โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เมื่อข้าราชการ ≠ ความมั่นคง ชีวิตจึงต้องมีแผนสำรองอยู่เสมอ

มนุษย์ต่างวัย

อัพเดต 13 พ.ย. 2567 เวลา 22.43 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2567 เวลา 15.00 น. • มนุษย์ต่างวัย

หลายคนอาจจะคิดว่าอาชีพข้าราชการนั้นมีความมั่นคงอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลอะไรในชีวิตมาก เพราะมีสวัสดิการต่าง ๆ จากภาครัฐคอยสนับสนุนแบบครอบคลุมทั้งตัวเองและสมาชิกในครอบครัวอยู่แล้ว พอเกษียณอายุราชการไปก็ยังได้รับเงินบำนาญทุกเดือนไปตลอดชีวิต

แต่นั่นกลับไม่ใช่มุมมองของสัตวเเพทย์ ผู้ทำงานด้านความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศอย่าง ‘พี่ณา’ พจณา สากระแสร์ วัย 50 ปี ผู้ที่มองเห็นสถานการณ์ต่าง ๆ ของโลกซึ่งมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และคิดว่าแม้จะมีความเสี่ยงเพียงแค่ 1% หรือ 0.1% ก็นับเป็นความเสี่ยง

เธอจึงคิดอยู่เสมอว่า ถ้าตัวเองไม่ได้รับราชการแต่เป็นเพียงคนคนหนึ่งที่จะไม่ได้รับสวัสดิการสนับสนุนหรือเงินบำนาญจากภาครัฐในวัยเกษียณ เธอจะวางแผนการเงินของตัวเองอย่างไรให้เพียงพอที่จะมีชีวิตเกษียณที่สบาย และใช้จ่ายได้อย่างเพียงพอไปตลอดชีวิต

สร้างนิสัยทางการเงินที่ดีมาตั้งแต่เด็ก

“พี่เริ่มเก็บเงินตั้งแต่เด็ก ๆ พออายุ 7 ขวบ เริ่มเขียนชื่อเป็น แม่ก็พาไปเปิดบัญชีเงินฝากที่ธนาคารใกล้บ้านแล้ว สมัยนั้นธนาคารยังเปิดทำการครึ่งวันช่วงเช้าวันเสาร์ พี่ก็จะเก็บเงินค่าขนมที่แม่ให้ไปโรงเรียนทุก ๆ สัปดาห์ไว้เพื่อนำไปฝากธนาคาร ได้ 5 บาท 10 บาทก็เอาไปฝาก จนสามารถมีเงินหลักหมื่นได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี เรื่องนี้จึงเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นให้พี่คิดเรื่องการวางแผนการเงินและการออมมาตั้งแต่ตอนนั้น และกลายเป็นนิสัยที่ติดตัวมาจนถึงทุกวันนี้

“หลังจากทำงานได้ประมาณ 5 ปี พี่เริ่มวางแผนการเงินและการลงทุน เพราะตอนนั้นเริ่มศึกษาเรื่องเงินเฟ้อ ประกอบกับการทำงานด้านการต่างประเทศ ติดตามข่าวสารต่าง ๆ จากทั่วโลก เห็นแนวโน้มทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่น่าเป็นห่วง อย่างเช่น ปัญหาการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่อาจจะทำให้เกิดนโยบายยกเลิกบำนาญ หรือขยายเวลาการเกษียณ เพื่อลดค่าใช้จ่ายภาครัฐก็ได้ ก็เลยคิดว่าเราต้องไม่ประมาท และต้องมีแผนการเงินและการลงทุนที่เราบริหารจัดการด้วยตัวเองนอกเหนือจากสวัสดิการที่ได้จากภาครัฐด้วย”

