โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพิ่มคำนิยาม ‘พยายามฆ่าตัวตาย’…มากกว่าสถิติ คือ ‘สัญญาณ’ ที่ต้องหาให้เจอ

Thai PBS

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 14.57 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2568 เวลา 09.46 น. • Thai PBS

ปี 2567 คนไทยฆ่าตัวตาย สำเร็จ 5,126 คน

สถิติที่ กรมสุขภาพจิต รายงานเป็นประจำทุกปี หากนับตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 กราฟแนวโน้มดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ ปี 2565 เพิ่มขึ้นจาก 7.26 เป็น 7.94 ต่อประชากรแสนคน เฉลี่ยมีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ปีละกว่า 5,000 คน หรือวันละ 14 คน

แม้การนำเสนอข้อมูลผ่านชุดตัวเลข กราฟสถิติที่พุ่งสูงขึ้น จะง่ายต่อการสื่อสารสู่สาธารณะ แต่ในทางสังคมศึกษา ข้อมูลมหาศาลเหล่านี้ อาจส่งผลต่อการรับรู้ในระดับบุคคล เกิดเป็นความด้านชา จนยากที่จะจินตนาการถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นทางสังคม หรือการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา

อีกทั้งกรมสุขภาพจิตยังพบข้อจำกัดในการลงรหัสโรค ความรู้ด้านการฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะเหตุปัจจัยการฆ่าตัวตายของคนไทยมีน้อย ระบบเฝ้าระวังการฆ่าตัวตายระดับจังหวัดยังไม่เป็นactive surveillance และไม่ไวทันต่อปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงทำให้ขาดประสิทธิภาพในการป้องกันควบคุมปัญหา

สำหรับข้อมูลสำคัญอย่างปัจจัยในการพยายามฆ่าตัวตาย The Active พบข้อมูลว่า ประเทศเทศไทยเพิ่งจะนิยามคำว่า พยายามฆ่าตัวตาย ชัดเจน เมื่อปี 2566 โดย ศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งชาติ โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต เพื่อใช้ประกอบการนำเสนอควบควบคู่ไปกับข้อมูลเชิงสถิติ ที่จะมีส่วนในการลดอัตราผู้เสียชีวิต รวมถึงออกนโยบาย มีงบประมาณในการทำงานเชิงรุกในการจับสัญญานก่อนป่วยทางใจของประชาชน โดยให้นิยามว่า

“การพยายามฆ่าตัวตาย” หมายถึง การกระทำที่บุคคลตั้งใจกระทำด้วยความมุ่งมั่นที่จะจบชีวิตของตนเอง แต่การกระทำนั้นไม่ส่งผลให้เสียชีวิต อาจเกิดจากการหยุดชะงักของกระบวนการนั้น การถูกช่วยเหลือทันเวลา หรือผลลัพธ์ที่ไม่รุนแรงเท่าที่ตั้งใจไว้

หากเปรียบเทียบจากรายงานสถานการณ์การฆ่าตัวตายในประเทศไทยจะพบว่า ปี 2565 อัตราการฆ่าตัวตายของคนไทยมีรายงานอยู่ที่ 7.75 ต่อแสนประชากร แต่ยังขาดข้อมูลอื่น ๆ เช่น ปัจจัยการกระตุ้น, จำนวนผู้พยายามฆ่าตัวตาย, ช่วงอายุที่มากที่สุด ที่เป็นข้อมูลผ่านการสอบสวนโรคอย่างชัดเจน

ต่อมาในปี 2566 เป็นปีแรกที่ศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งชาติ รายงานสถิติพร้อมปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่ทำให้เห็นแนวโน้มสถานการณ์ การพยายามฆ่าตัวตาย และ ฆ่าตัวตายสำเร็จ ที่ชัดเชนมากขึ้น พบสถิติที่น่าสนใจถึงความพยายามฆ่าตัวตายมีแนวโน้มสูงขึ้นมาโดยตลอด

ปี 2566

  • ฆ่าตัวตายสำเร็จ อัตรา 8 ต่อแสนประชากร (5,206 คน)

  • จังหวัดที่มีอัตราฆ่าตัวตายสูงที่สุด : แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย

  • ผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป ฆ่าตัวตายสำเร็จมากที่สุดอัตรา 10.15 ต่อแสนประชากร

  • พยายามฆ่าตัวตาย อัตรา 47.74 ต่อแสนประชากร (31,110 คน)

  • กลุ่มอายุ 15-19 ปี พยายามฆ่าตัวตายมากที่สุดอัตรา 116.81 ต่อแสนประชากร (4,662คน)

ปี 2567

  • ฆ่าตัวตายสำเร็จ : อัตรา 7.94 ต่อแสนประชากร (5,126 คน)

