โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คนแรกของโลก! รัฐแอละแบมาประหารชีวิตนักโทษด้วยก๊าซไนโตรเจน

แนวหน้า

เผยแพร่ 25 ม.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

26 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ารัฐแอละแบมา ในสหรัฐประหารชีวิตนักโทษในคดีฆาตกรรมด้วยการทำให้หายใจไม่ออกด้วยการใช้ก๊าซไนโตรเจน ซึ่งเป็นการประหารชีวิตแบบใหม่ด้วยวิธีการนี้เป็นครั้งแรก จากเดิมที่ใช้วิธีการที่ง่ายกว่านี้ด้วยการฉีดยาพิษเข้าร่างกาย

รัฐแอละแบมา ระบุว่า วิธีการประหารชีวิตแบบใหม่นี้เป็นวิธีที่ทำให้เกิดการเจ็บปวดน้อยที่สุดและมีมนุษยธรรมมากที่สุดสำหรับการประหารชีวิตผู้กระทำความผิด ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติและทนายความของนักโทษประหารรายนี้ พยายามหาทางให้หลีกเลี่ยงการใช้ก๊าซไนโตรเจนในการประหารชีวิตเขา โดยอ้างว่า วิธีการนี้มีความเสี่ยงและเป็นการทดลอง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการตายแบบทรมาณหรือทำให้เกิดอาการบาดเจ็บรุนแรงแต่ไม่เสียชีวิต

นักโทษประหารรายนี้คือ เคนเน็ธ สมิธ ฆาตกรชาวแอละแบมาวัย 58 ปี ถูกตัดสินประหารชีวิตฐานฆาตกรรมผู้หญิงคนหนึ่งตามการจ้างวานของสามีของเธอในปี 1988 และมีกำหนดจะถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษในเดือนพฤศจิกายน 2022 แต่เขากลับรอดชีวิตเพราะเกิดข้อผิดพลาดในระหว่างกระบวนการฉีดสารพิษเข้าร่างกาย

เขาถูกประหารชีวิตเป็นครั้งที่ 2 ในวันพฤหัสบดี กระบวนการจะคล้ายกับการฉีดยาพิษ สมิธจะถูกนำตัวเข้าไปในห้องประหารชีวิต และถูกมัดไว้กับเตียงจน จากนั้นก็สวมหน้ากากแบบครอบเต็มหน้าซึ่งใช้เป็นหน้ากากเพื่อความปลอภัยที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมสำหรับครอบเพื่อหายใจเอาออกซิเจน แต่ในกรณีนี้ เขาจะถูกบังคับให้หายใจเอาไนโตรเจนเข้าไปแทน การประหารชีวิตเริ่มเมื่อเวลา 19.53 น. วันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น หรือ ตรงกับ 8.53 น. ของวันศุกร์ตามเวลาในประเทศไทย และมีการประกาศว่าเขาเสียชีวิตแล้วเมื่อเวลา 20.25 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 9.25 น. ตามเวลาในไทย

.-011

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...