โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เอกนัฏ” จ่อถก กบง. คุมค่าการกลั่น 7 เม.ย. เล็งเพดาน 3 บาท เร่งให้ทันสงกรานต์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 05.33 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 04.27 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 เม.ย.69) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ว่า ภายหลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ และปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีเต็มตัวแล้ว ในวันที่ 7 เมษายน 2569 จะเรียกประชุม คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมีอำนาจกำหนดราคาน้ำมัน ทั้งราคาหน้าโรงกลั่นและราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ โดยจะพิจารณาโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นเป็นลำดับแรก

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ ซึ่งมีความผันผวนสูง โดยยกตัวอย่างว่า ราคาปิดระหว่างวันปรับลดลงประมาณ 50 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะกลับมาปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 7 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงเย็น สะท้อนว่าตลาดมีความผันผวนผิดปกติ ดังนั้นการอ้างอิง 100% อาจต้องนำมาทบทวน

นายเอกนัฏ ชี้แจงว่า โครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นประกอบด้วยต้นทุนน้ำมันดิบที่ประเทศไทยใช้อ้างอิงราคาดูไบ และส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับน้ำมันดิบ หรือค่าการกลั่น (Gross Refining Margin: GRM) ซึ่งพบว่า ปรับตัวสูงผิดปกติ โดยในภาวะปกติอยู่ที่ประมาณ 2–3 บาทต่อลิตร โรงกลั่นยังสามารถทำกำไรได้ แต่ในช่วงเดือนมีนาคม ค่าเฉลี่ยปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 7 บาทต่อลิตร และช่วงต้นเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นเกือบ 14 บาทต่อลิตร

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มจากความไม่ปกติของตลาด วันนี้เป็นตลาดที่ผันผวน ไม่ใช่ภาวะปกติ แต่เราไปอ้างอิงดัชนีเหล่านี้มาเป็นตัวกำหนดค่าการกลั่น และสุดท้ายสะท้อนเป็นราคาหน้าโรงกลั่น ก่อนจะบวกภาษีและต้นทุนอื่น ๆ ไปเป็นราคาหน้าปั๊ม ซึ่งลักษณะนี้คงต้องทบทวน

ในระยะยาวมีการพูดถึงมาตรการภาษีลาภลอย แต่การออกกฎหมายอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ จึงจำเป็นต้องใช้อำนาจของ กบง. ทบทวนค่าการกลั่นในส่วนที่สูงเกินระดับปกติ โดยมองว่าระดับที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 3–4 บาทต่อลิตร และส่วนที่เกินควรนำกลับมาเพื่อลดภาระราคาพลังงาน

ทั้งนี้ หากสามารถปรับลดค่าการกลั่นลงได้ จะทำให้ราคาหน้าโรงกลั่นลดลง และเมื่อรวมกับโครงสร้างภาษีและต้นทุนอื่น ๆ จะส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการลดลง โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาชดเชย

นายเอกนัฏ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนตัวเลขค่าการกลั่น และหาก

คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้ข้อสรุปภายใน 1–2 วัน จะนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ และพร้อมใช้อำนาจในฐานะประธาน กบง. ดำเนินการทันที

โดยย้ำว่า ไม่ได้ยกเลิกการอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ แต่ต้องพิจารณาว่าส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับน้ำมันดิบ หรือค่าการกลั่น อยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ และอาจจำเป็นต้องกำหนดเพดานเพื่อควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

“ผมพยายามจะทำให้เสร็จก่อนสงกรานต์” นายเอกนัฏ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้ เวลา 10.30 น. รองนายกฯ เอกนิติ ได้เรียกประชุม คตร. นัดแรก ที่กระทรวงการคลัง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“นายก” ตั้ง “เอกนิติ” นั่งประธาน “คตร.” ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ

“เอกนัฏ” ประเดิมตำแหน่ง รมว.พลังงาน ลุยแก้น้ำมัน “แพง-ขาด” จ่อทบทวนค่าการกลั่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...