โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯสั่งระงับยื่นขอเข้าเมืองของคน19ประเทศ อ้างเหตุผลด้านความมั่นคง

แนวหน้า

เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

3 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศว่า ได้ระงับกระบวนการยื่นคำขอเข้าเมืองทั้งหมด รวมถึงการขอบัตรประจำตัวผู้อยู่อาศัยถาวรและกระบวนการได้รับสัญชาติของคนจาก 19 ประเทศ โดยอ้างเรื่องความมั่นคงแห่งชาติและความปลอดภัยสาธารณะ

เอกสารภายในของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้กำหนดนโยบายใหม่โดยอ้างถึงเหตุการณ์ที่ผู้อพยพชาวอัฟกันถูกจับกุมฐานต้องสงสัยซุ่มยิงทหารกองกำลังรักษาดินแดน 2 นายใกล้ทำเนียบขาวเมื่อสัปดาห์ก่อน นโยบายใหม่ได้สั่งให้ระงับกระบวนการยื่นคำขอเข้าเมืองทั้งหมดของคนจาก 19 ประเทศ และให้ผู้อพยพทุกคนจากประเทศเหล่านี้ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบใหม่อย่างละเอียดด้วยการสัมภาษณ์ หรือการสัมภาษณ์ซ้ำหากจำเป็น เพื่อประเมินการเป็นภัยคุกคามความมั่นคงแห่งชาติและความปลอดภัยสาธารณะทั้งหมดอย่างถี่ถ้วน

โดยประเทศที่อยู่ในรายชื่อ 19 ประเทศประกอบด้วย อัฟกานิสถาน, เมียนมา, ชาด, สาธารณรัฐคองโก, อิเควทอเรียลกินี, เอริเทรีย, เฮติ, อิหร่าน, ลิเบีย, โซมาเลีย, ซูดาน, เยเมน, บุรุนดี, คิวบา, ลาว, เซียร์ราลีโอน, โตโก, เติร์กเมนิสถาน และเวเนซุเอลา

สมาคมทนายความผู้อพยพอเมริกันแจ้งว่า สมาคมได้รับแจ้งเรื่องบุคคลที่อยู่ในรายชื่อประเทศห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ ถูกยกเลิกพิธีการมอบสัญชาติ การสัมภาษณ์เพื่อแปลงสัญชาติ และการสัมภาษณ์เพื่อชี้ขาดสถานภาพ

ก่อนหน้านี้สถานีโทรทัศน์ซีบีเอสนิวส์ รายงานอ้างเอกสารภายในของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ (USCIS) และแหล่งข่าวว่า เอกสารภายในมีคำสั่งถึงพนักงานเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ให้ระงับการตัดสินชี้ขาดทุกเรื่องกับคนจาก 19 ประเทศที่ถูกจำกัดการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ตามคำประกาศเมื่อเดือนมิถุนายนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คำสั่งดังกล่าวครอบคลุมถึงการจัดพิธีมอบสัญชาติให้แก่ผู้อยู่อาศัยถาวรในสหรัฐอย่างถูกกฎหมายที่เตรียมจะได้สัญชาติอเมริกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...