โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'ปลัดมท.' ตรวจเยี่ยมโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำมูล วัดสุปัฏนาราม แนะต่อยอดท่องเที่ยววิถีไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 ก.พ. 2566 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2566 เวลา 10.12 น.

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่วัดสุปัฏนาราม วรวิหาร อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย(มท.) พร้อมด้วยนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และคณะผู้บริหารกรมโยธาธิการและผังเมือง ตรวจเยี่ยมโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำมูล วัดสุปัฏนาราม วรวิหาร (ต่อเนื่องเขื่อนเดิม) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี และโครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะบุ่งกาแซว-ท่ากกแห่ ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายอนุ จึ่งสกุล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอุบลราชธานี นายนคร ศิริปริญญานันท์ ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี นายสุริยา บุตรจินดา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี นายสำเนียง สิมมาวัน ท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี นายพิสดาร ประดา พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี นายอภิชัย จำปานิล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี นางสาวพิศทยา ไชยสงคราม นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและนำตรวจเยี่ยม

โอกาสนี้นายสุทธิพงษ์ นำคณะ เข้ากราบนมัสการท่านเจ้าคุณพระวิบูลธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดสุปัฏนาราม วรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเขื่องใน (ธ) ท่านเจ้าคุณพระพิพัฒน์วชิโรภาส เจ้าอาวาสวัดวังอ้อ เจ้าคณะตำบลหัวดอน ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย และท่านเจ้าคุณพระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย และนำคณะ ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาเก็บขยะภายในบริเวณวัดสุปัฏนาราม วรวิหาร แวะเยี่ยมชมบริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำมูล วัดสุปัฏนาราม วรวิหาร (ต่อเนื่องเขื่อนเดิม) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี และเขื่อนตามโครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะบุ่งกาแซว-ท่ากกแห่ ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ในวันนี้เป็นโอกาสดีที่ได้มาติดตามความก้าวหน้าของการพัฒนาพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ที่มีพื้นที่ติดต่อกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจากการรับฟังบรรยายสรุปและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำมูล วัดสุปัฏนาราม วรวิหาร (ต่อเนื่องเขื่อนเดิม) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี และโครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะนุ่งกาแซว-ท่ากกแห่ ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี พบว่า ผลงานเรียบร้อยสมบูรณ์และสำเร็จตามงวดงานตามสัญญาจ้างที่กำหนด จึงแสดงให้เห็นว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอุบลราชธานี บริษัทคู่สัญญา ผู้ควบคุมงาน คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ช่วยกันรับผิดชอบจนทำให้งานสำเร็จลุล่วง มีสถานที่ที่สวยงาม เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน

“ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีและท่านนายอำเภอเมืองอุบลราชธานี ได้ร่วมกับนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี ส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งมีต้นทุนเดิม คือ “ถนนคนเดิน” ซึ่งดีอยู่แล้ว ด้วยการ 1) น้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มารณรงค์ส่งเสริมเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนได้สวมใส่ผ้าไทยผ้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาเดินเล่น เดินเที่ยว และมีการประกวดประขัน อาทิ รางวัลครอบครัวผ้าไทยใส่ให้สนุก รางวัลผ้าไทยกิ๊บเก๋ โดยผู้นำชุมชน และสมาชิกในชุมชนร่วมกันเป็นกรรมการ เป็นแมวมองตัดสิน ซึ่งอุบลราชธานีมีจุดแข็งด้านผ้าไทย เพราะมีศิลปินแห่งชาติด้านผ้าไทยถึง 2 ท่าน คือ นางคำปุน ศรีใส ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า) พุทธศักราช 2561 และนายมีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ทอผ้า) พุทธศักราช 2564 และศิลปินช่างทอผ้าผู้ทรงคุณวุฒิอีกมากมาย 2) น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา หรือที่เรียกว่า “อารยเกษตร” ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการร่วมกับศูนย์ศึกษาพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี เชื้อเชิญเจ้าของแปลงโคก หนอง นา หมุนเวียนมาออกร้าน จัดนิทรรศการ และจัดจำหน่ายผลผลิตจากแปลงโคก หนอง นา ในบริเวณถนนคนเดิน เพื่อให้พี่น้องประชาชนผู้สนใจได้เข้ามาซื้อหาผลิตภัณฑ์ เลือกซื้อพืช ผัก ผลผลิต รวมทั้งศึกษาแลกเปลี่ยนขอคำแนะนำ และส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผักสวนครัวสร้างความมั่นคงด้านอาหารตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อที่จะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และยกระดับถนนคนเดินให้เป็นถนนสายวัฒนธรรม เป็นถนนเด็กเดินที่เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้ใช้แสดงความสามารถได้อีกด้วย” นายสุทธิพงษ์ กล่าวเน้นย้ำ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ขอให้ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ส่งเสริมให้ประชาชนได้ทำกิจกรรมเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และประเพณีอันดีงามในบริเวณพื้นที่ที่ได้ปรับปรุงอย่างสวยงาม เช่น กิจกรรมสวมผ้าไทยมาใส่บาตร เพราะพื้นที่นี้มีจุดแข็งคือมีวัดสุปัฏนาราม วรวิหาร และอยู่บริเวณริมแม่น้ำมูลที่มีทางขึ้น-ลงสะดวก หรือกิจกรรมการปล่อยพันธุ์ปลา เพื่อให้ประชาชนได้ทำบุญตามคติความเชื่อ และเป็นการแพร่พันธุ์ปลาน้ำจืดให้เพิ่มขึ้นในแหล่งน้ำธรรมชาติ ยังผลให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยววิถีไทย วิถีธรรม ที่เป็นการกระตุ้นเม็ดเงินทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

“ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด และท่านนายอำเภอเมืองอุบลราชธานี ได้เป็นแม่งานปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณวัดสุปัฏนาราม วรวิหาร ให้มีสวนหย่อมสมุนไพรและมีแปลงผักสวนครัว เพื่อให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นรมณียสถาน เป็นแหล่งอาหาร รวมทั้งประยุกต์นำหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดทำกำแพงต้นไม้ เพราะการพัฒนาจะหยุดแค่โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้ ต้องร่วมมือกับท่านผู้นำท้องถิ่นพัฒนา เพิ่มสีสันให้กับโครงสร้างพื้นฐานที่ทำดีอยู่แล้ว รวมทั้งส่งเสริมให้มีกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เพื่อทำให้พื้นที่ภายในบริเวณวัดสุปัฏนาราม วรวิหารแห่งนี้ ได้เป็นสถานที่แห่งการหลอมรวมการทำความดีให้กับสังคมด้วยพลังของจิตอาสา”นายสุทธิพงษ์ กล่าว

นายอนุ จึ่งสกุล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอุบลราชธานี ได้ดำเนินโครงการพัฒนาในพื้นที่ 2 โครงการ คือ 1) โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำมูล วัดสุปัฏนารามวรวิหาร (ต่อเนื่องเขื่อนเดิม) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี มีความยาว 299 เมตร ประกอบด้วย งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งรูปแบบเสาเข็มโต๊ะ ยึดรั้งด้วยคานรัดหัวเสาเข็ม พร้อมพื้นทางเท้า ค.ส.ล. ผิวขัดเรียบ งานก่อสร้างบันได ค.ส.ล. ขึ้น-ลง หน้าเขื่อน จำนวน 1 แห่ง และถนน คสล. หลังเขื่อน กว้าง 14 เมตร หน้าเขื่อนทำการถมทราย ปูแผ่นใยสังเคราะห์ เรียงหินใหญ่ปิดทับ และส่วนล่างก่อสร้างโดยการทิ้งหินใหญ่ งบประมาณปี 2563 – 2565 วงเงินค่าก่อสร้างรวม 77.45 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 700 วัน ก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2565 ตามสัญญาจ้าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและเป็นถนนคนเดิน และ 2) โครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะบุ่งกาแซว-ท่ากกแห่ ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี งบประมาณ 145 ล้านบาท ความยาวเขื่อนป้องกันตลิ่ง 1,740.00 เมตร สืบเนื่องจากพื้นที่บริเวณนุ่งกาแซว-ท่ากกแห่ ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี มีแนวถนนโครงข่ายผังเมืองเพื่อใช้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อถนนสายหลักระหว่างเขตเทศบาลไปถนนเลี่ยงเมือง ทำให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและการลงทุนพัฒนาพื้นที่ ที่สามารถครอบคลุมพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจในเทศบาลเมืองแจระแม และชุมชนใกล้เคียง โดยมีองค์ประกอบ ก่อสร้างถนนตามโครงข่ายผังเมือง ระบบสาธารณูปโภค – สาธารณูปการประกอบงานถนน ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ ระยะเวลา 750 วัน ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ตามสัญญาจ้าง โดยประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ คือ การคมนาคมในชุมชนมีความสะดวกสบายมากขึ้น และช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพระบบสาธารณูปโภค – สาธารณูปการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...