โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บลจ.” จับมือ “ประกัน-ต่างชาติ” เคาะซื้อตราสารหนี้ไทย 7.4 พันล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 10.49 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 10.49 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) รายงานสรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวัน มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 46,772 ล้านบาท โดยประเภทของนักลงทุนที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มียอดซื้อสุทธิที่ 5,662 ล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มบริษัทประกัน มียอดซื้อสุทธิ 1,222 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิอยู่ที่ 599 ล้านบาท ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield) อายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 1.62% ปรับตัวลดลง 0.01% จากวันก่อนหน้า

สำหรับภาพรวมของตลาดในวันนี้ เส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve) ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 0.01-0.02% ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐอเมริกา ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.0 ในเดือนเมษายน จากระดับ 50.3 ในเดือนมีนาคม โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับตัวดีขึ้น

ด้านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นของยูโรโซน หดตัวลงสู่ระดับ 48.6 ในเดือนเมษายน จากระดับ 50.7 ในเดือนมีนาคม ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 50.1 นอกจากนี้ รายงานตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้น 6,000 ราย สู่ระดับ 207,000 ราย ซึ่งรายงานระบุว่าสูงกว่าตัวเลขการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 210,000 ราย

ส่วนกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในวันนี้ มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ (NET INFLOW) จำนวน 599 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากยอดซื้อสุทธิ (NET BUY) 599 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) ส่งผลให้ยอดการถือครองตราสารหนี้ (Holding) ของนักลงทุนต่างชาติ ณ สิ้นสัปดาห์นี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4,110 ล้านบาท มาอยู่ที่ 951,485 ล้านบาท จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 947,375 ล้านบาท

ทั้งนี้ นักลงทุนในตลาดต่างเฝ้าติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสำคัญหลายแห่งในสัปดาห์หน้า ได้แก่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE), ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (FED) รวมถึงการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...