  • จังหวัดที่มีอัตราฆ่าตัวตายสูงที่สุด : น่าน, จันทบุรี, ลำปาง

  • ผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป ฆ่าตัวตายสำเร็จมากที่สุดอัตรา 10.21 ต่อแสนประชากร

  • พยายามฆ่าตัวตาย อัตรา 52.07 ต่อแสนประชากร (33,926 คน)

  • กลุ่มอายุ 15-19 ปี พยายามฆ่าตัวตายมากที่สุดอัตรา 108.14 ต่อแสนประชากร (4,316 คน)

ขณะที่ข้อมูลใน ปี 2568 (ครึ่งปีแรก) ในกลุ่มของพยายามฆ่าตัวตาย มีแนวโน้มสูงขึ้น 76% ของปี 2567 ตลอดทั้งปี

จากตัวเลข ปี 2567 อัตราคนฆ่าตัวตายสำเร็จลดลง อาจสะท้อนถึงการจับสัญญาณขอความช่วยเหลือที่รวดเร็วมากขึ้น เช่นเดียวกับอัตราการพยายามฆ่าตัวตายที่เพิ่มขึ้น ก็สะท้อนถึงการมีเครื่องมือในการสอบสวนอุบัติการฆ่าตัวตาย และพยายามฆ่าตัวตายที่ละเอียด และเป็นจริงมากขึ้น

นพ.อาทิตย์ เล่าสุอังกูร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ และศูนย์เฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย กรมสุขภาพจิต

มากกว่าสถิติคนฆ่าตัวตาย คือสัญญาณที่ต้องหาให้พบ

จากข้อมูลข้างต้น นพ.อาทิตย์ เล่าสุอังกูร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ และศูนย์เฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย กรมสุขภาพจิต ระบุว่า จากการสืบค้นใบมรณบัตร กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข ตามสถานที่เสียชีวิต และรายงานการเฝ้าระวังผู้พยายามทำร้ายตนเอง กรณีเสียชีวิต (รง 506 S v11)

และดำเนินงานพัฒนา ทีมสอบสวนฆ่าตัวตาย ระดับจังหวัด ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ สนับสนุนงบประมาณเพื่อติดตามดูแลครอบครัวฆ่าตัวตายสำเร็จในแต่ละพื้นที่ พัฒนาระบบฐานข้อมูลการสอบสวนการฆ่าตัวตาย ทำให้วิเคราะห์ออกมาเป็นรายงานการสอบสวนอุบัติการณ์ฆ่าตัวตายและพยายามฆ่าตัวตาย พบว่า

ปัจจัยเสี่ยงลำดับแรก ๆ พบได้ทุกจังหวัดคือ การป่วยด้วยโรคซึมเศร้า และโรคจิตเภท ที่มีอาการทางจิตกำเริบ การป่วยโรคทางกายรุนแรงเรื้อรัง การติดสุราและ/หรือสารเสพติด การเคยพยายามฆ่าตัวตายมาก่อน

ส่วนปัจจัยกระตุ้นที่พบได้ทุกจังหวัด คือ เกิดความขัดแย้งกับคนสำคัญในชีวิต สูญเสียความสัมพันธ์กับคนสำคัญในชีวิต ปัญหาสุขภาพที่รู้สึกอับอายหรือล้มเหลว รวมถึงการเป็นหนี้ที่ไม่สามารถจ่ายได้หรือถูกทวงให้อับอาย

ขณะสัญญานเตือนฆ่าตัวตายพบน้อย ทั้ง ๆ ที่อุบัติการณ์ฆ่าตัวตายส่วนใหญ่มักจะมีสัญญาณเตือน แสดงถึงความตระหนักตื่นตัว และ/หรือ ความรู้ความเข้าใจของญาติ และคนใกลชิดเรื่อง “สัญญานเตือน และการจัดการเมื่อมีสัญญาณเตือน” ยังมีน้อย

โดยกลุ่มอายุที่พยายามฆ่าตัวตายในอัตราที่สูง คือ กลุ่มวัยรุ่น วัยเรียน อายุ 15-19 ปี ช่วงมัธยมฯ ปลาย และอุดมศึกษา ปี 1

ฐานข้อมูลดีขึ้น แต่ต้องนำไปใช้ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น

เมื่อถามถึงประโยชน์จากการเก็บสถิติด้วยระบบฐานข้อมูลการสอบสวนการฆ่าตัวตาย นพ.อาทิตย์ ย้ำว่า ตัวเลขการฆ่าตัวตายสำเร็จ และการพยายามฆ่าตัวตายตั้งแต่ ปี 2567 ทางศูนย์ฯ จะส่งคืนให้กับคณะอนุกรรมการสุขภาพจิต ระดับจังหวัด ตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าจะขับเคลื่อนได้ดีในระดับหนึ่ง ส่วนที่คิดว่าสำคัญ และจำเป็นต้องดำเนินการ คือ การนำ พ.ร.บ.สุขภาพจิต ไปใช้อย่างจริงจัง ซึ่งเนื้อหาได้ระบุว่าแต่ละจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานอนุฯ มีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นเลขาฯ พร้อมด้วยกระทรวงต่าง ๆ

