”อ.เจษฎ์“ มองสถานบันเทิงครบวงจร ทำสังคมฟอนเฟะเป็นการสิ้นคิด
”อ.เจษฎ์“ มองสถานบันเทิงครบวงจร ทำสังคมฟอนเฟะเป็นการสิ้นคิด เชื่อลดบ่อนบนดินใต้ดินไม่ได้จริง
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก ประธานหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย เปิดเผยถึงพรบ.สถานบันเทิงครบวงจรที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการเมื่องวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา ว่า ผลดีมีบ้างแต่ไม่คุ้มเสียการที่จะไปบอกว่าเป็นส่วนจากการพนันนั้นแค่ร้อยละ 10 นั้นสามารถ นำไปใช้อย่างอื่นได้เช่นโรงแรมสวนสาธารณะพิพิธภัณฑ์ ดังนั้นเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์มุ่งไปที่การพนันซึ่งเป็นตัวสำคัญในการสร้างเงินคนที่มุ่งไปที่เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์คือไปเพียงการพนันอาจจะเก็บภาษีได้แต่ได้น้อย ไม่สามารถนำไปเป็นกอบเป็นกำได้แต่มีข้อเสียมากมายมหาศาลเพราะประเทศไทยไม่สิ้นคิดถึงต้องไปทำการพนันรูปแบบนั้นยกตัวอย่างเมืองลาสเวกัสในประเทศสหรัฐอเมริกาเพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นทะเลทรายไม่สามารถทำอย่างอื่นได้จึงต้องสร้างบ่อนคาสิโนขึ้นมา มองว่าเยาวชนจะมีวิธีเข้าการเข้าร้านเหล้าที่มีการปลอมบัตรประชาชน
ส่วนเรื่องที่บอกว่าจะทำให้สิ่งผิดกฎหมายขึ้นมาบนดินนั้น จะทำให้ที่อยู่ใต้ดินหายไปนั้นไม่จริงเพราะคนที่เคยทำบ่อนใต้ดินก็ทำแบบเดิม ดีไม่ดีคนที่ทำบนดินกับใต้ดินก็คือคนละกลุ่ม รวมถึงพนันออนไลน์ที่บอกว่าจะหายไปนั้นก็ไม่สามารถทำให้หายไปได้เพราะเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์เป็นรูปแบบกายภาพแต่ออนไลน์เป็นรูปแบบเสมือนจริงคนละส่วนกัน
“บ้านเมืองจะฟอนเฟะคนจะหมกมุ่นอยู่กับการพนันและจะทำให้คนขายเนื้อขายตัวเพิ่มขึ้น สิ่งผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นยาเสพติดจะมีมากขึ้นมาเฟียอาวุธและเรื่องไม่ดีจะต่อตามมาทั้งหมดเพราะความเลวร้ายของการพนัน” อ.เจษฎ์ กล่าว
อ.เจษฎ์ ยังกล่าวอีกว่า การกระทำแบบนี้สิ้นคิด สิ่งไม่ดีทำได้บ้างพอสมควรเพื่อสนองตันหาบุคคล ต้องทำแต่พอประมาณไม่ควรส่งเสริมให้เป็นแบบเต็มที่ อาจจะมีบ้างแต่โทษจะมีได้ไม่คุ้มเสีย ตนยังมุ่งหวังว่าเมื่อกฎหมายเข้าสภาความรับผิดชอบของบรรดาพรรคร่วมรวมทั้งพรรคภูมิใจไทยที่หัวหน้าพรรคเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพราะพรรคภูมิใจไทยทำเรื่องกัญชาไปและยังแก้ไขไม่ได้ทั้งมอมเมาเยาวชนทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนถ้าไม่ระงับยับยั้งเรื่องการพนันแบบขนานใหญ่แบบนี้บ้านเมืองจะแย่แต่ว่าไม่มีความรับผิดชอบ รวมถึงพรรคประชาชนที่ไม่ได้ไปร่วมมือกับรัฐบาลโดยตรงแต่ถ้าไม่คัดค้านก็เสมือนเป็นการร่วมมือในขบวนการทำลายชาติบ้านเมือง มองว่าเรื่องนี้นายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี ก็เห็นด้วยเพราะเป็นทางทำมาหากิน