จากการออมสู่การลงทุน

“พี่เก็บออมในกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) 12% ส่วนที่เหลือก็เก็บไว้กับตัวเพื่อเป็นเงินใช้จ่ายหมุนเวียนในยามฉุกเฉิน ช่วงแรก ๆ ยังไม่ได้แบ่งเงินมาลงทุนเยอะ แต่พอเงินเดือนสูงขึ้นก็เพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน กบข. เป็น 27% ตามอัตราส่วนสูงสุดที่เขาให้สมทบ

“ส่วนเงินเดือนอีก 10% พี่จะแบ่งไปออมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ของกรมปศุสัตว์ในรูปแบบของทุนเรือนหุ้น ซึ่งกำหนดเพดานเงินฝากไว้ไม่ให้เกิน 2 ล้านบาท ส่วนอีก 10-25% เป็นการออมตามอัธยาศัย เช่น พี่ซื้อกองทุนรวม SSF เก็บไว้เพื่อลดหย่อนภาษี ซื้อหุ้นโดยเลือกซื้อจากธุรกิจที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เราขึ้นรถไฟฟ้า เราก็ซื้อหุ้น BTS หรือเราใช้โรงพยาบาลก็ซื้อหุ้นโรงพยาบาล แต่จะไม่ลงทุนในส่วนนี้เยอะมาก เพราะเรามั่นใจในกองทุนรวมมากกว่า เพราะมีผู้จัดการกองทุนคอยดูแลอยู่ เราก็ให้เขาบริหารเงินของเราให้ ไม่ต้องทำเอง

“นอกจากนี้ ก็มีแบ่งไปออมทอง ซื้อสลากออมสิน และซื้อประกันออมทรัพย์เก็บไว้บ้าง รวม ๆ แล้วเป็นการแบ่งเงินเก็บออมและลงทุนประมาณ 50-60% ของรายได้ที่มีอยู่”

ก้าวแรกของการลงทุนที่ดีคือการลงทุนในความรู้

“การลงทุนที่ดีควรจะเริ่มจากการหาข้อมูลก่อน อย่าเพิ่งลงทุนในสิ่งที่เราไม่รู้ ถ้าชอบเรื่องอสังหาริมทรัพย์ก็ศึกษาเรื่องบ้านเช่า คอนโดให้เช่า เลือกในสิ่งที่เราสนใจ อย่างพี่ชอบเรื่องการลงทุน พี่ก็จะอ่านหนังสือเรื่องการวางแผนการเงิน กองทุนรวม และหุ้นบ้างนิดหน่อย ศึกษาด้วยตัวเองจนมั่นใจก่อนแล้วค่อยเริ่มลงทุน

“แหล่งความรู้ส่วนใหญ่ของพี่มาจากหนังสือและเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ smarttoinvest.com ของสำนักงาน ก.ล.ต. เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเว็บไซต์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ของธนาคารต่าง ๆ ที่เราเป็นลูกค้าอยู่ รวมทั้งติดตามเพจต่าง ๆ ที่ให้ความรู้ด้านการเงินและการลงทุน เดี๋ยวนี้ความรู้หาง่ายมาก มีแหล่งความรู้มากมายให้เลือก ทั้งยูทูบ หลักสูตรออนไลน์ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องมือที่ดี สามารถเลือกติดตามได้ตามความชอบของตัวเอง

“บางครั้งมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเงินและการลงทุน ถ้าว่าง พี่ก็จะไปเข้าร่วม เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนในหลาย ๆ สาขาอาชีพที่มีเป้าหมายและความสนใจในแบบเดียวกัน การไปทำกิจกรรมมันได้ความรู้ ได้เพื่อน ได้เจอคนที่มีความสนใจเหมือนกัน ทำให้เรามีกำลังใจว่ายังมีคนที่มีความชอบหรืออุดมการณ์แบบเดียวกับเราอยู่”

คิดเผื่อตัวเราในอนาคตเสมอ

ถึงแม้จะต้องแบ่งสัดส่วนการออมและการลงทุนถึง 50% แต่พี่ณาก็บอกว่าไม่เครียด เพราะรู้ดีว่าจุดมุ่งหมายของตัวเองคืออะไร และทำไมถึงต้องทำมันให้สำเร็จ

