“ดาวโจนส์” ปิดลบ 85 จุด ฟาก S&P500–Nasdaq บวก หลังทรัมป์ระงับโจมตี “อิหร่าน” 2 สัปดาห์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันอังคาร (7 เม.ย.69) ดัชนีหลักเคลื่อนไหวผันผวนก่อนฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดของวันในช่วงท้ายการซื้อขาย หลังมีสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จากข้อเสนอเลื่อนเส้นตายมาตรการกดดันอิหร่านออกไป 2 สัปดาห์
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 46,584.46 จุด ลดลง 85.42 จุด หรือ -0.18% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 6,616.85 จุด เพิ่มขึ้น 5.02 จุด หรือ +0.07% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 22,017.85 จุด เพิ่มขึ้น 21.51 จุด หรือ +0.09%
ตลอดวัน นักลงทุนเผชิญแรงกดดันจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขู่ดำเนินมาตรการทางทหาร หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซตามกรอบเวลาที่กำหนด ส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงในช่วงแรก ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากความกังวลด้านอุปทาน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายตลาด บรรยากาศการลงทุนดีขึ้น หลังนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน เสนอให้สหรัฐฯ เลื่อนเส้นตายมาตรการดังกล่าวออกไป 2 สัปดาห์ พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่ดี ส่งผลให้นักลงทุนคลายกังวลและเข้าซื้อหุ้นกลับบางส่วน
ด้านราคาน้ำมันเคลื่อนไหวผันผวนก่อนปิดใกล้ทรงตัว โดยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ปิดที่ 112.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.54 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปิดที่ 109.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 0.15 ดอลลาร์
หุ้นเด่นเมื่อคืนนี้Broadcom ปรับตัวขึ้นกว่า 6% หลังประกาศขยายความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์กับ Google และ Anthropic ขณะที่ Apple ร่วงกว่า 2% จากรายงานปัญหาทางวิศวกรรมของโครงการ iPhone แบบพับได้ ส่วน Arm Holdings ลดลงกว่า 3% หลังถูกปรับลดคำแนะนำลงทุน และ Universal Music Group พุ่งเกือบ 9% จากข่าวข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่าสูง
ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดยังคงผันผวนตามปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางตลาดหุ้นและราคาพลังงานในระยะถัดไป