วันพืชมงคล 69 เปิดประวัติความเป็นมา พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ที่หลายคนยังไม่รู้
ในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 จะมีการจัดงาน "พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ" ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่สืบเนื่องมาแต่โบราณ มีความงดงาม และมีความหมายอย่างยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
ประวัติพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน ได้แก่ พระราชพิธีพืชมงคล ซึ่งเป็นพิธีสงฆ์ ประกอบในวันแรก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ ประกอบในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีสนามหลวง
พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญมีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย โดยในยุคนั้นพระมหากษัตริย์จะเสด็จเป็นองค์ประธานเท่านั้น มิได้ลงมือไถนาด้วยพระองค์เอง ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์จะทรงจำศีลเงียบ 3 วัน และมอบอาญาสิทธิ์ให้เจ้าพระยาจันทกุมารเป็นผู้แทนพระองค์ ซึ่งธรรมเนียมนี้ใช้สืบมาจนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระราชพิธีนี้ได้มีการประกอบมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 โดยผู้ทำการแรกนาเปลี่ยนเป็นเจ้าพระยาพลเทพ จนกระทั่งรัชกาลที่ 4 ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่างๆ ทุกพิธี ดังนั้น พระราชพิธีพืชมงคล จึงได้เริ่มมีขึ้นและจัดรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเรียกขานรวมกันว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ความมุ่งหมายของพระราชพิธี
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชาธิบายไว้ในพระราชนิพนธ์เรื่อง พระราชพิธีสิบสองเดือน ว่าความมุ่งหมายของพิธีแรกนาคือการทำให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎร เพื่อชักนำให้มีความมั่นใจในการทำนา ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบ้านเมืองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำนา เป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของประเทศในทุกยุคสมัย
สำหรับพิธีกรรมนั้น พิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์ที่กระทำ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีความมุ่งหมายเพื่ออาศัยคำอธิษฐานและความสัตย์เป็นที่ตั้ง ทำการอันเป็นสวัสดิมงคลตามหลักพระพุทธศาสนา ส่วนพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ อันเป็นพิธีพราหมณ์ มีความมุ่งหมายเพื่อบูชาเซ่นสรวงตามหลักไสยศาสตร์
"วันพืชมงคล" ทำไมแต่ละปีไม่ตรงกัน
พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกร กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมแก่การเริ่มต้นการทำนา อันเป็นอาชีพหลักของคนไทย แต่ไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนไว้เหมือนพระราชพิธีอื่น โดยจะจัดขึ้นในวันที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมตามประเพณีในเดือนพฤษภาคม
พระราชพิธีพืชมงคลยังเป็นพิธีทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหาร ที่พระมหากษัตริย์ทรงอธิษฐานเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารแห่งราชอาณาจักรไทย โดยข้าวนั้นถือเป็นอาหารหลักของประชาชน ในภาษาบาลีเรียกว่า ปุพพัณณะ หรือ บุพพัณณชาติ ส่วนพืชอื่นๆ ที่เป็นอาหารเรียกว่า อปรัณณ หรือ อปรัณชาติ เช่น ถั่ว งา เป็นต้น และเมื่อเรียกควบทั้งสองอย่างจะเรียกว่า บุพพัณณปรัณณชาติ หมายถึงพืชที่เป็นอาหารทุกชนิด
ในพระราชพิธีพืชมงคล จะมีการนำบุพพัณณปรัณณชาติ ซึ่งประกอบด้วยข้าวเปลือกทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว รวมถึงเมล็ดพืชต่างๆ รวม 40 ชนิด บรรจุถุงผ้าขาว และเผือกมันต่างๆ ที่สามารถงอกได้ มาเข้าพิธี นอกจากนี้ ยังมีข้าวเปลือกพันธุ์ดีที่โปรดเกล้าฯ ให้ปลูกในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา บรรจุกระเช้าทองและเงิน เพื่อใช้หว่านในพิธีแรกนาส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือจะบรรจุซองส่งแจกจ่ายแก่ชาวนาและประชาชนในจังหวัดต่างๆ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและเป็นสิริมงคลแก่พืชผลที่จะเพาะปลูกในปีนั้นๆ
อนึ่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคลเป็น "วันเกษตรกร" ประจำปีอีกด้วย เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศชาติ จึงได้มีการจัดงานวันเกษตรกรควบคู่ไปกับพระราชพิธีพืชมงคลมาโดยตลอด
ขอบคุณข้อมูล: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
อ่านข่าวเพิ่มเติม