“ตอนนี้เราอดทนได้แต่ตัวเราในวัยหลังเกษียณต้องอยู่อย่างสบาย เรียกง่าย ๆ ว่าอดทนรวย เรามองตัวเองเหมือนเป็นคน 2 คน คือ ตัวเราในปัจจุบันกับตัวเราในอนาคตที่ไม่ได้ทำงานแล้ว เราต้องคิดว่าเขาจะไม่มีคนให้เงินแล้ว เราต้องเก็บเงินไว้ให้เขาด้วย อย่าใช้หมด ใช้สบายตั้งแต่ตอนนี้ เพราะถ้าถึงเวลาตัวเราคนนั้นจะลำบาก

“พี่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับการออมในรูปแบบบังคับมากกว่าสมัครใจ เพราะคิดว่าถ้าเราปล่อยตามสบาย รอให้มีเงินเหลือแล้วค่อยเก็บออมหรือลงทุนคิดว่าก็คงจะไม่ได้เริ่มสักที อยากให้ทุกคนจำไว้เสมอว่าการเงินไม่ใช่เรื่องไกลตัว เราอาจจะเจอจุดหักเหหรือจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ทำให้ต้องมาสนใจการวางแผนการเงิน เช่น ภาระหนี้สิน หรือค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยที่ไม่คาดฝัน

“พี่เคยดูรายการของสาวโรงงานในยูทูบ เขาจะซื้อวัตถุดิบปรุงอาหารและขนมต่าง ๆ จากซูเปอร์มาร์เก็ตเดือนละครั้ง และซื้อครั้งละมาก ๆ เพื่อมาทยอยใช้ทำกับข้าวไปกินที่ทำงาน ซึ่งช่วยประหยัดรายจ่ายยิบย่อยได้เยอะ พี่ก็ลองทำตามบ้าง แต่ไม่ได้ซีเรียส บางครั้งก็ยังไปสังสรรค์กับคนอื่นตามปกติ”

ทุกความสำเร็จเริ่มต้นจากเป้าหมายที่ดี

“พี่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากมีอิสรภาพทางการเงิน สามารถใช้จ่ายได้ตามใจ โดยไม่ขัดสน คิดว่าอยากจะเก็บเงินให้ได้ 10 ล้านก่อนเกษียณ ซึ่งตอนนี้ก็สามารถทำได้เกิน 50% แล้ว โดยใช้หลักการง่าย ๆ อย่าง SMART ซึ่งประกอบด้วย

  • Specific - ชัดเจน นั่นก็คือต้องมีเงินพอใช้จ่ายจนวันสุดท้ายของชีวิต
  • Measurable - วัดผลได้ วัดออกมาเป็นตัวเลขที่แน่นอนว่าเราจะต้องใช้เงินจำนวนเท่าไร เช่น

ถ้ามี 20 ล้านบาทคือ ใช้จ่ายได้อย่างสบาย

10 ล้านบาทคือ ใช้จ่ายอย่างพอดี และ

6 ล้านบาทคือ ใช้จ่ายแบบประมาณตน

  • Achievable - ทำสำเร็จได้ด้วยต้นทุนที่มีอยู่บวกกับระยะเวลาที่นานพอและความสม่ำเสมอ
  • Realistic - สามารถบรรลุผลหรือเป็นจริงได้ภายใต้ข้อจำกัดในปัจจุบันและในอนาคต
  • Time-bound - มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน

“สำหรับพี่เส้นชัยในการวางแผนทางการเงินตลอดระยะเวลาการทำงาน 35 ปี คือวันเกษียณ แต่ ณ วันเกษียณมันจะเป็นจุดเริ่มต้นการใช้เงินที่เราวางแผนมากับเวลาที่เหลืออยู่ของชีวิต เราจึงต้องออกแบบการใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับรายได้ที่ลดลงด้วย”

