โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

โรฮิงญาดับ 17 หายอีก 30 หลังเรืออพยพลี้ภัยล่มบริเวณอ่าวเบงกอล

VoiceTV

อัพเดต 11 ส.ค. 2566 เวลา 03.02 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2566 เวลา 03.01 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

อาสาสมัครด้านการมอบความช่วยเหลือ ระบุเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ส.ค.) ว่า มีชาวโรฮิงญาจำนวน 8 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือจากเรือที่ล่มลำนี้ ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังมาเลเซีย ประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของชาวโรฮิงญาซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ทั้งนี้ ชาวโรฮิงญาต่างพยายามอพยพหลบหนีการประหัตประหารและความยากจนในเมียนมาและบังกลาเทศ จากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรัฐยะไข่ของเมียนมา

“เราพบศพหลายร่างตั้งแต่วันที่ 7 ส.ส.” มินตาลวา ประธานมูลนิธิฉ่วยยวงเมตตา ซึ่งเป็นองค์กรกู้ภัยในรัฐยะไข่ของเมียนมา กล่าว “ภายใน 3 วัน เราพบศพผู้เสียชีวิต 17 ศพ… เราพบบางคนที่ยังมีชีวิตอยู่” มินตาลวากล่าว พร้อมระบุเสริมว่าในบรรดาผู้เสียชีวิตมีผู้หญิงจำนวน 10 คน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือชาวโรฮิงญาในเมืองหม่องดอว์ ที่ติดกันกับชายแดนบังกลาเทศ กล่าวว่า เรือลำดังกล่าวออกเดินทางด้วยสภาพอากาศเลวร้าย และยังคงมีชาวโรฮิงญาอีกประมาณ 500 คน ที่ยังคงหวังที่จะข้ามมหาสมุทรจากเมียนมาและบังกลาเทศไปยังมาเลเซีย

ชาวโรฮิงญาเกือบ 1 ล้านคนอาศัยอยู่ในสภาพแออัดในบังกลาเทศ โดยชาวโรฮิงญาในจำนวนนี้เป็นผู้หลบหนีการปราบปรามของกองทัพเมียนมาในปี 2560 อย่างไรก็ดี กองทัพเมียนมาปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติต่อชาวโรฮิงญา ทั้งนี้ มีชาวโรฮิงญาจำนวนนับไม่ถ้วนที่เสียชีวิตกลางทะเลจากโรคภัยไข้เจ็บ ความหิวโหย และความเหนื่อยล้า ในขณะที่พวกเขาพยายามเดินทางไปยังมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ด้วยเรือซึ่งมีสภาพไม่มั่นคง

ตามข้อมูลเมื่อเดือน ม.ค. ของสำนักงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ มีชาวโรฮิงญามากกว่า 3,500 คนในเรือ 39 ลำที่พยายามข้ามทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอลในปี 2565 เพิ่มขึ้นจาก 700 คนในปีที่แล้ว ทั้งนี้ มีชาวโรฮิงญาอย่างน้อย 348 คนเสียชีวิตหรือสูญหายในทะเลเมื่อปีที่แล้ว โดยสหประชาชาติเรียกร้องให้มีการตอบสนองระดับภูมิภาคเพื่อหยุดความสูญเสียเพิ่มเติม

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปรียบเทียบสภาพความเป็นอยู่ของชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ว่าเป็นการ “แบ่งแยกสีผิว” ทั้งนี้ เมียนมาเผชิญข้อกล่าวหาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จากศาลสูงสุดของสหประชาชาติ หลังการอพยพครั้งใหญ่ของชาวโรฮิงญา

บังกลาเทศและเมียนมาได้หารือกันในประเด็นการเริ่มส่งผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากลับภูมิลำเนา อย่างไรก็ดี ทูตด้านสิทธิระดับสูงของสหรัฐฯ ซึ่งประจำการอยู่ในบังกลาเทศ กล่าวเมื่อเดือน ก.ค. ว่า เงื่อนไขความเป็นอยู่ในเมียนมายังคงไม่ปลอดภัย สำหรับการส่งผู้ลี้ภัยกลุ่มชาติพันธุ์โรฮิงญากลับไปยังเมียนมาอีกครั้ง

ทั้งนี้ มีการระงับส่งเงินช่วยเหลือไปยังเมียนมา ส่งผลให้หน่วยงานด้านอาหารของสหประชาชาติต้องหยุดการปันส่วนความช่วยเหลือ ไปยังค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในบังกลาเทศถึง 2 ครั้งในปีนี้ ในขณะที่เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุพายุไซโคลนพัดถล่มรัฐยะไข่ และเผด็จการทหารเมียนมาได้ขัดขวางความพยายามของนานาชาติในการส่งมอบความช่วยเหลือไปในพื้นที่รัฐยะไข่

เมียนมาตกอยู่ในความโกลาหล นับตั้งแต่รัฐบาลพลเรือนของ อองซานซูจี โดยกองทัพเมียนมาเข้าโค่นล้มลงจากอำนาจ ด้วยการทำรัฐประหารเมื่อเดือน ก.พ. 2564 ซึ่งส่งผลให้ระบอบประชาธิปไตยของเมียนมาในระยะเวลาสั้นๆ สิ้นสุดลงอีกครั้ง

ที่มา:

https://www.aljazeera.com/news/2023/8/10/at-least-17-dead-as-boat-carrying-rohingya-sinks-in-bay-of-bengal?fbclid=IwAR0wj_6r9nGVdfuUR_B9gWoHwjkSyBH9Psq8YXGcBjdv63fFiY852UmUlLM

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...