KTB หุ้นแบงก์สุดสตรอง จับตาปี 67 แจกปันผลสูง 4.4%
หุ้นปันผลสัปดาห์นี้ Wealthy Thai ขอนำเสนออีกหนึ่งหุ้นธนาคารที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลดีอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังเป็นธนาคารที่มีความโดดเด่นจากคคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแรง และยังได้รับประโยชน์จากนโยบายของภาครัฐฯ ด้วย นั้นคือ KTB หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
โดยข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน KTB มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 292,099.68 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 7.56 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 24 ต.ค. 67) โดยราคาหุ้นวันที่ 24 ต.ค. 67 อยู่ที่ 20.90 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.59% จากช่วงต้นปี และมี Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 4.15%
สำหรับนโยบายจ่ายปันผล KTB มีนโยบายจ่ายปันผลที่ 40% ของกำไรสุทธิของธนาคาร ซึ่งหากสำรวจหากสำรวจข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี จะพบว่า KTB จ่ายปันผลรวมในปี 2564-2566 ในอัตรา 0.418 บาท 0.682 บาท และ 0.868 บาท ตามลำดับ
ขณะที่แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในงวดผลประกอบการปี 2567 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่าธนาคารจะจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 0.94 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ 4.4% และปี 2568 คาดจะจ่ายเงินปันผลที่ 0.99 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 4.6%
ส่วนทิศทางการเติบโตในช่วงที่เหลือของปี 2567 นักวิเคราะห์ให้มุมมองว่า ยังคงประมาณการเดิม โดยคาดแนวโน้มกำไรสุทธิในไตรมาส 4/67 จะโตเด่นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากฐานต่ำในไตรมาส 4/66 ที่มีการตั้งสำรองเพื่อรองรับผลกระทบจากลูกหนี้รายใหญ่ในกลุ่มรับเหมา
แต่คาดว่ากำไรจะปรับลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า จากการบันทึกค่าใช้จ่ายลงทุนด้านระบบเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น และเริ่มรับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) จะต่ำลง โดยผลลบดังกล่าวบางส่วนจะถูกหักล้างด้วยการตั้งสำรองที่คาดจะปรับตัวลง
หลัง KTB บริหารจัดการหนี้เสียได้ดีและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่คาดจะปรับตัวดีขึ้น หนุนให้ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณว่ากำไรสุทธิปี 2567 จะอยู่ที่ 43,791 ล้านบาท โต 19.6% จากปีก่อน และคาดยังเติบโตต่อเนื่อง 5% ในปี 2568
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นกลางต่อผลประกอบการไตรมาส 3/67 ของ KTB โดยรวมยังให้น้ำหนักที่คุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแรง และแนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมที่ปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside จากมูลค่าพื้นฐานปี 2568 ที่ 25 บาท จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”