การลงทุนไม่ใช่เรื่องน่ากลัวที่เรากลัวเพราะเรารู้ไม่มากพอ

“การลงทุนมันสนุกดีนะ เป็นเหมือนโลกอีกใบ วันข้างหน้าถ้าเกษียณแล้ว เราอาจจะนำเงินสักก้อนมาลองวางแผนลงทุนแบบจริงจัง และทุ่มเวลากับมันมากขึ้น เราเองก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมาย เป็นมือสมัครเล่นมาก ๆ อาจจะมีความรู้แค่ 10% เมื่อเทียบกับคนที่ทำงานทางด้านการเงินและการลงทุนที่เขาเก่ง ๆ แต่ถ้าเรามีความรู้แล้วเราไม่ใช้มันเลย มันก็จะค่อย ๆ ลืมไป

“เราก็เลยพยายามศึกษา ลองเอาเงินไปชาเลนจ์ดูว่ามันจะเป็นอย่างไร อะไรที่เราลองแล้วไม่เหมาะกับเรา เช่น พวก Robo Advisor (การนำเอาเทคโนโลยี AI มาผสมผสานกับแนวคิดของผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเพื่อช่วยในการวางแผนการลงทุน) เราก็ถอนออก แล้วเปลี่ยนรูปแบบ เราอาจจะเหมาะกับการลงทุนเอง ไปแบบช้า ๆ แต่ชัวร์มากกว่า

“หรืออย่างในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทำให้ราคาหลักทรัพย์ปรับตัวลดลงมาก หลายคนอาจจะตื่นตระหนก แต่สำหรับพี่คิดแต่จะลงทุนในสิ่งที่เหมาะสมกับสภาวะนั้น ๆ พี่ก็เลยไม่ตกใจ เพราะมองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนเพิ่ม เพราะเราถือคติว่า ‘คิดการณ์ใหญ่ ใจต้องนิ่ง’ ก็เลยผ่านทุกวิกฤตไปด้วยดี

“ของแบบนี้มันต้องลองด้วยตัวเอง ให้มาทำแทนกันไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของทักษะและประสบการณ์เหมือนกับการขับรถ ต่อให้เราบอกให้เขาลงทุน แต่ถ้าวันนี้เขายังกลัวอยู่ เขาก็จะไม่ทำ”

การวางแผนการเงินและการลงทุนเป็นเรื่องที่ต้องทำไปตลอดชีวิต

“อยากให้ทุกคนคิดถึงอนาคตในวันที่เราไม่มีรายได้จากการทำงานและวางแผนการเงินตั้งแต่อายุน้อย ๆ แต่สำหรับคนที่ใกล้เกษียณก็ไม่ต้องเครียด เพราะเริ่มวันนี้ก็ยังดีกว่าไม่เริ่ม ถึงแม้ว่าเราจะเริ่มช้า แต่ถ้าเรามีเครื่องมือที่ดีเราก็สามารถตามทันคนอื่นได้ เราอาจจะต้องลงทุนเยอะ หรือใช้เงินตั้งต้นมากหน่อย แต่ว่ามันไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้น

“ทัศนคติเรื่องการลงทุนและการเก็บออมเป็นสิ่งที่ต้องมีไปตลอด อย่างประเทศเเถบยุโรป เช่น สวิสเซอร์แลนด์ หรือเยอรมันที่เขามีอัตราการออมกันสูงมาก เราก็รู้สึกว่าเราอยากทำให้ได้แบบนั้น เราต้องเก็บทรัพย์สินของเราไว้ในที่ที่ปลอดภัย ในวันที่อายุมากขึ้น เราอาจจะปรับพอร์ตได้ แต่ไม่ใช่ล้างพอร์ตหรือเลิกทำไปเลย ต้องศึกษาหาความรู้อยู่ตลอด

