โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รอลุ้น!! ชมดาวหางดวงใหม่ ‘จื่อจินซาน-แอตลัส’ ด้วยตาเปล่าเดือน ก.ย. 2567

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 เม.ย. 2566 เวลา 15.48 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. 2566 เวลา 00.01 น. • The Bangkok Insight

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ฯ ชวนลุ้นชมดาวหางที่ค้นพบใหม่ "จื่อจินซาน-แอตลัส" ที่อาจชมได้ด้วยตาเปล่าช่วงเดือนกันยายน 2567

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) โพสต์เพจเฟซบุ๊ก เรื่องความเคลื่อนไหวของดาวหางที่ค้นพบดวงใหม่ชื่อ จื่อจินซาน- แอตลัส ที่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าตั้งแต่ช่วงเดือนตกันยายน 2567 โดยระบุว่า

จื่อจินซาน-แอตลัส

ดาวหางที่ค้นพบใหม่ C/2023 A3 (Tsuchinshan-ATLAS) กำลังโคจรมุ่งหน้าเข้าใกล้ดวงอาทิตย์อีกครั้งในรอบเกือบ 81,000 ปี และอาจปรากฏให้เห็นบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ช่วงเดือนกันยายน 2567

ดาวหางจื่อจินซาน- แอตลัส มีชื่อทางการคือ C/2023 A3 (Tsuchinshan-ATLAS) ค้นพบโดยระบบเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ ATLAS (Asteroid Terrestrial-impact Last Alert System) ในประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566

แต่ต่อมาพบว่านักดาราศาสตร์จากหอดูดาวจื่อจินซาน ในประเทศจีน ได้ค้นพบดาวหางดวงนี้ก่อนหน้านั้นแล้วตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม ดังนั้น ชื่อของหอดูดาวทั้งสองฝั่งจึงกลายเป็นชื่อของดาวหาง

ปัจจุบัน ดาวหางจื่อจินซาน- แอตลัส กำลังอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์ โดยจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในวันที่ 28 กันยายน 2567 ในระยะห่างราว 58.6 ล้านกิโลเมตร (ประมาณระยะห่างจากดวงอาทิตย์ถึงดาวพุธ)

จากนั้น จะเข้าใกล้โลกมากที่สุดในวันที่ 13 ตุลาคม 2567 ที่ระยะห่าง 70.6 ล้านกิโลเมตร โดยนักดาราศาสตร์คำนวณพบว่าดาวหางดวงนี้โคจรรอบดวงอาทิตย์ครบรอบใช้เวลา 80,660 ปี

ทั้งนี้ การที่เราจะเห็นดาวหางดวงนี้ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพของตัวดาวหางเอง แม้ว่านิวเคลียสของดาวหางในปัจจุบันจะมีสภาพเป็น วัตถุก้อนเดี่ยว ที่เป็นการเกาะกลุ่มกันหลวม ๆ ของน้ำแข็ง หิน และฝุ่น

อย่างไรก็ตาม นิวเคลียสของดาวหางหลายดวง เมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนอุ่นขึ้นมาก และจะแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ เช่น กรณีดาวหางไอซอน ในปลายปี 2556 จึงทำให้ดาวหางไม่ได้มีความสว่างอย่างที่คาดการณ์ไว้

แต่หากดาวหางจื่อจินซาน- แอตลัส ไม่แตกตัวทั้งในช่วงก่อน และหลังเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ อาจจะสามารถเห็นได้ผ่านกล้องโทรทรรศน์ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 เป็นต้นไป

จากข้อมูลเท่าที่มีในปัจจุบัน นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่า ดาวหางดวงนี้จะสว่างกว่าดาวหาง C/2022 E3 (ZTF) ที่โคจรเข้ามายังระบบสุริยะชั้นในเมื่อเดือนมกราคม 2566 ที่ผ่านมา ขณะที่ดาวหาง ZTF มีความสว่างสูงสุดที่แมกนิจูดปรากฏ +4.6 (สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งและมืดสนิท)

แต่การคาดการณ์ค่าแมกนิจูด ปรากฏในช่วงที่ดาวหางจื่อจินซาน - แอตลัสสว่างที่สุดยังไม่แน่นอนนัก มีตั้งแต่ประมาณ +0.7 ไปจนถึง -3.5 ซึ่งสว่างกว่าดาวพฤหัสบดี และอาจมองเห็นได้ตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่มืดสนิท (“ค่าแมกนิจูดปรากฏ” ของวัตถุท้องฟ้า ยิ่งค่าน้อยแสดงว่าวัตถุนั้นยิ่งสว่าง)

นอกจากนี้ นักดาราศาสตร์ที่ทราบการค้นพบดาวหางดวงนี้ ได้กลับไปตรวจค้นฐานข้อมูลภาพถ่ายท้องฟ้ายามค่ำคืนก่อนหน้า จนพบว่าดาวหางจื่อจินซาน - แอตลัส เคยปรากฏในภาพถ่ายจากกล้องถ่ายภาพมุมกว้างที่ต่อกับกล้องโทรทรรศน์ของหอดูดาวปาโลมาร์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2565

อย่างไรก็ตาม นักดาราศาสตร์ยังขาดข้อมูลของดาวหางจื่อจินซาน-แอตลัสอีกมาก เช่น ขนาดของนิวเคลียสดาวหาง ซึ่งจะช่วยบอกได้ว่าดาวหางจะมีโอกาสรอดจากการเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงการประมาณความสว่างของดาวหางที่ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น

เรียบเรียงโดย: พิสิฏฐ นิธิยานันท์ เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ชำนาญการ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...