ญาติโยมปกป้อง เล่าอีกมุม พระขับเก๋งชนสะพาน ติดซากรถเจ็บสาหัส
ญาติโยมปกป้อง เล่าอีกมุม พระขับเก๋งชนสะพาน ติดซากรถเจ็บสาหัส
จากกรณีเกิดอุบัติเหตุบนถนนสาย 212 เส้นทางระหว่าง อ.ท่าอุเทน-อ.บ้านแพง พื้นที่ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เกิดอุบัติเหตุ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีแดง สภาพเก่าชนกับราวสะพานคอนกรีตข้ามห้วยบ่งทิดทอง สภาพด้านหน้าพังยุบเสียหาย มีผู้บาดเจ็บเป็นพระภิกษุติดอยู่ที่บริเวณที่นั่งคนขับ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างช่วยนำร่างผู้บาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาล โดยระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังให้ช่วยเหลืออยู่นั้น ได้มีเพจเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอรายงานสถานการณ์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์พระรูปนี้อย่างรุนแรง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ทราบว่า พระรูปดังกล่าวเป็นพระลูกวัดในพื้นที่ ต.ไชยบุรี จึงได้ติดตามลงพื้นที่เพื่อหาข้อเท็จจริง โดยเมื่อเดินทางไปถึงวัดของพระรูปดังกล่าวพบกลุ่มชาวบ้านเกือบ 20 ชีวิต กำลังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงการนำเสนอข่าวที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย จนสังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
นายธเนศ เดชะศร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 กล่าวว่า พระที่กำลังตกเป็นข่าวชื่อ พระจอ (นามสมมติ) อายุ 55 ปี เป็นพระลูกวัดแห่งนี้ พระจอเป็นพระนักพัฒนา คอยให้ความช่วยเหลือซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ให้กับชาวบ้านและชุมชน ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา
นายธเนศ กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สืบเนื่องจากพระจอได้เดินทางออกไปดูแลแม่ที่ป่วยเป็นโรคไตและต้องได้รับการฟอกไตที่ รพ.ท่าอุเทน เพราะช่วงนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่กำลังเก็บเกี่ยวและตากข้าว อีกทั้งการดูแลแม่เป็นกิจธุระส่วนตัว พระจอจึงเกิดความเกรงใจไม่กล้าเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ จึงได้ขับรถคันดังกล่าวออกไปดูแลแม่ด้วยตนเอง ขณะที่ลูกบ้านที่เข้าไปร่วมให้การช่วยเหลือในที่เกิดเหตุก็เล่าว่า พระจอบอกว่าได้เกิดอาการวูบก่อนที่รถจะชนเข้ากับราวสะพานอย่างจัง
นางอุไรวรรณ บุญเทียม ชาวบ้านวังโพธิ์ กล่าวถึงผู้คนบนโลกออนไลน์ที่คอมเมนต์กล่าวหาพระจอว่า ขับรถซิ่งออกไปเที่ยวจนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ว่า ตนและชาวบ้านวังโพธิ์ขอยืนยันว่า ตลอด 20 ปี ที่พระรูปนี้จำวัดที่วัดแห่งนี้ พระจอไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียตามที่กล่าวหา และยังมีความกตัญญูต่อบุพการี ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับชาวบ้าน จึงอยากวิงวอนว่าอยากให้ช่วยแก้ข่าวกันด้วย
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าเยี่ยมดูอาการของพระจอ ซึ่งได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลบริเวณใบหน้า กระดูขาข้างซ้ายหักสองท่อน และมีอาการเจ็บหน้าอก ที่เกิดจากการกระแทกกับพวงมาลัยขณะเกิดเหตุ ที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพนม
พระจอ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนมีอาการเหนื่อยล้า และกำลังเดินทางกลับวัด หลังเยี่ยมดูอาการของแม่ที่ต้องเข้ารับการฟอกไตที่รพ.อุเทน จากนั้นตนได้เกิดวูบหมดสติไปชั่วขณะ กระทั่งรถเสียหลักชนเข้ากับราวสะพาน ซึ่งขณะนั้นขับรถมาด้วยความเร็ว 60-70 กม.ต่อชั่วโมง ไม่ได้ขับซิ่งแหกโค้งตามที่ตกเป็นข่าวแต่อย่างใด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ญาติโยมปกป้อง เล่าอีกมุม พระขับเก๋งชนสะพาน ติดซากรถเจ็บสาหัส
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th