“ทุกวันนี้มีเครื่องมือใหม่ ๆ มากมายให้ลองใช้ เราก็ลองไปเรื่อย ๆ อย่าหยุดสนใจเรื่องพวกนี้ เพราะมันเป็นเงินที่เราหามา เราต้องพยายามต่อยอดมัน เงินก้อนสุดท้ายก็เหมือนเงินทุกก้อนที่เราใช้ในชีวิตที่จะต้องมีการวางแผนการใช้จ่าย และเรียงลำดับความสำคัญทุกครั้งว่าสิ่งไหนจำเป็น (need) สิ่งไหนเป็นแค่ความต้องการ (want)”

ปลายทางคือชีวิตวัยเกษียณที่อยู่ได้อย่างมีความสุข

“พี่โชคดีที่หลาย ๆ อย่างในชีวิตค่อนข้างลงตัวและราบรื่น ไม่ได้เจออุปสรรค หรือวิกฤติอะไร เมื่อก่อนเราทำมาเยอะ เหมือนเราปลูกแอปเปิลไว้ ตอนนี้ก็จะเป็นเวลาที่มันจะออกดอกผลให้เราได้เก็บเกี่ยวแล้ว

“ทุกวันนี้เงินที่เราเก็บสะสมมามันเติบโตขึ้นจนเรารู้สึกว่าเราไม่ต้องเคร่งครัดกับมันเหมือนช่วงแรก ๆ แล้ว เพราะเราตั้งเป้าไว้ว่าจะเก็บเงินให้ได้ 10 ล้านก่อนเกษียณ ซึ่งตอนนี้มันได้ประมาณ 6 ล้าน ทำให้เวลาอีก 10 ปีที่เหลือก่อนที่จะเกษียณ เราสามารถที่จะปรับแผนการออมและการลงทุนให้ทำได้สบายขึ้น และอาจจะนำเงินออกมาใช้จ่ายเพื่อความเพลิดเพลินบ้าง แต่จะยังคงรักษาทัศนคติและวินัยในการออมให้สม่ำเสมอเหมือนเดิม

“ก่อนถึงวันเกษียณพี่ก็คงเตรียมปรับแผนของตัวเอง ค่อย ๆ ปลดภาระที่จะต้องมานั่งดูแลให้เหลือน้อยที่สุด และค่อย ๆ เตรียมตัวสู่วัยเกษียณอย่างแท้จริง คิดว่าพอถึงตอนนั้นเราก็คงจะใช้เวลาทำอะไรที่อยากทำแต่ยังไม่ค่อยได้ทำ หรือทำสิ่งที่ชอบ ไปทำบุญ ปลูกต้นไม้ ท่องเที่ยว พักผ่อน ทำสวนกุหลาบ สตูดิโอโยคะ ร้านตัดเสื้อ แล้วก็เปิดคลินิกรักษาสัตว์ไว้แก้เหงา พอให้เรายังได้คุยกับคนนั้นคนนี้ และได้เข้าสังคมพูดคุยกับคนที่รักสัตว์เหมือนกันอยู่บ้าง”

เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน การวางแผนทางการเงินจึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันที่ดีสำหรับชีวิตในวันข้างหน้าโดยเฉพาะในวันที่เราอาจจะไม่ได้มีรายได้จากการทำงานแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะช่วยต่อยอดความมั่นคงทางการเงินได้ ก็คือ‘การลงทุน’ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเรียนรู้และลงมือทำได้ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม เหมือนอย่างที่พี่ณาได้เลือกให้มันเป็นอีกหนึ่งแผนสำรองของชีวิตที่จะช่วยเป็นรากฐานที่มั่นคงได้ในวันที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า เพราะอย่างน้อย ๆ การมีทางออกหลาย ๆ ทางให้กับชีวิตก็เป็นเรื่องที่ดีกว่าเสมอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...