เมตา ปลดพนักงานครั้งใหญ่ 8,000 ตำแหน่ง หันทุ่มงบพัฒนาเอไอแทนแรงงานมนุษย์
24 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมตา (Meta)บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook ,Instagram ,WhatsApp แจ้งพนักงานผ่านบันทึกภายในว่า มีแผนจะเลิกจ้างพนักงานประมาณ 10% ของบุคลากรทั้งหมด คิดเป็นจำนวนราว 8,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังตัดสินใจยกเลิกการบรรจุพนักงานในตำแหน่งว่างอีกหลายพันตำแหน่งที่เคยเปิดรับสมัครก่อนหน้านี้
สาเหตุสำคัญของการเลิกจ้างครั้งนี้เกิดจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการใช้จ่ายของบริษัท โดยในปี 2026 เมตาวางแผนทุ่มงบประมาณด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) สูงถึง 1.35 แสนล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4.39 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกือบเท่ากับงบประมาณด้านเอไอ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมารวมกัน
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของเมตา เคยส่งสัญญาณเรื่องการปรับลดพนักงานมาตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยเขาระบุว่าพนักงานที่ใช้เครื่องมือเอไอ ช่วยในการทำงานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จนพนักงานเพียงคนเดียวสามารถทำโปรเจกต์ที่เคยต้องใช้ทีมขนาดใหญ่ให้สำเร็จล่วงพ้นไปได้
ซักเคอร์เบิร์ก ยังเน้นย้ำถึงทิศทางใหม่ของบริษัทว่า "ผมเชื่อว่าปี 2026 จะเป็นปีที่ AI เข้ามาเปลี่ยนวิถีการทำงานของเราอย่างสิ้นเชิง"
ซึ่งนอกจากการปลดพนักงานแล้ว ในสัปดาห์นี้ เมตายังแจ้งพนักงานว่าจะเริ่มมีการติดตามและบันทึกข้อมูลการใช้งานคอมพิวเตอร์ในที่ทำงานอีกด้วย
การลดพนักงาน 8,000 ตำแหน่งในครั้งนี้ถือเป็นการเลิกจ้างครั้งใหญ่ที่สุดของเมตานับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา
บริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ อีกหลายแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลในการสร้างเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีเอไอ ก็ได้ดำเนินการลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่ในปีนี้เช่นกัน
Amazon เลิกจ้างพนักงานมากกว่า 30,000 คน Oracle เลิกจ้างมากกว่า 10,000 คน Block ปรับลดพนักงานเกือบครึ่งบริษัท หรือราว 4,000 คน ส่วน Microsoft ล่าสุดได้เสนอโครงการลาออกโดยสมัครใจให้กับพนักงานหลายพันตำแหน่งที่ทำงานกับบริษัทมาเป็นเวลานาน
บริษัทเกือบทั้งหมด ระบุว่า ความสามารถที่เพิ่มขึ้น หรือการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในเทคโนโลยีเอไอ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้บริหารมองว่าจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานลง