โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต้องทุบโต๊ะเรื่องการศึกษา ไม่ใช่เพียงคำพูดสวยหรู แบบเอกสารราชการ เพื่อยกเครื่องในอนาคตมันสมองของไทย

THE STATES TIMES

อัพเดต 02 ธ.ค. 2568 เวลา 02.56 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • Hard News Team

ถึงเวลาที่ ‘ไทยก้าวใหม่’ ต้องทุบโต๊ะเรื่องการศึกษา

ไม่ใช่พูดสวย ๆ แบบเอกสารราชการอีกต่อไป

สอง–สามปีที่ผ่านมา การเมืองไทยเต็มไปด้วยคำใหญ่ ๆ

ทั้ง “ปฏิรูปประเทศ”, “ยกเครื่องเศรษฐกิจ”, “ปรับโครงสร้างการเมือง”

แต่สำหรับคนธรรมดาทั้งประเทศ ชีวิตจริงมันผูกอยู่กับคำง่าย ๆ แค่ไม่กี่คำเท่านั้น คือ

“ลูกจะโตมาเป็นอะไร”

และ

“รุ่นลูกจะลำบากเท่าพ่อแม่ไหม”

นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้ “การศึกษา” กลายเป็นสนามรบสำคัญที่สุดของการเมืองยุคใหม่

และนี่ก็เป็นเหตุผลเดียวกันที่ทำให้หลายคนจับตา “พรรคไทยก้าวใหม่”

ซึ่งประกาศตัวตั้งแต่วันแรกว่า จะเอาเรื่องการศึกษาเป็นธงนำของพรรค

เชื่อว่า “การศึกษาคือยาแก้จนที่ดีที่สุด” และอยากพาประเทศนี้ออกจากกับดักแรงงานราคาถูก

ไปสู่ประเทศที่อยู่ได้ด้วย “มันสมอง” มากกว่า “แรงงานถูก”

แต่ปัญหาคือ…

ในสายตาคนดู ทีวี–ติ๊กต็อก–เฟซบุ๊กส่วนใหญ่

คำว่า “ปฏิรูปการศึกษาไทย” ยังฟังดูไกลตัว

เหมือน “ภาษากระดาษ” มากกว่า “คำสัญญาเรื่องอนาคตของลูก”

จนมีคำวิจารณ์แบบตรง ๆ ว่า

“ไทยก้าวใหม่ ต้องโฟกัส ขายฝันปฏิรูปการศึกษาไทย

ด้วยการสื่อสารที่ตรง ๆ และแรง ๆ กว่านี้ ถึงจะมีคะแนนเสียง”

คำถามคือ ถ้า “ไทยก้าวใหม่” อยากจะเป็น “ทางเลือกใหญ่ของประเทศ” จริง ๆ

การพูดเรื่องการศึกษาต้องเปลี่ยนไปแค่ไหน?

--------------------------------------------------

1. การศึกษาไม่ใช่นโยบายหนึ่งในหลายข้อ

แต่มันคือ “ชะตาชีวิตของลูกคนดู”

--------------------------------------------------

เวลาพรรคการเมืองพูดเรื่องเศรษฐกิจ

คนจำนวนมากยังรู้สึกว่าเป็นเรื่อง “ภาพใหญ่” – GDP, หนี้สาธารณะ, ดอกเบี้ย ฯลฯ

แต่พอพูดถึง “การศึกษา” ทุกอย่างจะเปลี่ยนทันที

เพราะมันโยงตรงเข้าไปถึง “หน้าเด็กที่บ้าน”

พ่อแม่ไทยแทบทุกบ้านรู้สึกคล้ายกันว่า

- ลูกเรียนหนักตั้งแต่อนุบาลยันมหาวิทยาลัย

- เสาร์–อาทิตย์ต้องเสียเงินกวดวิชา

- จบมาเงินเดือนเริ่มต้นต่ำกว่าค่าครองชีพจริง

- ทำงานไม่ตรงสิ่งที่เรียน เพราะระบบไม่เคยเตรียมทักษะให้ตรงกับตลาด

ดังนั้น การศึกษาไม่ใช่แค่ “ระบบ” แต่มันคือ “คำตอบว่าลูกฉันจะรอดไหมในโลกใหม่”

ถ้า “ไทยก้าวใหม่” จะยืนบนธงการศึกษาอย่างจริงจัง

ภาษาที่ใช้จึงต้องขยับจากประโยคแบบ

“เราจะปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาไทย…”

มาเป็นประโยคแบบ

- “อีก 10 ปีข้างหน้า ลูกคุณต้องพูดได้อย่างน้อย 3 ภาษา

และหาเงินจากทั้งโลกได้ แม้อยู่ต่างจังหวัด”

- “เราจะไม่ปล่อยให้ลูกคุณเรียนหนัก 20 ปี

แล้วมาจบที่เงินเดือน 15,000 บาทเหมือนรุ่นพ่อแม่อีกต่อไป”

นี่แหละคือ “การขายฝันทางการศึกษา” แบบที่คนเห็นภาพอนาคตของลูกตัวเองได้ทันที

ไม่ใช่แค่นโยบายสวย ๆ ในเอกสาร

--------------------------------------------------

2. ปัญหาของการพูดเรื่องการศึกษาแบบเดิม ๆ ของการเมืองไทย

--------------------------------------------------

ทุกวันนี้ เวลาพูดถึงนโยบายการศึกษา เรามักได้ยินคำคุ้นหูอย่าง

- ปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัย

- พัฒนาศักยภาพครูยุคใหม่

- เพิ่มงบประมาณด้านการศึกษา

- ปฏิรูปโครงสร้างกระทรวง ฯลฯ

คำเหล่านี้ “ฟังดูดี” แต่มีปัญหาใหญ่ 3 ข้อ:

1. มันคือ “ภาษาเอกสาร” ไม่ใช่ “ภาษาคนดู”

คนฟังส่วนใหญ่ไม่รู้เลยว่า สุดท้ายชีวิตลูกจะเปลี่ยนยังไง

2. มันพูดถึงระบบ มากกว่าพูดถึงคน

แต่คนธรรมดาไม่ได้อินกับคำว่า “โครงสร้าง” เท่ากับอินกับคำว่า “ลูกฉัน”

3. มันไม่กล้าพูดความจริงแรง ๆ ที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว

เช่น

- เด็กไทยเรียนเยอะ แต่ทักษะใช้งานจริงแพ้ประเทศเพื่อนบ้าน

- ระบบการศึกษาผลิต “แรงงานราคาถูก” มากกว่า “สมองราคาแพง”

เมื่อไทยก้าวใหม่พูดเรื่องการศึกษาในภาษานโยบายที่ “ปลอดภัยเกินไป”

ผลคือ คนจำนวนมากรู้สึกว่า “ก็เหมือนทุกยุคที่ผ่านมา”

ทั้งที่จริง ๆ แล้ว พรรคนี้ตั้งใจเอาการศึกษาเป็นธงนำมากกว่าหลายพรรคเดิมเสียด้วยซ้ำ

--------------------------------------------------

3. สำหรับไทยก้าวใหม่

คำว่า “ตรงและแรง” ควรแปลว่าอะไร?

--------------------------------------------------

“ตรงและแรง” ไม่ได้แปลว่าตะโกนด่าใคร หรือเล่นดราม่าให้เป็นข่าว

แต่สำหรับ “ไทยก้าวใหม่” “ตรงและแรง” ควรแปลว่าอย่างน้อย 4 ข้อนี้:

3.1 กล้าพูดความจริงที่ระบบไม่อยากให้พูด

- “เด็กไทยส่วนใหญ่ถูกบังคับให้เรียนเพื่อสอบ

ไม่ได้ถูกสอนให้เรียนเพื่อใช้ชีวิตจริง”

- “รัฐไทยสอนเด็กให้เป็นแรงงานราคาถูก

แทนที่จะสอนให้เป็นเจ้าของธุรกิจ นักนวัตกรรม หรือสมองแพงของโลก”

3.2 ผูกปัญหากับเงินในกระเป๋า และอนาคตของลูกให้ชัด

- “ถ้าระบบการศึกษายังแบบเดิม

รุ่นลูกคุณจะหาเงินได้ยากกว่ารุ่นคุณ

ในโลกที่ต้องแข่งกับทั้งคนทั้ง AI”

- “ถ้าไม่เปลี่ยนห้องเรียนวันนี้

อีกสิบปีข้างหน้า เด็กไทยจะถูกแย่งงาน

ทั้งโดยหุ่นยนต์ และแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน”

3.3 กล้าบอกว่า “ใครได้อะไร ใครต้องเสียอะไร” จากการปฏิรูป

การปฏิรูปการศึกษาไม่ใช่แค่เพิ่มวิชาใหม่ แต่แปลว่า

- ระบบงบประมาณต้องถูกตรวจสอบมากขึ้น

- วิธีประเมินครูต้องเปลี่ยน จาก “เอกสารหนา” เป็น “คุณภาพเด็ก”

- อำนาจส่วนกลางต้องถูกแชร์ให้โรงเรียน–พื้นที่มากขึ้น

ถ้าไทยก้าวใหม่ไม่กล้าพูดภาพนี้ให้ชัด

คนก็จะรู้สึกว่า “ก็แค่เปลี่ยนชื่อโปรเจกต์ แต่ระบบเดิมอยู่ครบ”

3.4 เล่าปลายทางให้เห็นภาพ ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ

แทนที่จะพูดว่า “ยกระดับสู่มาตรฐานสากล” แบบลอย ๆ

ควรเล่าให้เห็นภาพชัด ๆ ว่า

- เด็ก ม.ปลายไทยจะต้องมี “โปรเจกต์จริง” ก่อนจบ

ขายของจริง ทำธุรกิจจริง หรือทำวิจัยจริงสักอย่าง

- เด็กอาชีวะต้องได้ไปฝึกงานกับเอกชนที่มีเทคโนโลยีจริง

ไม่ใช่แค่ฝึกในห้องแลบเก่า ๆ

นี่คือ “ความแรง” ในแบบที่ไม่ต้องเสียงดัง

แต่ทำให้คนรู้สึกว่า ไทยก้าวใหม่เอาจริงกับการเปลี่ยนระบบ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคำพูด

--------------------------------------------------

4. ถ้าไทยก้าวใหม่อยากได้คะแนนเสียงจากทั้งประเทศ

ต้องขาย “สามฝันใหญ่” เรื่องการศึกษาให้ขาด

--------------------------------------------------

ถ้าไทยก้าวใหม่จะยืนให้ต่างจริง ๆ

ต้องไม่ขายแค่ “เราให้ความสำคัญกับการศึกษา”

แต่ต้องขาย “สามฝันใหญ่” ที่คนไทยได้ยินแล้วหูผึ่งแบบนี้

ฝันที่ 1: ลูกคุณต้องเก่งกว่าเรา และหาเงินเก่งกว่าเรา

หัวใจของพ่อแม่ไทยทุกยุคคือคำเดียว – “ไม่อยากให้ลูกลำบากเหมือนเรา”

ไทยก้าวใหม่จึงควรกล้าพูดในแบบว่า

“เราจะทำให้ลูกคุณโตมาเป็นคนที่ ‘เลือกชีวิตตัวเองได้’

ไม่ต้องรับแค่งานที่มีให้

แต่เลือกทำงานที่ตัวเองเก่ง และโลกยอมจ่ายแพงให้ได้”

ฝันที่ 2: ห้องเรียนไทยจะไม่ “หลอกเด็ก” อีกต่อไป

ห้องเรียนไทยจำนวนมากกำลังทำสิ่งโหดร้ายโดยไม่รู้ตัว คือ

ทำให้เด็กเข้าใจผิดว่า ท่องจำเก่ง = จะมีชีวิตดี

ไทยก้าวใหม่ควรประกาศชัดว่า

- จะเลิกวัฒนธรรม “เรียนเพื่อสอบ”

แล้วหันมา “เรียนเพื่อใช้ชีวิต–ใช้ทำงาน”

- จะเปลี่ยนจากห้องเรียนท่องจำ

ไปสู่ห้องเรียนที่ให้เด็กคิดเป็น แก้ปัญหาเป็น ทำงานทีมเป็น

- จะยอมรับว่า “เด็กเก่ง” ไม่ได้มีแบบเดียว

คะแนน 30 ข้อในกระดาษไม่ใช่คำตัดสินคุณค่าของคนทั้งชีวิต

นี่คือความแรงแบบที่สังคมพร้อมปรบมือให้

เพราะมันคือ “ความจริงที่ไม่มีใครกล้าพูดซ้ำ ๆ ต่อหน้าระบบ”

ฝันที่ 3: การเกิดจังหวัดไหน จะไม่กำหนดเพดานอนาคตอีกต่อไป

ทุกคนรู้ว่า การศึกษาไทยวันนี้ยังผูกกับ “รหัสไปรษณีย์” อย่างหนัก

เด็กในบางจังหวัดเหมือนถูกกำหนดเพดานชีวิตตั้งแต่ยังไม่รู้จักตัวเองด้วยซ้ำ

ไทยก้าวใหม่ควรขายฝันให้ชัดว่า

- เด็กในหาดใหญ่ เชียงราย ศรีสะเกษ น่าน ยะลา

จะเข้าถึงครูดี เนื้อหาดี เทคโนโลยีดี

ใกล้เคียงกับเด็กกรุงเทพจริง ๆ

- ออนไลน์จะไม่ใช่แค่ “เรียนผ่านจอ”

แต่คือ “ประตูไปหาครูระดับโลก โอกาสระดับโลก”

แม้อยู่ในอำเภอเล็ก ๆ ก็ยังสู้ได้

ถ้าเล่า 3 ฝันใหญ่นี้ได้ชัด

คำว่า “ไทยก้าวใหม่” จะไม่ใช่แค่ชื่อพรรค แต่จะกลายเป็น “ภาพอนาคตของรุ่นลูก” ในหัวคนไทยจริง ๆ

--------------------------------------------------

5. คนไทยไม่ได้ต้องการแค่พรรคที่ “รักการศึกษา”

แต่ต้องการพรรคที่ “กล้าชนระบบที่ทำลายอนาคตลูกเรา”

--------------------------------------------------

จุดแข็งของไทยก้าวใหม่วันนี้คือ

- มีผู้นำอย่าง “ดร.เอ้” ที่มาจากโลกมหาวิทยาลัย–วิศวกรรม–นวัตกรรม

- มีจุดยืนชัดว่าการศึกษาคือทางออกจากความจนเชิงโครงสร้าง

- มีจังหวะที่สังคมกำลังรู้สึกว่า “ประเทศตัน” และต้องการความหวังใหม่ให้รุ่นลูก

แต่ทั้งหมดนี้จะยังเป็นแค่ “ศักยภาพบนกระดาษ”

ถ้าการสื่อสารเรื่องการศึกษายังอ่อนแรงเกินไป

พูดกลาง ๆ มากไป

และไม่กล้าทุบโต๊ะบอกความจริงว่า

“ระบบการศึกษาปัจจุบันกำลังทำให้เด็กไทยเสียโอกาสทั้งรุ่น”

--------------------------------------------------

6. ถ้าไทยก้าวใหม่อยากได้ใจคนไทยจริง ๆ

ต้องเริ่มจากการพูดเรื่องการศึกษาให้แรงกว่าทุกพรรคที่ผ่านมา

--------------------------------------------------

สุดท้าย การเลือกตั้งครั้งหน้าอาจมีหลายประเด็น

ทั้งค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน เศรษฐกิจ การเมือง ระบบราชการ ฯลฯ

แต่ “คำถามใหญ่ของทุกบ้าน” ยังเหมือนเดิม:

“อีก 10–20 ปีข้างหน้า

ลูกฉันจะโตมาเป็นแรงงานราคาถูกของโลก

หรือจะโตมาเป็นสมองราคาแพงที่โลกต้องการ?”

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่า

ไทยก้าวใหม่มีนโยบายกี่ข้อ หรือเขียนแผนไว้สวยแค่ไหน

แต่อยู่ที่ว่า

ไทยก้าวใหม่กล้าพูดเรื่องการศึกษาให้ตรง–แรง–ชัดแค่ไหน

จนคนไทยเชื่อว่า “ถ้าเลือกพรรคนี้ อนาคตลูกฉันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” จริงหรือเปล่า

วันไหนที่ไทยก้าวใหม่

กล้าเอา “อนาคตของลูกคนไทย” ขึ้นเป็นศูนย์กลางของทุกคำพูด

และกล้าชนโครงสร้างเก่าที่ทำให้การศึกษาเดินช้า

วันนั้นคำว่า “ไทยก้าวใหม่” อาจไม่ใช่แค่ชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้ง

แต่จะกลายเป็นชื่อของ “โอกาสใหม่ของรุ่นลูก”

ที่คนไทยทั้งประเทศพร้อมฝากอนาคตไว้ด้วยจริง ๆ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...