“หน่วยงานสาธารณสุขรักษาคนที่มีความเสี่ยง แต่กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ ตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต จะเข้ามาช่วยดูแล เช่น ลดปัญหาหนี้ กระทรวงศึกษาธิการ จัดการศึกษาให้กับครู และเด็กมีความเข้มแข็งทางใจ ฝ่ายปกครองส่องช่วยเหลือคนในพื้นที่ได้ทันท่วงที ส่วนโครงการไหนที่เป็นงบฯ ผู้ว่าฯ มีส่วนที่เป็นผู้ที่สนับสนุนเสริมพลัง ก็จะพัฒนาได้มากกว่านี้”

นพ.อาทิตย์ เล่าสุอังกูร

ขณะที่มาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาฆ่าตัวตาย ที่ศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติ เห็นควรเสนอแนะให้กับทุกจังหวัด ประกอบด้วย

มาตรการเฝ้าระวังฆ่าตัวตายในกลุ่มเสี่ยง

  • ควรกําหนดให้กลุ่มผู้ป่วย โรคซึมเศร้า โรคจิตเภท ผู้ที่เคยพยายามฆ่าตัวตายในปีที่ผ่านมา เป็นกลุ่มเสี่ยงของทุกจังหวัดที่ต้องติดตาม (ประเมินด้วย 8Q ทุกเดือน และให้การช่วยเหลือด้านความรุนแรงของ suicidality) ส่วนในกล่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังรุนแรงควรคัดกรองด้วย 2Qplus ทุกครั้งที่มารับบริการ

  • สร้างความรอบรู้เรื่องสัญญานเตือน และการจัดการเบื้องต้นแก่ญาติหรือคนใกล้ชิด ของทั้ง 3กลุ่มเสี่ยงดังกล่าว พร้อมทั้งมีช่องทางติดต่อ 24 ชม. กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบในจังหวัด

มาตรการเพิ่มประสิทธิผลในการรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและจิตเภท

  • ควรปรับปรุง Care process โรคซึมเศร้า โรคจิตเภท โรคติดสุรา และยาเสพติดโดยมุ่งผลลัพธ์ Remission และ adherence และเน้นการเลือก intervention ที่ได้ผล รวมถึงมีระบบติดตามต่อเนื่องไม่ให้ขาดการรักษา (รวมทั้งปรับปรุง Care map, CPG)

มาตรการขจัดหรือบรรเทาปัจจัยกระตุ้น

  • เพิ่มผู้บำบัดด้านสังคมจิตใจในระดับ รพช.สามารถ Family therapy, Couple therapy (ฝึกอบรมหรือจ้างเพิ่ม)

  • ช่วยหาช่องทางบริหารหนี้ให้แก่กลุ่มเสี่ยง เช่น มีคณะกรรมการสหอาชีพระดับจังหวัด ประเมินเพื่อให้การช่วย เหลือรายบุคคล

มาดรการเฝ้าระวังฆ่าตัวตายในกลุ่มวัยรุ่นวัยเรียน

  • Care System development มีการคัดกรองประเมินความเสี่ยงฆ่าตัวตาย (อาจใช้ 2Qplus) อย่างน้อยเทอมละครั้ง จัดให้มีคลินิกสุขภาพจิตในโรงเรียนมัธยม และสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา มีระบบส่งต่อรายที่ยุ่งยากซับซ้อนไปพบจิตแพทย์หรือพยาบาลจิตเวชที่ รพศ. รพท. หรือ รพ.จิตเวชได้สะดวก อบรมครูและแนวหรือครูที่ได้รับมอบหมายเรื่องหลักสูตรพัฒนาทักษะการแก้ไขปัญหา

  • จัดการเรียนรู้เพิ่มพูนทักษะแก้ไขปัญหาชีวิต และการเผชิญปัญหาอย่างสร้างสรรค์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

สภาพอากาศวันนี้ เหนือ-อีสาน-กลาง ร้อนจัดบางพื้นที่ ใต้ยังมีฝน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘พัฒนา’ เผย บอร์ด สปสช. ไฟเขียวสิทธิประโยชน์วัคซีน PCV เด็ก 0-1 ปีทั่วประเทศ คาดเริ่มฉีดกลางปี 69

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิจัย ชี้ ‘รพ.มหาวิทยาลัย’ ต้นทุนสูงกว่า ‘รพ.สังกัด สธ.’ 2–3 เท่า

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กระทรวงนี้ พี่ขอ: ย้อน 25 ปีการเมืองไทย พรรคแกนนำรัฐบาล คุมกระทรวงไหนบ้าง

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...