดรัดต่อสู้กันและยิงปืน 1 นัด แต่คนร้ายต่อสู้หลบหนีไปได้

น.ส.ประไพ กล่าวเพิ่มเติมว่า คนร้ายวิ่งเข้ามาในบ้าน ผ่านตนไปและหลานสาวอายุ 6 ขวบที่กำลังจะไปโรงเรียนตนจึงอุ้มหลานไปที่ท้ายรถแล้วเดินมาดูอีกครั้ง ซึ่งคนร้ายมันเรียกตนว่าแม่ ตำรวจจึงบอกว่าคนร้ายเป็นลูกตน ตนถึงบอกว่าไม่ใช่ ตนไม่รู้จัก สักพักตำรวจจับคนร้ายได้ แต่คนร้ายมันดิ้นหลุด ตำรวจยิงปืน 1 นัด ตอนยิงปืนตนก็ตกใจ หลานก็ตกใจแต่กอดตนอยู่ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย ทำไมไม่ขอโทษกันสักคำ มายิงปืนในบ้านคนอื่นแบบนี้

เบื้องต้นยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจลงมาพูดคุย แต่มีผู้ประสานงานโทรพูดคุยแล้วโดยแจ้งว่าจะรับผิดชอบให้ช่างมาทำรั้วใหม่ได้เลย แต่ทางผู้เสียหายยังไม่สามารถทำได้เนื่องจากไม่มีเงินสำรองและกลัวว่าหากไปกู้เขามาทำเกรงว่าจะเสียเงินฟรีแล้วไม่มีใครมารับผิดชอบ อาจจะเป็นหนี้เพิ่มจะรอจนกว่าจะมีคนออกมารับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายก่อน จึงจะซ่อมกำเเพงบ้านได้ และอยากให้หน่วยงานมาช่วยทำเสากั้นเพื่อกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต - 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...